เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน•ตอนที่ 20

สารภาพรักกลางสายฝน

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
“ถอยไปนะรณกร! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำหน้าตาแบบนี้ใส่ฉัน!” เสียงหวีดหวิวของสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดใส่กระจกบานใหญ่ของเซฟเฮาส์ริมผา ไม่อาจกลบเสียงแหลมสูงที่เจือความสั่นเครือของอลิสาลงได้เลย ร่างบางถอยร่นจนแผ่นหลังชนติดกับชั้นหนังสือไม้สักหนักอึ้ง ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของช่างภาพหนุ่มฝีปากกล้าก้าวเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมหายใจผ่าน จากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ที่บุคคลไม่คาดฝันโผล่เข้ามาสร้างความตกใจให้ถึงขีดสุด บัดนี้สถานการณ์กลับยิ่งบีบคั้นหัวใจยิ่งกว่าเก่า เมื่อความลับที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนไว้ใต้เกราะกำบังอันแข็งกระด้างกำลังจะพังทลายลงในพริบตา รณกรไม่ยอมถอย เขาก้มหน้าลงมองหญิงสาว ดวงตาคมกริบที่มักใช้มองผ่านเลนส์กล้องเพื่อบันทึกความจริงของโลก บัดนี้กลับสะท้อนภาพเงาของเธอเพียงคนเดียว มือหนายกขึ้นยันขอบชั้นหนังสือไว้เหนือศีรษะเธอ เป็นการกักตัวทางอ้อมที่ทรงพลังจนอลิสาแทบหมดลมหายใจ “ใช่! ผมไม่มีสิทธิ์!” รณกรเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสดใสคู่นั้นแดงก่ำด้วยอารมณ์ที่อัดอั้นมานานแรมเดือน “ผมมันก็แค่ช่างภาพปากเสีย นิสัยแย่ ที่คุณคอยแต่จะหาเรื่องเถียงทุกครั้งที่มีโอกาส!” “ถ้ารู้ตัวแล้วทำไมยังไม่ถอยไปอีกล่ะคะ!” อลิสาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกซี่โครง มือเรียวเล็กกำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่นเพื่อระงับอาการสั่น “หลบไป! คนทางนั้นเขา... เขาอาจจะยังอยู่แถวนี้ก็ได้ เราต้องรีบจัดการเรื่องนี้ ไม่ใช่มาทะเลาะกันเรื่องไร้สาระ!” “เรื่องไร้สาระงั้นเหรอ?” รณกรหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเขาเจ็บปวดและเยียบเย็นในเวลาเดียวกัน “เรื่องที่คุณเอาแต่วิ่งหนีอันตรายโดยไม่ห่วงชีวิตตัวเอง มันเป็นเรื่องไร้สาระในสายตาคุณใช่ไหมอลิสา!” “แล้วมันเรื่องอะไรของคุณล่ะคะ!” อลิสาหมดความอดทน เผลอตะคอกใส่หน้าเขา “เราเป็นแค่คนร่วมงานกัน เป็นแค่คู่กัดในโปรเจกต์สารคดีเฮงซวยนี่! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ มาทำสายตาห่วงใยจนน่ารำคาญแบบนี้ใส่ฉัน!” คำพูดนั้นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึ้ง รณกรชะงักกึก ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียนของหญิงสาวที่ยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุม มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่ยังคงคำรามกึกก้อง ช่างภาพหนุ่มหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกำลังรวบรวมเศษซากความกล้าหาญทั้งหมดในชีวิต ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของนักเขียนสาว “เพราะผมรักคุณไงเล่า!” คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากที่มักใช้พ่นคำถากถาง ดังก้องชัดเจนท่ามกลางเสียงฟ้าคำราม อลิสาเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความโกรธเกรี้ยว ความหวาดกลัว และความดื้อรั้นทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความว่างเปล่าสีขาวโพลนในหัวใจ “คุณ... ว่าอะไรนะคะ...” อลิสากระซิบเสียงสั่นพร่า สมองตรรกะแน่นของเธอกำลังประมวลผลคำพูดสามคำนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่มันช่างไม่เข้ากับสถานการณ์เอาเสียเลย “ผมบอกว่าผมรักคุณ!” รณกรเน้นย้ำทีละคำ น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความเย่อหยิ่งเหลืออยู่เลย มีเพียงความยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองอย่างหมดรูป “รักตั้งแต่วันแรกที่คุณเดินเข้ามาในสตูดิโอด้วยท่าทางเชิดๆ แล้วเถียงผมฉอดๆ นั่นแหละ! รักจนประสาทจะกินอยู่แล้วที่เห็นคุณเอาแต่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงอันตราย!” อลิสาอ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปหมด เธออยากจะหาคำคมๆ มาโต้แย้งเหมือนทุกครั้ง อยากจะใช้วาทศิลป์ของนักเขียนบทมาฟาดฟันให้เขาหน้าชา แต่ทว่า... หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นแรงเสียจนเจ็บแปลบไปหมด เคมีประหลาดระหว่างเธอกับเขาที่เคยปะทะกันด้วยฝีปาก บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นกระแสความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง “คุณ... บ้าไปแล้วหรือไง” เธอบ่นพึมพำ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดอย่างห้ามไม่อยู่ แม้แต่ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดัน เธอก็ยังไม่อาจซ่อนร่องรอยความเขินอายไว้ได้มิด “ใช่ ผมมันบ้า” รณกรโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยหยาดน้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อย “บ้าเพราะรักผู้หญิงปากร้ายอย่างคุณคนเดียว... ทีนี้เข้าใจหรือยังว่าทำไมผมถึงต้องหัวเสียทุกครั้งที่คุณทำตัวเป็นนางเอกหนังบู๊” บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ อลิสาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความรู้สึกอัดอั้นที่ก่อตัวมาตลอดหลายสัปดาห์พังทลายลงในพริบตาเดียว มือที่เคยกำแน่นค่อยๆ คลายออก เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าหาเพื่อปิดฉากความดื้อรั้นด้วยความหวานล้ำ *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางสายฝน พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังม่านหมอกหยาดน้ำค้าง ดวงตาสีเข้มคู่หนึ่งจ้องมองทะลุกระจกเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ และก่อนที่รณกรจะทันได้หันไปขัดขวาง ลูกบิดประตูก็ถูกหมุนเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยทักทายราวกับเจ้าของบ้านตัวจริง “ขอโทษทีครับ... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาสำคัญของพวกคุณหรือเปล่า?” (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาตลอดนะคะ)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%