เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน•ตอนที่ 19

การง้อที่ต้องใช้ความกล้า

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
ความเงียบงั้นงันที่แผ่ขยายอยู่กลางโถงทางเดินของเซฟเฮาส์ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันกลับหนักอึ้งจนคล้ายกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมด เมื่อเงาร่างที่เพิ่งก้าวผ่านประตูกระจกเข้ามาไม่ได้มาพร้อมกับกลิ่นอายของทีมงานกองถ่าย แต่เป็นกลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับที่รณกรคุ้นเคยดีจนอยากจะยกเท้าขึ้นมาถีบส่งให้พ้นรัศมีสายตา "ไม่คิดเลยนะคะ ว่าช่างภาพรางวัลระดับโลกอย่างคุณ จะลดตัวมาซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักโทรมๆ แบบนี้กับ... เด็กปั้นโนเนม" น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่เจือความเยาะหยันนั้นดังขึ้น ทำให้อลิสาที่ยืนอยู่ด้านหลังรณกรถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เธอกวาดตามองผู้หญิงแต่งกายด้วยชุดสูทแบรนด์เนมเข้ารูป ใบหน้าโฉบเฉี่ยวที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างสมบูรณ์แบบ แม้จะดูสวยสะดุดตา แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความริษยาและรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษอย่างเห็นได้ชัด รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวขยับขึ้นมาบังร่างโปร่งของนักเขียนบทสาวไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างนั้นให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาดจนอลิสาเผลอมองตามด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนขึ้นมาในอก "ถ้าสมองของคุณยังพอมีรอยหยักเหลืออยู่บ้าง ก็น่าจะจำได้นะว่าเรา ‘จบกัน’ ไปตั้งแต่ปีมะรอมมะร่อแล้ว ชนิดที่เรียกว่าเอาขี้เถ้ากลบฝังดินไปแล้วด้วยซ้ำ แล้วนี่มันมารyออะไรถึงหน้าบ้านคนอื่นเขา... หรือว่างานที่บริษัทเก่ามันเจ๊งจนไม่มีปัญญาหาข่าว ถึงต้องมาเกาะกระแสชาวบ้านเขากิน" คำพูดเจ็บแสบชนิดที่พ่นออกมาแบบไม่ต้องหายใจทำให้มุมปากของแขกยามวิกาลกระตุกวูบ รอยยิ้มเสแสร้งแทบจะหลุดร่นออกจากใบหน้าทันที "รณกร! คุณกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉัน!" "แล้วคุณกล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผม?" ช่างภาพหนุ่มสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบฉายแววรังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดบัง "อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าเธอไปคุยอะไรกับกองบรรณาธิการนั่น คิดจะเล่นสกปรกอะไรอีก ถึงได้ตามมาถึงที่นี่" อลิสากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เธอไม่เคยเห็นรณกรในมุมที่เกรี้ยวกราดและดิบเถื่อนขนาดนี้มาก่อน แม้ปกติเขาจะปากจัดและชอบทำตัวเป็นพ่อมجورประจำกองถ่าย แต่กับผู้หญิงคนนี้... มันมีความโกรธแค้นสะสมฝังรากลึกอยู่เบื้องหลังแววตานั้นอย่างชัดเจน ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ รณกรกลับตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของอลิสาออกแรงดึงเบาๆ แต่เด็ดขาดให้ออกเดินตามทันที ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของหญิงสาวผู้มาใหม่ที่พยายามจะก้าวตาม "รณกร! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! คุณจะพาอีเด็กนี่หนีไปไหน!" "ไปให้พ้นจากคนน่ารำคาญมั้ง!" ช่างภาพหนุ่มตะโกนตอบกลับโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ก่อนจะลากอลิสาเข้ามาหลบอยู่ในห้องสตูดิโอส่วนตัวที่ล็อคกลอนแน่นหนา เสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ดังแข่งกับความเงียบภายในห้อง อลิสาพยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แม้สัมผัสของเขาจะไม่ได้บีบรัดจนเจ็บ แต่ความร้อนจากฝ่ามือใหญ่นั้นกลับแผ่ซ่านเข้ามาถึงผิวเนื้อจนเธอต้องใจเต้นระส่ำอย่างไม่รักดี "นี่คุณ! ลากฉันเข้ามาทำไมเนี่ย เรื่องของคุณกับผู้หญิงคนนั้นฉันไม่อยากรู้หรอกนะ แต่ปล่อยข้อมือฉันก่อนเถอะ" อลิสาโวยวายพร้อมกับถอยหลังไปจนติดขอบโต๊ะทำงาน ดวงตากลมโตตวัดมองคนตัวสูงด้วยความไม่พอใจ รณกรถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือหนายกขึ้นเสยผมลวกๆ จนมันยุ่งเหิง