“แกจะให้ฉันทำอย่างไรกับมันดีล่ะ? จะให้มันตายอย่างทรมาน หรือจะให้มันเน่าตายอยู่ในกรงขังมืดๆ นี่ไปตลอดกาลดี?”
เงาของเรย์ในกระจกเหยียดยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวผิดธรรมชาติ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นประสาททว่ายังคงเป็นเสียงของเขาเอง เรย์ถอยกรูดจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังถ้ำที่เย็นเยียบ ปุยฝ้ายที่เกาะอยู่บนไหล่ของเขาสั่นระริกจนขนสีชมพูฟูฟ่องปัดปายไปมาด้วยความหวาดกลัว ดวงตากลมโตของเจ้ากระต่ายเมฆาจ้องมองภาพสะท้อนนั้นด้วยความตื่นตระหนก มันพยายามใช้จมูกดมฟุดฟิดเหมือนจะหาสัญญาณอันตรายจากอากาศรอบข้าง
“นั่นไม่ใช่ฉัน... แกไม่ใช่ฉัน!” เรย์ตะโกนออกไป มือสั่นเทาคว้าเข้าที่ด้ามดาบไม้ที่ลูคัสเพิ่งสอนการจับให้เมื่อไม่กี่วันก่อน
“ไม่ใช่เหรอ?” เงาในกระจกเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือออกมาจากผิวแก้วที่ควรจะเป็นของแข็ง แต่มันกลับหยุ่นตัวเหมือนผิวน้ำที่กำลังสั่นไหว “ตราบใดที่นายยังมีความกลัว ตราบใดที่นายยังอยากเป็นแค่ ‘เด็กชายขี้อาย’ ที่หวังพึ่งพิงคนอื่น... ฉันนี่แหละคือตัวจริงที่สมบูรณ์แบบกว่านายร้อยเท่า”
“พอที!”
ลูคัสคว้าไหล่เรย์ไว้แน่น ก่อนจะกระชากร่างของเพื่อนรักออกมาจากหน้ากระจกเงาประหลาดนั่น แรงดึงนั้นทำให้เรย์เสียหลักเซไปปะทะกับอกเสื้อเกราะของลูคัส อัศวินหนุ่มขมวดคิ้วแน่น แววตามุ่งมั่นของเขาสะท้อนความห่วงใยออกมาอย่างปิดไม่มิด
“เรย์! อย่าไปฟังมัน มันคือกลลวงของ V-World ที่ต้องการปั่นหัวเรา นายจำไม่ได้เหรอว่าเรามาที่นี่เพื่ออะไร?” ลูคัสหันไปมองกระจกที่ตอนนี้กลับคืนสู่สภาพปกติไร้ซึ่งเงาของคนสองคน “เราต้องรีบไปหาเบาะแสที่ค่ายพฤกษาทมิฬ ถ้าเรามัวแต่เสียเวลากับสิ่งของพวกนี้ เราจะเสียเปรียบพวกที่จ้องจะทำลายระบบไปมากกว่านี้!”
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปรับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองศึก เขาพยักหน้าช้าๆ ปุยฝ้ายขยับตัวมาซุกที่คอของเขาเหมือนต้องการปลอบประโลม “ขอบใจนะลูคัส... ฉันแค่... มันรู้สึกเหมือนส่วนหนึ่งของฉันถูกดึงออกไปจริงๆ”
ทั้งสองคนรีบก้าวออกจากถ้ำเร้นลับนั้น บรรยากาศภายนอกดูเงียบสงัดจนผิดปกติ ป่าดิบชื้นในโซนรอยต่อของ V-World มักจะเต็มไปด้วยเสียงแมลงและสัตว์น้อยใหญ่ แต่ทว่าวันนี้กลับมีความเงียบที่ดูไม่เป็นธรรมชาติปกคลุมอยู่ ราวกับว่าสรรพสิ่งในละแวกนี้กำลังซ่อนตัวจากอะไรบางอย่าง
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องแหลมสูงของมอนสเตอร์ตัวหนึ่งดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า เรย์และลูคัสสบตากันโดยไม่ต้องนัดหมาย ทั้งคู่พุ่งตัวเข้าไปในพุ่มไม้ทันที
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เรย์ถึงกับชะงักลมหายใจ ‘หมาป่าเหมันต์’ ตัวหนึ่งที่ดูบอบช้ำกำลังนอนหอบหายใจรวยรินอยู่ที่พื้น ใกล้ๆ กันนั้นมีกลุ่มผู้เล่นสามคนสวมชุดเกราะสีดำทมิฬโลโก้กิลด์ที่เขาไม่คุ้นตา หนึ่งในนั้นกำลังเงื้อแส้ไฟฟ้าฟาดลงบนตัวมอนสเตอร์ตัวน้อยที่ดูเหมือนจะเป็นลูกของหมาป่าตัวนั้น
“กัดมันสิไอ้ตัวอ่อนแอ! ถ้าแกไม่กัดคอไอ้ตัวแม่นั่น เราก็ไม่มีทางอัปเกรดค่าความโกรธของมอนสเตอร์สายต่อสู้ได้หรอก!” ชายคนหนึ่งตะคอก เสียงของเขาทรงพลังและเต็มไปด้วยอำนาจมืด
“หยุดนะ!” เรย์ตะโกนออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด เขาพุ่งออกไปยืนขวางระหว่างกลุ่มผู้เล่นนั้นกับหมาป่าตัวน้อย ปุยฝ้ายกระโดดลงจากไหล่และพองขนใส่ผู้บุกรุกอย่างดุดัน
กลุ่มผู้เล่นทั้งสามหันมามองเรย์ พวกเขาแสยะยิ้มที่ดูเย้ยหยัน หนึ่งในนั้นเป็นชายร่างยักษ์ถือดาบเล่มเขื่องที่ใบดาบมีคราบเลือดสีเข้มติดอยู่ “โอ้... ดูสิว่าใครมา ‘ทูตแห่งสายสัมพันธ์’ แห่งกิลด์นักสำรวจงั้นเหรอ? แกคิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่รึไงที่มาขวางทางพวกเรา?”
