"วางกล้องลง แล้วคุกเข่าซะ... ก่อนที่ฉันจะทำให้คนรักของแกหายไปจากโลกนี้พร้อมกับไฟล์งานเหล่านั้น"
เสียงทุ้มต่ำที่กรอกผ่านสายโทรศัพท์ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ทว่ารณกรกลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่ผู้คุกกี้หมายมั่นปั้นมือไว้ ช่างภาพหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนระင်กระดุมเม็ดบนเผยให้เห็นแผงอกไหวตามจังหวะหายใจ นัยน์ตาคมกริบสีสนิมเหล็กมองจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาที่กำลังรันโปรแกรมกู้คืนข้อมูลด้วยสมาธิขั้นสุด ในขณะที่อลิสายืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน แววตาของนักเขียนบทสาวยามนี้ไม่มีความหวาดกลัว เจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดขึ้นจนสว่างวาบ
"ใจเย็นก่อนนะคะคุณรณกร..." อลิสาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "คนที่โทรมาเมื่อกี้ไม่ได้ต้องการแค่ขู่เราเล่นๆ แน่นอน ไฟล์สารคดีชุด 'เบื้องหลังเงามายา' ถูกเจาะระบบถึงสามชั้น ถ้าไม่ใช่คนวงในที่มีรหัสผ่านระดับแอดมิน ไม่มีทางที่มันจะดึงข้อมูลดิบออกไปได้หมดเกลี้ยงแบบนั้นภายในเวลาสิบนาที"
รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะบึ้งตึงอยู่เป็นนิจบิดเบี้ยวด้วยความเหยียดหยัน เขากดปิดหน้าจอพิวเตอร์เสียงดังสนั่น ก่อนจะหันมามองหญิงสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความดุดันตามประสาคนปากร้าย
"แล้วใครใช้ให้เธอเสนอหน้าเข้ามาช่วยฉันค้นหาต้นตอแต่แรกเล่า ยัยตัวแสบ" รณกรพ่นคำพูดจิกกัดออกมาตามความคุ้นชิน ทั้งที่มือหนากลับเอื้อมไปฉุดข้อมือบางของเธอให้ถอยมาหลบข้างหลังเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่หน้าประตูเซฟเฮาส์ "ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ คนที่จะซวยไม่ใช่ฉัน แต่เป็นเธอที่ดันรู้ความลับมากเกินไปต่างหาก"
"ปากเสียจริงนะคะ!" อลิสาฟาดฝ่ามือลงบนต้นแขนแกร่งของอีกฝ่ายเต็มแรง แม้จะเจ็บจนรณกรต้องสูดปากซีดปากเซียวแต่เธอก็ไม่คิดจะถอย "ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเถียงกันเรื่องฉันเสนอหน้าหรือเปล่าค่ะคุณช่างภาพเทวดา! เปิดประตูไปสิคะ รอดูหน้ากันชัดๆ เลยว่า 'ศัตรูในคราบผู้ร่วมงาน' ที่คอยแทงข้างหลังพวกเรามาตลอดโปรเจกต์นี้ หน้าตาเป็นยังไง!"
