“หยุดดาบของนายเดี๋ยวนี้ ลูคัส!”
เสียงของเรย์สั่นพร่าราวกับใบไม้ที่ถูกลมพายุพัดกระหน่ำ เขาไม่ได้ตะโกนด้วยความโกรธ แต่ตะโกนด้วยความหวาดกลัวที่เกาะกุมไปถึงขั้วหัวใจ มือที่เคยประคองไม้เท้าเวทมนตร์แน่นเริ่มคลายออกจนมันตกลงกระทบพื้นหินดังเคร้ง สะท้อนก้องไปทั่วโถงวิหารที่บิดเบี้ยวไปด้วยรอยแยกของมิติ
ลูคัสชะงักดาบที่กำลังพุ่งเข้าหาเงาร่างนั้นห่างจากลำคออีกฝ่ายเพียงไม่กี่นิ้ว อัศวินหนุ่มหันมามองเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “เรย์! นายเห็นไหมว่าภายใต้หน้ากากนั่นคือใคร... นั่นมัน ‘เขา’ นะ คนที่หายสาบสูญไปพร้อมกับฐานข้อมูลหลักของ V-World!”
ร่างในชุดเกราะนั้นค่อยๆ ลดดาบลง ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของเรย์ ใบหน้าที่เห็นใต้หน้ากากนั่น—ใบหน้าที่เขานึกฝันถึงมาตลอดนับตั้งแต่เริ่มก้าวเข้ามาในโลกใบนี้ ดวงตาคู่นั้นที่เคยอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความหวัง บัดนี้กลับว่างเปล่าราวกับดวงตาของตุ๊กตาที่ถูกไขลานจนผิดจังหวะ
“พ่อ...” เรย์พึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนพื้นหินที่แตกร้าว “ทำไมพ่อถึงมาอยู่ที่นี่ ในฐานะ... ผู้บงการระบบ?”
ร่างตรงหน้าไม่ได้ตอบโต้ด้วยคำพูด เพียงแต่มือที่สวมถุงมือเหล็กค่อยๆ ชูขึ้น กลางฝ่ามือปรากฏผลึกแสงสีน้ำเงินเข้มที่เต้นตุบๆ เหมือนหัวใจ—มันคือแกนกลางของข้อมูลในพื้นที่โซนที่ 39 ที่กำลังถูกลบหายไปเรื่อยๆ
“ลูคัส ถอยออกมาก่อน” เรย์สูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง “ปุยฝ้าย... ออกมา”
กระต่ายเมฆาสีชมพูตัวน้อยกระโดดออกมาจากกระเป๋าคาดเอวของเรย์ ดวงตาที่เคยสดใสของมันในตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นสีประกายเงินวาวโรจน์ ปุยฝ้ายรับรู้ถึงความผิดปกติของข้อมูลในพื้นที่นี้ได้ดีกว่าใคร มันเริ่มแผ่ไอเวทมนตร์สีพาสเทลออกไปเพื่อสร้างอาณาเขตแห่งการปกป้อง บดบังทัศนียภาพอันน่าสะพรึงกลัวรอบข้าง
“เรย์ นายกำลังจะทำอะไร” ลูคัสลดดาบลงต่ำ ก้าวถอยหลังมาเคียงข้างเรย์ “ถ้าเราไม่ชิงแกนกลางนั้นมา เราจะเสียพื้นที่นี้ไปตลอดกาลนะ”
“ไม่ใช่การชิง แต่คือการ ‘กู้คืน’” เรย์ก้มลงหยิบไม้เท้าขึ้นมา ดวงตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความขี้อายแบบเดิม แต่มันคือความมุ่งมั่นของคนที่ต้องปกป้องสิ่งที่เขารัก “ระบบที่พ่อ... ที่คนคนนี้กำลังควบคุมอยู่ มันไม่ได้ถูกทำลาย แต่มันกำลัง ‘ติดเชื้อ’ จากไวรัสตัวที่แปด ถ้าเราเข้าปะทะตรงๆ พื้นที่นี้จะพังทลายลงพร้อมกับพวกเราทุกคน”
เรย์ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เขาเดินผ่านลูคัสตรงไปยังร่างของชายผู้เป็นพ่อที่ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น “แผนการของเราคือการสร้าง ‘ช่องโหว่แห่งสายสัมพันธ์’ ปุยฝ้ายจะเชื่อมต่อระบบประสาทสัมผัสของมอนสเตอร์ในพื้นที่นี้เข้ากับข้อมูลที่ติดเชื้อ เพื่อกรองเอาไวรัสออก”
“แต่นั่นมันหมายความว่า...” ลูคัสหน้าซีดเผือด “นายต้องใช้พลังเวทมนตร์ทั้งหมดที่มีเป็นสื่อกลาง... เรย์ ถ้านายพลาด แม้แต่นิดเดียว นายจะติดอยู่ในบั๊กของข้อมูลนั้นตลอดไป!”
“ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ลูคัส” เรย์หันมาส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อนสนิท แม้ริมฝีปากจะสั่นระริก “ที่นี่คือบ้านของมอนสเตอร์พวกนี้ ถ้าฉันไม่ช่วยพวกเขา ใครจะช่วยล่ะ?”
ลูคัสกำด้ามดาบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาพยักหน้าช้าๆ “ถ้าอย่างนั้น... ฉันจะกันข้างหลังให้ นายทำหน้าที่ของนายไป ถ้ามีอะไรหลุดรอดมาจากบั๊กพวกนั้น... ฉันจะจัดการให้เอง แม้ว่าดาบนี้จะต้องเปื้อนเลือดของคนในครอบครัวนายก็ตาม”
เรย์หลับตาลง สัมผัสถึงไออุ่นจากปุยฝ้ายที่มาคลอเคลียข้างขา เขาเริ่มร่ายมนตร์บทที่ลึกซึ้งที่สุดที่เคยเรียนรู้มา—เวทแห่งพันธสัญญาที่ไม่ได้มีไว้เพื่อควบคุม แต่มีไว้เพื่อเข้าใจ รอบกายของเขาเริ่มมีละอองแสงสีชมพูโปรยปรายราวกับหิมะดอกไม้ มันเริ่มซึมเข้าไปในชุดเกราะของชายตรงหน้า
ทันใดนั้น ร่างในชุดเกราะก็สั่นสะท้าน ดาบในมือเขาร่วงหล่นลงพื้นส่งเสียงก้องกังวาน ดวงตาที่เคยว่างเปล่าเริ่มกลับมามีประกายไหววูบอีกครั้ง เขาเอื้อมมือที่สั่นเทามาหาเรย์ เหมือนกำลังจะแตะที่ใบหน้าของเด็กหนุ่ม
“อย่า... อย่าเข้ามาใกล้...” เสียงที่แหบพร่าผิดมนุษย์ดังเล็ดลอดออกมาจากใต้หมวกเกราะ “ออกไป... เรย์... ที่นี่ไม่ปลอดภัย... ข้อมูลกำลัง...”
ยังไม่ทันสิ้นคำพูด จู่ๆ พื้นที่โดยรอบก็เกิดการกระตุกอย่างรุนแรง หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานเด้งขึ้นมานับร้อยรอบตัวเรย์—*‘Warning: Core Corruption at 99%. Initiating Forced Reset in 3... 2...’*
“ไม่นะ! ปุยฝ้าย เพิ่มพลังเวทเดี๋ยวนี้!” เรย์ตะโกนสุดเสียง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประตูปริศนาด้านหลังของร่างในชุดเกราะก็เปิดออก พร้อมกับเงาของใครบางคนที่เรย์จำได้แม่นยำว่าเป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดใน V-World ก้าวเท้าออกมา
เขาสวมชุดคลุมสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสงไฟทุกอย่างรอบตัว ในมือถือไอเทมที่เรย์ไม่เคยเห็นมาก่อน—เครื่องมือ ‘ลบข้อมูลถาวร’ ที่เป็นไอเทมระดับตำนานซึ่งไม่ควรมีอยู่ในมือผู้เล่นคนใดทั้งสิ้น
“ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ” เสียงเยือกเย็นดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยาม “แต่น่าเสียดายที่สายสัมพันธ์อันแสนหวานของพวกแก... กำลังจะกลายเป็นเศษซากของประวัติศาสตร์ที่ไม่มีวันถูกจดจำ”
ชายชุดคลุมคนนั้นยกเครื่องมือขึ้นชี้มาทางเรย์และปุยฝ้าย แสงสีดำค่อยๆ ก่อตัวขึ้นที่ปลายกระบอก ทว่าในจังหวะนั้นเอง ชายในชุดเกราะที่เรย์คิดว่าเป็นพ่อของเขากลับพุ่งตัวเข้าขวางวิถีของลำแสงนั้นด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ พร้อมกับเสียงกระซิบที่เรย์ได้ยินเพียงคนเดียวว่า...
“ลูก... วิ่งไปซะ... พ่อไม่ใช่คนที่ลูกมองเห็น...”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเรย์และมอนสเตอร์ตัวน้อยของเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ
บันทึกจอมเวทฝึกหัดกับแก๊งมอนสเตอร์จิ๋วตะลุยโลก V-World•ตอนที่ 39
แผนการแก้ไขข้อมูล
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจอมเวทฝึกหัดกับแก๊งมอนสเตอร์จิ๋วตะลุยโลก V-World นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!