“พวกคุณกำลังทำร้ายพวกมัน! มอนสเตอร์ไม่ใช่เครื่องมือในการเพิ่มค่าพลังของพวกคุณนะ!” เรย์กำหมัดแน่น น้ำเสียงของเขาเริ่มสั่นเครือแต่แฝงด้วยความโกรธ
“หึ โลกนี้มันขับเคลื่อนด้วยความแข็งแกร่งต่างหากล่ะ เจ้าเด็กน้อย” ชายคนเดิมหัวเราะร่วน ก่อนจะส่งสัญญาณให้เพื่อนอีกสองคน “จัดการมันซะ อย่าให้เหลือซาก แม้แต่สัตว์เลี้ยงตัวน้อยๆ ของมันด้วย”
มอนสเตอร์สายพันธุ์สังหารที่ดูดุร้ายผิดปกติหลายตัวถูกเรียกออกมาจากเกตสีดำข้างตัวผู้เล่นเหล่านั้น มันไม่ใช่สัตว์ป่าทั่วไป แต่มันถูกดัดแปลงด้วยชุดเกราะเหล็กแหลมคมและดวงตาที่เปล่งแสงสีแดงฉาน ทุกตัวดูเหมือนจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมที่ไร้ความปรานี
ลูคัสชักดาบออกมาตั้งท่าเตรียมพร้อม “เรย์ อยู่ข้างหลังฉัน! พวกนี้ไม่ใช่ผู้เล่นธรรมดา พวกมันกำลังทำผิดกฎของระบบ!”
“กฎงั้นเหรอ? กฎมีไว้สำหรับคนแพ้เท่านั้นแหละ!”
มอนสเตอร์ตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่ลูคัสด้วยความเร็วสูง การปะทะกันของเหล็กและเขี้ยวเล็บทำให้เกิดประกายไฟกระจายไปทั่ว เรย์พยายามสื่อสารกับหมาป่าเหมันต์ที่บาดเจ็บ เขาหลับตาลง พยายามส่งกระแสจิตอันอบอุ่นไปให้มัน
*‘ฟังฉันนะ... อย่ากลัว ฉันจะช่วยพวกเธอเอง’*
แต่ทันใดนั้น เรย์ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเขารู้สึกถึงบางอย่าง... ไม่ใช่แค่กระแสจิตของหมาป่า แต่มันคือ ‘ความมืด’ ที่แทรกซึมเข้ามาในจิตใจของเขา มันไม่ใช่เสียงของตัวเองในกระจก แต่มันเป็นเสียงของ ‘ใครบางคน’ ที่กำลังชี้นำมอนสเตอร์เหล่านั้นผ่านตัวเขา
หมาป่าเหมันต์ที่เคยบาดเจ็บอยู่ดีๆ ก็แผ่ไอเย็นเยือกออกมาจนกลายเป็นน้ำแข็งเกาะไปทั่วบริเวณ มันลุกขึ้นยืนด้วยแววตาที่เป็นสีดำสนิท ไร้ความรู้สึก ผิดกับเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
“เฮ้ย... นั่นมันเกิดอะไรขึ้นวะ?” หนึ่งในกลุ่มผู้เล่นที่กำลังโจมตีหยุดชะงัก เมื่อหมาป่าตัวนั้นไม่ได้หันไปเล่นงานพวกเขา แต่มันกลับหันมาแยกเขี้ยวใส่เรย์ด้วยความอาฆาตมาดร้ายที่สุดเท่าที่เรย์เคยพบมา
เรย์ถอยหลังจนล้มลงก้นจ้ำเบ้า ลูคัสที่กำลังต่อสู้หันมามองด้วยความตกใจ “เรย์! ออกมาตรงนั้นเดี๋ยวนี้!”
“ฉัน... ฉันไม่ได้ทำ...” เรย์พึมพำอย่างสิ้นหวัง ขณะที่หมาป่าเหมันต์กระโจนเข้าหาเขาด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติ แต่ก่อนที่กรงเล็บนั้นจะถึงตัวเขาทันใดนั้นก็มีเงาร่างสีดำพุ่งเข้ามาขวางไว้ และเสียงเย็นเยียบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหูของเรย์
“ไม่นึกเลยว่าแกจะอ่อนแอถึงขนาดควบคุมมอนสเตอร์ของตัวเองไม่ได้... ดูเหมือนฉันจะต้องเป็นคนลงมือเองแล้วสิ”
เรย์เงยหน้าขึ้นมองสิ่งที่ขวางหน้าเขาอยู่ มันไม่ใช่ลูคัส และไม่ใช่คนกลุ่มนั้น แต่มันคือ ‘เรย์’ อีกคนหนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงามืดของหมาป่าเหมันต์ พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเหล่ามอนสเตอร์จิ๋วในโลกกว้างใบนี้เสมอนะคะ!
บันทึกจอมเวทฝึกหัดกับแก๊งมอนสเตอร์จิ๋วตะลุยโลก V-World•ตอนที่ 28
ศัตรูที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจอมเวทฝึกหัดกับแก๊งมอนสเตอร์จิ๋วตะลุยโลก V-World นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!