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งเป็นจังหวะ ราวกับจงใจประกาศกร้าวว่าผู้มาเยือนไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อสถานการณ์ภายในห้องเลยแม้แต่น้อย รณกรสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติ ดึงร่างบางให้ไปหลบหลังชั้นหนังสือบิวต์อิน ก่อนที่เขาจะเดินตรงไปยังประตูไม้สักหนาด้วยฝีเท้ามั่นคง มือหนากระชากเปิดประตูออกกว้างอย่างไม่เกรงกลัว
แสงไฟจากทางเดินสาดส่องกระทบร่างของบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูปเนี้ยบกริบ เส้นผมถูกเซ็ตไว้อย่างเป็นระเบียบ รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้ช่างภาพหนุ่มช่างเยือกเย็นและชวนสะอิดสะเอียนเสียจนรณกรต้องกำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
"ตกใจอะไรเหรกรณกร? หรือว่าเซอร์ไพรส์เกินไปจนพูดไม่ออก?" น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงความร้ายกาจเอ่ยทักทาย เจ้าของร่างนั้นคือ 'ธน ์' โปรดิวเซอร์หนุ่มใหญ่ผู้กุมบังเหียนงบประมาณทั้งหมดของโปรเจกต์สารคดีชุดนี้ ผู้ชายที่ทำทีเป็นสุภาพบุรุษคอยให้กำลังใจทุกคนมาตลอดหลายเดือน
รณกรแค่นยิ้มหยัน นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ "แก... ธันว์"
"ใช่ ฉันเอง แปลกใจนักหรือไง?" ธันว์ก้าวเท้าล่วงล้ำเข้ามาในเซฟเฮาส์โดยไม่ได้รับเชิญ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของอลิสาที่ก้าวออกมาจากมุมมืด "อ้าว... คุณอลิสา นักเขียนบทมือทองก็อยู่ด้วยเหรอครับเนี่ย ดีเลย จะได้ฟังคำพิพากษาพร้อมกันทีเดียว"
อลิสาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เธอก้าวเข้ามายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับรณกรอย่างไม่เกรงกลัว แม้ความสูงของเธอจะต่างกันพอสมควรแต่รัศมีแห่งความมั่นใจและตรรกะอันเฉียบคมไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว "คุณทำแบบนี้ทำไมคะคุณธันว์? โปรเจกต์นี้พวกเราทุ่มเทกันขนาดไหน คุณเป็นคนอนุมัติงบเองกับมือ ทำไมถึงอยากทำลายมันลงด้วยมือตัวเอง?"
ธันว์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่ารังเกียจดังสะท้อนก้องห้องทำงานแคบๆ เขาเดินไปหยิบแก้วกาแฟบนโต๊ะขึ้นมาพิจารณาราวกับเป็นเจ้าของบ้าน "ทำลายเหรอครับ? คุณอลิสากำลังเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว ผมไม่ได้กำลังทำลาย... แต่ผมกำลัง 'จัดระเบียบ' ต่างหากล่ะ"
"จัดระเบียบความโลภของแกน่ะสิไม่ว่า!" รณกรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มจัดเจือไอสังหาร "บริษัทแม่ตรวจสอบบัญชีงบประมาณย้อนหลังเมื่อสัปดาห์ก่อน แกยักยอกเงินทุนส่วนใหญ่ไปซุกซ่อนไว้ในบัญชีบริษัทลูกที่จดทะเบียนชื่อภรรยาเก่าของแก แล้วใช้ข้ออ้างว่างานสารคดีของฉันมีปัญหาจนต้องใช้งบเพิ่มเรื่อยๆ ใช่ไหม?"
รอยยิ้มบนใบหน้าของธันว์แข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมอย่างปิดไม่มิด "แกฉลาดเกินไปรณกร... ฉันเตือนแกหลายครั้งแล้วว่าให้ถ่ายไปตามบทที่ฉันจัดเตรียมไว้ให้ ไม่ต้องไปขุดคุ้ยเรื่องชาวบ้านหรือความเน่าเฟะของกลุ่มทุนอิทธิพลพวกนั้นขึ้นมาตีแผ่ แต่แกก็ยังดึงดันจะเอาความจริงมานำเสนอให้ได้... แกคิดเหรอว่าโลกใบนี้มันขับเคลื่อนด้วยความจริงใจน่ะ?"
"แต่มันขับเคลื่อนด้วยความถูกต้อง!" อลิสาสสวนกลับเสียงดังลั่น แววตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของโปรดิวเซอร์สารเลว "คุณกลัวว่าสารคดีชุดนี้จะไปกระทบเส้นสายทางธุรกิจของคุณกับกลุ่มทุนพวกนั้น กลัวว่าความผิดพลาดและคอรัปชันที่คุณทำไว้จะถูกเปิดเผยผ่านผลงานของพวกเรา คุณเลยต้องทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายไฟล์งานทั้งหมดทิ้ง!"
