เสียงเครื่องยนต์เรือหางยาวที่เพิ่งแล่นหายลับขอบฟ้าไป ทิ้งไว้เพียงเสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งทรายขาวและเสียงลมพายุที่เริ่มคำรามเบาๆ อยู่ไกลลิบ
อลิสายืนกอดอกนิ่ง ดวงตากลมโตมองตามเรือลำนั้นจนกลายเป็นจุดเล็กๆ ก่อนจะหันขวับกลับมาจ้องหน้าชายหนุ่มผู้ยืนกอดอกพิงเสาเรือนพักด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความสะทกสะท้านใดๆ
รณกรถอนหายใจยาว พรูลมหายใจร้อนออกทางจมูกอย่างนึกรำคาญ นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่มองสำภาระกองโตที่วางระเกะระラะบนระเบียงไม้ ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ติดเกาะสัปดาห์หนึ่งเต็มๆ... กับผู้ชายปากเสียอย่างคุณเนี่ยนะ ฉันคงต้องเตรียมซื้อโลงศพไว้ล่วงหน้าเลยมั้งคะ" อลิสาเปิดฉากก่อน น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันนิดๆ แต่แววตากลับจริงจังจนน่าหมั่นไส้
"ถ้าพูดมากเกินไป ประหยัดน้ำลายไว้หายใจตอนขาดอากาศจะดีกว่านะคะคุณนักเขียน" รณกรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทแต่เฉียบคมบาดลึก "และก่อนที่เราจะใช้ชีวิตร่วมชายคาเดียวกันภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ ผมมีกฎ... ที่คนฉลาดเขาควรฟังและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด"
นิ้วเรียวยาวชูขึ้นมาหนึ่งนิ้ว ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย สร้างแรงกดดันรอบตัวให้หนาแน่นขึ้นจนอลิสาต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"กฎข้อที่หนึ่ง... พื้นที่ชั้นสองทั้งหมดและห้องนอนฝั่งริมทะเลคือเขตหวงห้าม ห้ามรุกล้ำเข้ามาเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น"
อลิสาเลิกคิ้วสูง แววตาดื้อรั้นฉายชัดขึ้นมาทันที "ทำไมคะ? กลัวฉันไปเห็นความลับอะไรของคุณ หรือกลัวว่าจะอดใจไม่ไหวจนต้องล็อกห้องหนีฉันกันแน่"
รณกรไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาสะอفยยิ้มมุมปากนิดๆ รอยยิ้มที่ดูเย่อหยิ่งและกวนประสาทที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอ ชายหนุ่มชูนิ้วที่สองขึ้นมา
"กฎข้อที่สอง... อุปกรณ์ถ่ายภาพ กล้อง เลนส์ และฮาร์ดดิสก์ทุกตัวของผม ห้ามแตะ ห้ามขยับ และห้ามหายใจใส่ใกล้ๆ เด็ดขาด ถ้าพัง... ต่อให้คุณเอาตัวเข้าแลกใช้หนี้ทั้งชีวิตก็ไม่พอ"
"โอ้โห! หยิ่งยโสโอหังสมเป็นช่างภาพระดับโลกดีแท้ค่ะ" อลิสาก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาบ้าง ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว "แล้วกฎข้อที่สามล่ะคะ เชิญบัญชามาเลย ท่านช่างภาพผู้สูงส่ง"
รณกรชะงักไปเล็กน้อยเมื่อใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้จางๆ จากตัวหญิงสาวลอยปะทะจมูกท่ามกลางกลิ่นอายเค็มของทะเล เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าเดิมนิดหน่อย
"กฎข้อที่สาม... ห้ามซักถามเรื่องส่วนตัว ห้ามทำตัวสอดรู้สอดเห็น และ... ห้ามตกหลุมรักผมเด็ดขาด เพราะผมไม่มีที่ว่างในหัวใจให้ใครทั้งนั้น"
ประโยคสุดท้ายทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงไปชั่วขณะ อลิสาชะงักไปสามวินาทีเต็ม ก่อนที่เสียงหัวเราะในลำคอจะดังขึ้นเบาๆ เป็นเชิงเยาะหยัน
"ฮึ! หลงตัวเองขั้นวิกฤตสินะคะเนี่ย คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลหรือยังไง ถึงได้กล้าออกกฎบ้าๆ แบบนี้" หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น ท่าทีท้าทายพุ่งทะยานถึงขีดสุด "ฟังให้ดีนะคะคุณรณกร... สำหรับฉันแล้ว กฎมีไว้แหกค่ะ และสามข้อที่คุณเพิ่งพูดมา... ฉันจะพังมันให้ราบคาบตั้งแต่วันแรกนี่แหละ!"
