เสียงกระแทกของกระเป๋าเดินทางทรงแข็งใบโตที่ปิดลงอย่างแรง ดังสนั่นก้องไปทั่วห้องนอนไม้สักทอง มันคือเสียงประกาศสงครามที่ชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำพูดใดๆ อลิสากวาดตามองรอบห้องด้วยหัวใจที่ชาหนึบ ความรู้สึกอึดอัดที่สะสมมาตลอดหลายวันปะทุขึ้นจนกลายเป็นความเด็ดเดี่ยว เธอยกหลังมือขึ้นปาดคราบน้ำตาที่รั้นจะไหลออกมาอย่างไม่ยอมจำนน ก่อนจะคว้าสายกระเป๋าเป้สะพายขึ้นบ่าด้วยท่าทีทะมัดทะแมง
ให้มันรู้ไปสิว่าคนอย่างอลิสาจะต้องมาทนรองรับอารมณ์ดาร์กๆ ของช่างภาพปากจัดอย่างรณกรไปตลอดชีวิต!
ประตูห้องนอนเปิดผางออกด้วยแรงอารมณ์ ร่างระหงก้าวฉับๆ ออกมาสู่ห้องนั่งเล่นพร้อมกับกระเป๋าเดินทางในมือ แต่แล้วฝีเท้าเธอก็ต้องชะงักกึก เมื่อภาพตรงหน้าคือรณกร—ผู้ชายที่เพิ่งทำให้สีหน้าหงุดหงิดของเขาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาถึงขีดสุดเมื่อครู่—ยืนขวางทางออกอยู่ตรงกรอบประตูพอดี
เขายืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกน สันจมูกโด่งเป็นสันคมและริมฝีปากที่ชอบพ่นคำพูดกวนประสาทเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง บรรยากาศรอบตัวเขากดดันจนอากาศในห้องแทบจะกลายเป็นพิษ
"จะไปไหน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังพอกลบเสียงหายใจของเธอได้สนิท
"หลบค่ะ ฉันจะกลับกรุงเทพฯ" อลิสาเชิดหน้าขึ้น สบตาเขาตรงๆ ไม่ยอมให้ความอ่อนแอในแววตาของเธอเล็ดลอดออกไปได้แม้แต่น้อย
รณกรไม่ขยับเขยื้อi เขายังคงยืนตระหง่านเป็นกำแพงมนุษย์ที่ขวางทางอิสรภาพของเธอไว้ "ผมยังไม่ได้อนุญาตให้คุณไป"
"คุณไม่ใช่พ่อฉัน! แล้วเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมฉันจะต้องรอให้คุณอนุญาตด้วย!" อลิสาสวนกลับทันควัน ความโกรธที่อัดอั้นทำให้เสียงของเธอสั่นระริกเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ "ลืมไปแล้วหรือไงคะว่าฉันมาที่นี่ในฐานะนักเขียนบท ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยของคุณ! อยากทำหน้ายักษ์ใส่ใคร อยากมีความลับกับใคร เชิญตามสบายเลยค่ะ แต่อย่ามาลงที่ฉัน!"
ประโยคสุดท้ายจงใจพาดพิงถึงบุคคลปริศนาที่เพิ่งเข้ามาทำลายบรรยากาศเมื่อครู่ สีหน้าของรณกรกระตุกวูบ ความเยือกเย็นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความระอุที่ฉายชัดในดวงตาคมกริบ
รณกรผละออกจากกรอบประตู เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม อลิสาถอยหลังโดยสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ แต่ชายหนุ่มกลับใช้มือข้างหนึ่งยันผนังกั้นเธอไว้ในวงแขน กักขังเธอให้อยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของเขาที่มีแต่กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นบุหรี่จางๆ
"หึงเหรอ" เสียงกระซิบต่ำรอดไรฟัน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
อลิสาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรำสำంటรกกับระยะประชิดที่อันตรายเกินไป เธอยกมือขึ้นดันแผงอกแข็งแกร่งของเขาไว้แต่รณกรกลับนิ่งสนิท ราวกับว่าแรงผลักของเธอเป็นแค่สัมผัสจากแมวตัวเล็กๆ
"หึงบ้าอะไร! เลิกหลงตัวเองสักทีรณกร!" เธอเถียงเสียงดังกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก "ฉันแค่รำคาญ! รำคาญที่คุณเหวี่ยงใส่ไม่เลือกหน้า รำคาญที่คุณชอบทำตัวเป็นความลับ และที่สำคัญ... ฉันไม่อยากอยู่ร่วมชายคาเดียวกับคนอารมณ์แปรปรวนแบบคุณอีกแล้ว!"
รณกรจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ ของเธอ แววตาของเขาไหววับอย่างประหลาด ความโกรธที่เธอคิดว่าเขามี มลายหายไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ เหลือเพียงความรู้สึกร้อนรุ่มที่พุ่งพล่านอยู่ในอก ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงต่ำกว่าเดิม กระซิบชิดริมใบหูจนเธอต้องขนลุกซู่
"ถ้าผมอารมณ์แปรปรวน แล้วทำไม..." เขายั้งคำพูดไว้ครู่หนึ่ง ปล่อยให้ลมหายใจอุ่นๆ รดรินต้นคอขาวผ่อง "เวลาผมเข้าใกล้แบบนี้ คุณถึงตัวสั่นทุกทีล่ะ อลิสา"
คำพูดนั้นทำเอาอลิสาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนเขิน เธอง้างมือขึ้นเตรียมจะตบสั่งสอนคนปากเสียสักที แต่รณกรไวรัสกว่า เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียวได้อย่างง่ายดาย แล้วตรึงมันไว้เหนือหัว แนบชิดจนร่างของเธอกลืนไปกับแผงอกของเขา
"ปล่อยนะคนบ้า!" เธอดิ้นรนสุดแรงเกิด ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบระเบิด "บอกให้ปล่อยไง!"
"ไม่ปล่อย จนกว่าเราจะเคลียร์กันให้รู้เรื่อง" รณกรกดเสียงต่ำ ดวงตาคมเข้มจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาเธอ สำรวจทุกความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ข้างใน "เรื่องผู้หญิงคนนั้น... เธอไม่ใช่ใครอื่น และผมไม่ได้ใส่ใจเธอแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่ผมสนใจ มีแค่..."
เขากลืนคำพูดช่วงท้ายลงคอ ปล่อยให้สายตาแทนคำตอบทั้งหมด มันเป็นสายตาที่ร้อนแรงและลึกซึ้งเกินกว่าที่ผู้ชายปากร้ายอย่างเขาจะเคยแสดงออกมาก่อน อลิสาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อความใกล้ชิดนี้มันหลอมละลายเกราะป้องกันทุกอย่างของเธอจนหมดสิ้น
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุและหัวใจของทั้งคู่เต้นรำในจังหวะเดียวกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ทำลายภวังค์สีชมพูแกมดราม่าลงอย่างไม่ปรานี
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"พี่กร! เปิดประตูให้ผมหน่อยครับ แย่แล้ว... ในเน็ตเขาปล่อยคลิปสัมภาษณ์เบื้องหลังกองถ่ายที่เราโดนโจมตีเมื่อสัปดาห์ก่อนออกมาแล้ว!"
เสียงตะโกนร้อนรนของทีมงานหนุ่มจากหน้าประตูกระชากสติของทั้งสองคนให้กลับคืนมา รณกรสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ส่วนอลิสาอาศัยจังหวะที่แรงยึดที่ข้อมือคลายลงเพราะความตกใจ ผลักอกเขาเต็มแรงแล้วกระชากกระเป๋าเดินทางถอยหลังกรูด
รณกรหันไปมองประตูด้วยแววตาถมึงทึง ก่อนจะหันกลับมามองอลิสาที่ยืนหายใจหอบโยน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีตื่นตระหนก
"เรายังคุยกันไม่จบ..." รณกรเอ่ยเสียงลอดไรฟัน
"แต่ฉันจบ!" อลิสาคว้ากระเป๋าเดินทางพุ่งตัวไปยังประตูห้องนอนอีกด้านเพื่อหาทางหนีทีไล่ แต่ทว่า... ทันทีที่ประตูหน้าห้องถูกเปิดผางเข้ามาโดยทีมงานที่ถือแท็บเล็ตหน้าตาตื่น บุคคลที่สามที่ก้าวตามเข้ามาสมทบข้างหลัง กลับทำให้เลือดในกายของรณกรและอลิสาเย็นเฉียบลงพร้อมกัน
เพราะเงาร่างที่ปรากฏตัวขึ้นตรงโถงทางเดิน ไม่ใช่แค่ทีมงานกองถ่าย... แต่เป็น "คนคนนั้น" ที่เพิ่งทำลายความสงบสุขของรณกรไปหมาดๆ เมื่อไม่กี่นาาทีก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและดราม่ามาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน•ตอนที่ 18
จุดแตกหักของความสัมพันธ์
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!