"เก่งมากครับนักเขียนบท... ปั้นน้ำเป็นตัวเก่ง สมแล้วที่เป็นคนเขียนบทดราม่าเรียกน้ำตา" ธันว์ปรบมือช้าๆ สองสามครั้ง เสียงแปะๆ ฟังดูเย้ยหยันเสียจนรณกรแทบจะทนไม่ไหว มือหนาเอื้อมไปดึงคอเสื้อสูทของธันว์เข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว แรงอารมณ์คุกกรุ่นจนอลิสาต้องรีบเอื้อมมือไปแตะแขนรณกรไว้เพื่อดึงสติ
"อย่าทำร้ายเขานะคะคุณรณกร ให้กฎหมายและหลักฐานจัดการเขาดีกว่าค่ะ" อลิสากล่าวเสียงเรียบ แม้ใจจริงเธออยากจะซัดหน้าผู้ชายคนนี้สักหมัดสองหมัดไม่แพ้กัน
รณกรขบกรามกรอด ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้าของธันว์ที่เริ่มมีเหงื่อซึมตามไรผม "ถ้าแกคิดว่าไฟล์งานทั้งหมดอยู่ในคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นแล้วแกทำลายมันทิ้งได้ละก็... แกคงประเมินช่างภาพสารคดีคนนี้ต่ำเกินไปแล้วล่ะธันว์"
ธันว์เบิกตากว้างเล็กน้อย สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่น "แกหมายความว่ายังไง?"
รณกรยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของอลิสากระตุกวูบด้วยความหลงใหลในความร้ายกาจและมั่นใจของเขา "ไฟล์ต้นฉบับไม่ได้อยู่บนคลาวด์หรือในเครื่องนั้นตั้งแต่แรกแล้ว... มันถูกเข้ารหัสและส่งตรงไปยังเซิร์ฟเวอร์สำรองของสำนักข่าวต่างประเทศตั้งแต่วินาทีแรกที่ฉันสัมภาษณ์พยานปากเอกคนนั้นเสร็จแล้วต่างหากล่ะ"
"แก!... ไอ้..." ธันว์หน้าซีดเผือด สติหลุดกระเจิงเมื่อรู้ว่าแผนการทั้งหมดพังไม่เป็นท่า
ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์จะได้ข้อสรุปและรณกรจะได้กดปุ่มส่งสัญญาณแจ้งตำรวจ เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นกะทันหันจากด้านนอกเซฟเฮาส์ เสียงเคาะประตูกลับกลายเป็นเสียงถีบประตูไม้สักบานใหญ่จนพังกระเด็นหลุดจากวงกบ!
ร่างของชายชุดดำสามคนกรูเข้ามาในห้องพร้อมกับอาวุธครบมือ และที่ทำให้รณกรกับอลิสาต้องช็อกค้างไปชั่วขณะคือ บุคคลที่เดินตามหลังชายชุดดำเหล่านั้นเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
"สวัสดีครับพี่รกร... ไม่คิดเลยสินะครับว่าเราจะได้เจอกันในสภาพแบบนี้"
รณกรนิ่งอึ้ง นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดเจน—'กวิน' ผู้ช่วยช่างภาพหนุ่มรุ่นน้องที่เขาไว้ใจที่สุดและเพิ่งสั่งให้ช่วยงานเมื่อเช้า!
อลิสาหันขวับมามองหน้ารณกร สัญชาตญาณบอกเธอทันทีว่าภัยมืดครั้งนี้ใหญ่หลวงและลึกล้ำกว่าที่คาดคิดไว้หลายร้อยเท่า
"หึ... เกมยังไม่จบหรอกครับพี่" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ต่างจากรอยยิ้มไร้เดียงสาที่เคยแสดงให้เห็นมาตลอด "เพราะคนที่จะเดินออกไปจากที่นี่ได้... มีแค่พวกเราเท่านั้น"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามความระทึกขวัญนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน•ตอนที่ 24
ศัตรูในคราบผู้ร่วมงาน
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!