พูดจบร่างบางก็สะบัดหน้าหนี เดินกระแทกส้นเท้าผ่านหน้าเขาตรงดิ่งไปยังห้องนอนรับแขกชั้นล่างทันที ทิ้งให้รณกรยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม สายตาคมกริบมองตามร่างบางที่หายลับเข้าไปในห้อง พร้อมกับมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
เวลาผ่านไปนับชั่วโมง เสียงลมพายุข้างนอกเริ่มโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ฝนเม็ดใหญ่เริ่มสาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างจนเกิดเสียงดังน่ากลัว ภายในเซฟเฮาส์ไร้ซึ่งแสงไฟจากภายนอก มีเพียงแสงสีส้มสลัวจากตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะกลางห้องรับแขกที่รณกรจุดไว้เพื่อบรรเทาความมืด
รณกรนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา จ้องมองหน้าจอแล็ปท็อปเพื่อคัดเลือกภาพถ่าย แต่สมาธิกลับไม่Yอยู่กับงานในมือเลยสักนิด หูคอยเงี่ยฟังเสียงความเคลื่อนไหวจากห้องพักชั้นล่างที่เงียบสนิทผิดปกติ
*เงียบเกินไป... ยัยตัวแสบนั่นกำลังวางแผนทำอะไรอยู่นะ?*
ความคิดนั้นทำให้เขาต้องลุกขึ้นยืนด้วยความหงุดหงิด ชายหนุ่มเดินสาวเท้ายาวตรงไปยังห้องพักชั้นล่าง มือหนาเคาะประตูเบาๆ สองครั้ง แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ
"อลิสา... หลับไปแล้วหรือไง" เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะลองบิดลูกบิดประตู ปรากฏว่ามันไม่ได้ล็อก!
ประตูเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นความมืดสนิทภายในห้อง รณกรเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟข้างฝา แต่ไม่มีกระแสไฟตอบสนองเพราะระบบขัดข้อง เขากลอกตาด้วยความเซ็ง ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปข้างในเพื่อดูว่าเธอยังปลอดภัยดีไหม
"คุณ..." เสียงเรียกติดจะห้วนกระด้างหยุดชะงักลง เมื่อแสงจากตะเกียงที่เขาลือถือติดมือมาด้วยส่องกระทบเข้ากับเตียงนอน
เตียงว่างเปล่า... ไร้เงาของร่างบาง!
หัวใจของช่างภาพหนุ่มกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามสันหลัง ประตูระเบียงด้านหลังห้องที่เชื่อมต่อกับหน้าผาริมทะเลเปิดอ้าซ่า ลมพายุพัดกระโชกจนผ้าม่านปลิวไสว
"ให้ตายสิ..." รณกรสบถเสียงดังลั่น เขาพุ่งตัวไปยังระเบียงทันที ท่ามกลางสายฝนที่สาดกระเซ็นเปียกปอนเรือนร่างสูงใหญ่
ที่ริมขอบหน้าผา ท่ามกลางความมืดมิดและเกลียวคลื่นซัดสาด ร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งกำลังยืนเผชิญหน้ากับลมพายุ มือข้างหนึ่งเกาะราวสะพานไม้เก่าๆ ที่สั่นคลอนอย่างอันตราย เพื่อพยายามเอื้อมหยิบอะไรบางอย่างที่ลอยติดอยู่ซอกหินด้านล่าง
"อลิสา! คุณบ้าไปแล้วหรือไง กลับเข้ามาเดี๋ยวนี้!" รณกรตะโกนแข่งกับเสียงพายุ ความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวตีรวนขึ้นมาในอกพร้อมๆ กัน
หญิงสาวหันกลับมาตามเสียงเรียก ใบหน้าเปียกปอนไปด้วยหยดน้ำฝนและน้ำทะเล ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้นจนวินาทีสุดท้าย เธอยิ้มเยาะใส่เขาแม้ในสถานการณ์ที่อันตรายที่สุด
"ก็บอกแล้วไงคะ... ว่าฉันไม่ชอบกฎ!"
ทว่ายังไม่ทันที่อลิสาจะดึงมือกลับ พื้นไม้เก่าๆ ที่เธอยืนอยู่เกิดส่งเสียงลั่นดัง *เอี๊ยด!* ก่อนที่แผ่นไม้จะหักยุบลงไปต่อหน้าต่อตา!
"กรี๊ด!"
"อลิสา!"
รณกรพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือเรียวไว้ได้ทันก่อนที่ร่างทั้งร่างจะร่วงหล่นลงไปในความมืดมิดของท้องทะเลเบื้องล่าง แต่แรงกระชากจากลมพายุและน้ำหนักตัวที่ดึงลงไป ทำให้ร่างของช่างภาพหนุ่มเสียหลัก พลัดตกลงไปพร้อมกับเธอ...
*ตูม!*
เสียงคลื่นซัดกลืนกินร่างทั้งสองหายลับไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและ... ประตูห้องลับชั้นสองที่อยู่เหนือหัวพวกเขาขึ้นไป ที่จู่ๆ ก็มีเสียงกุกกักดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างปริศนาของใครบางคนกำลังก้าวออกมาจากความมืด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปพร้อมกับ "ตุ๊กตาโบราณ" นะคะ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน•ตอนที่ 2
กฎสามข้อที่ห้ามละเมิด
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายช่างภาพสายวีน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!