ใบหน้าคมสันที่มักจะเรียบเฉยเวลานี้กลับฉายแววความเครียดขึงอย่างเห็นได้ชัด เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอจนอลิสาต้องรีบเอี้ยวตัวหนี แต่พื้นที่จำกัดทำให้แผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเต็มเปี่ยม "เงียบก่อนน่า... ขอร้องล่ะ" น้ำเสียงที่อ่อนลงกะทันหันทำให้อลิสาชะงักไป ดวงตาคู่สวยเงยขึ้นสบกับดวงตาคมที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด ความซึนและท่าทีเจ้ากะเลวกะกราดเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังแบกรับอดีตอันหนักอึ้งไว้บนบ่า "ผู้หญิงคนนั้น... คืออดีตบรรณาธิการข่าวสำนักพิมพ์เก่าที่ฉันเคยร่วมงานด้วย" รณกรเริ่มพูดขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความขมขื่น "เธอเป็นคนเอาภาพถ่ายสารคดีชุดที่ฉันรักที่สุดไปขายต่อให้ทุนสีเทาเพื่อแลกกับผลประโยชน์ โดยที่ฉันไม่รู้เรื่องเลยพ่วงด้วยข้อหาพัวพันคดีฟอกเงิน... กว่าฉันจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์และลากคอพวกมันเข้าคุกได้ ชีวิตฉันก็เกือบพังไม่เป็นท่า" อลิสาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกต่อต้านในใจมลายหายไปในพริบตา เธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน... ไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากช่างภาพจอมหยิ่งยโสคนนี้ จะผ่านมรสุมชีวิตที่แสนโสมมมาขนาดไหน "แล้ว... แล้วเธอมาที่นี่ทำไมคะ?" เสียงของอลิสาอ่อนลงโดยอัตโนมัติ ความแข็งกร้าวเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น "เพราะมันยังไม่จบ..." รณกรก้มหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่เหนือกลุ่มผมของเธอ ปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกับพวงแก้มเนียน "พวกมันยังต้องการภาพชุดใหม่ที่ฉันเก็บไว้... และฉันก็ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องมันเด็ดขาด... รวมถึงตัวเธอด้วย" "ฉัน?" อลิสาทวนคำ หัวใจเต้นแรงขึ้นจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน "ใช่... เธอ" รณกรเงยหน้าขึ้น จ้องมองเธอด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและจริงจังจนน่ากลัว "ตั้งแต่เธอเข้ามาในชีวิตฉัน ทุกอย่างมันรวนไปหมด... ฉันรำคาญเสียงเถียงของเธอ รำคาญตรรกะประหลาดๆ ของเธอ แต่เชื่อไหม... ว่าฉันไม่อยากไล่เธอไปไหนเลยสักครั้ง" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนปากแข็งทำเอาอลิสาหน้าร้อนผ่าว เธอกะพริบตาปริบๆ สมองที่เคยประมวลผลคำพูดได้อย่างรวดเร็วกลับตื้อตันไปหมดในวินาทีนี้ รณกรขยับเข้ามาประชิดตัวมากขึ้น มือหนาทั้งสองข้างวางทาบลงบนผนังห้อง คร่อมร่างเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างจงใจ ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาโอบล้อมเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก "นี่คุณ... จะทำอะไรคะ ถอยไปเลยนะ" เธอพยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แต่ทว่าแรงอันน้อยนิดกลับไม่สะเทือนคนตัวโตเลยสักนิด "กำลังหาทางดึงเธอไว้ไง... วิธีที่เธอคาดไม่ถึง" รณกรกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นจนคนฟังรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง "วิธีอะไรของคุณ... อ๊ะ!" คำถามถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อรณกรไม่ได้ใช้คำพูดในการอธิบาย แต่กลับก้มลงมา... ในจังหวะที่อลิสาไม่ทันตั้งตัว ประตูห้องสตูดิโอที่ควรจะล็อคสนิท กลับส่งเสียง ‘คลิก’ เบาๆ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การป้องกัน! ร่างของใครอีกคนก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงอุทานด้วยความตกใจ เมื่อภาพตรงหน้าคือช่างภาพหนุ่มชื่อดังกำลังโน้มตัวลงแนบชิดกับนักเขียนบทสาวในระยะประชิด ชนิดที่ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รำิน! รณกรชะงักค้าง อลิสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ทั้งคู่หันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน... และในวินาทีที่อลิสาเห็นใบหน้านั้นชัดเจน เลือดในกายเธอก็แทบจะเย็นเฉียบลงทันที ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินๆ กับความซึนของพี่รณกรด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%