“ถอยออกมาเรย์! ตรงนั้น... พื้นที่ตรงนั้นมันไม่ได้แค่บัค แต่มันกำลังหายไปจริงๆ!”
เสียงตะโกนของลูคัสแหบพร่าและสั่นเครือ อัศวินหนุ่มในชุดเกราะที่เคยเงางามบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยขูดขีดจากการต่อสู้ เขากระชากแขนเรย์จนร่างของเด็กหนุ่มเซถลาถอยหลังออกมาจากแนวเขตป่าสนที่เคยเขียวชอุ่ม เบื้องหน้าของพวกเขาไม่ใช่ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่ควรจะเป็น แต่มันคือความว่างเปล่าที่ดูเหมือนแผ่นกระจกแตกละเอียด ขอบเขตของโลก V-World บริเวณนั้นกำลังถูก ‘ลบ’ ออกไปทีละส่วน ทิ้งไว้เพียงสีดำสนิทราวกับห้วงเหวที่ไม่มีจุดสิ้นสุด
“เป็นไปไม่ได้...” เรย์พึมพำ ดวงตาเบิกกว้างสั่นระริก มือที่เคยกระชับไม้เท้าเวทมนตร์กลับสั่นเทาจนแทบประคองไว้ไม่อยู่ “ลูคัส เมื่อครู่ฉันยังเห็นฝูงมอนสเตอร์ผีเสื้ออยู่ที่นั่นอยู่เลย พวกมันไม่ได้หนีไปไหน... พวกมันถูกดูดหายเข้าไปในความว่างเปล่านั่น!”
ปุยฝ้ายที่เกาะอยู่บนไหล่ของเรย์ขนฟูฟ่องจนพองโตผิดปกติ มันไม่ได้ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วเหมือนทุกวัน แต่กลับซุกหน้าลงกับลำคอของเจ้านายแน่น สั่นสะท้านด้วยความกลัว สัญชาตญาณสัตว์วิเศษของมันสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติอย่างร้ายแรง—ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดของระบบ แต่มันคือการ ‘ล่มสลาย’ ของสิ่งที่พวกเขารัก
“ระบบแจ้งเตือนว่าอย่างไรบ้าง?” ลูคัสหันมาถาม พร้อมกับยกดาบขึ้นเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจจะโผล่ออกมาจากความมืดนั้น
เรย์เรียกหน้าต่างเมนูขึ้นมา นิ้วเรียวสั่นเทาขณะเลื่อนดูข้อความสีแดงฉานที่กระพริบถี่ๆ ตรงหน้า ข้อความเหล่านั้นไม่เหมือนการประกาศปิดปรับปรุงเซิร์ฟเวอร์ตามปกติ แต่มันคือการแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางที่ดูเหมือนจะเสียสติ
[คำเตือน: ความสมบูรณ์ของพิกัดพื้นที่ 042-Beta ลดลงเหลือ 0%]
[แจ้งเตือน: ตรวจพบการสูญเสียข้อมูลสำคัญในหน่วยความจำโลกเสมือน]
[คำสั่งระบบ: โปรดอพยพผู้เล่นออกจากโซนที่ได้รับผลกระทบ... ข้อผิดพลาด... ไม่สามารถประมวลผลตำแหน่งอพยพได้]
“มันบอกว่า... มันพยายามลบพื้นที่นี้ออกไปเพื่อรักษาเสถียรภาพของจุดอื่น” เรย์พูดเสียงแผ่ว พลางมองเศษเสี้ยวของต้นไม้ที่ถูกกลืนกินหายไปเหมือนไฟล์ดิจิทัลที่ถูกกด ‘Delete’ โดยไม่มีสัญญาณเตือน “ลูคัส เราติดอยู่ในที่ที่กำลังถูกลบออกไปจากบันทึกของโลกใบนี้”
“ช่างหัวระบบสิ!” ลูคัสตวาดแววตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่รอยแยกสีดำ “เราจะไม่ทิ้งที่นี่ไปไหนถ้ามอนสเตอร์ในป่านี้ยังไม่ออกไป พลังทูตแห่งสายสัมพันธ์ของนาย... นายบอกว่านายสื่อสารกับพวกมันได้ไม่ใช่หรือไง? ลองเรียกพวกมันสิ! พาพวกมันหนีออกไปจากเส้นขอบเขตที่กำลังขยายตัวนี่!”
เรย์หลับตาลง พยายามส่งจิตสัมผัสออกไปท่ามกลางความโกลาหล เขารู้สึกถึงความหวาดกลัวของเหล่ามอนสเตอร์จิ๋วในป่า ความสับสนของธรรมชาติที่กำลังจะแตกสลาย เสียงร้องระงมผ่านกระแสจิตทำให้หัวใจของเรย์แทบแตกสลาย เขารวบรวมพลังเวทมนตร์ทั้งหมดที่มี สร้างเป็นรัศมีสีอ่อนจางรอบกาย เพื่อดึงดูดและชี้นำเหล่ามอนสเตอร์ที่หลงทาง
ทว่า ในขณะที่เขากำลังประคองสติอยู่นั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนก็เริ่มบิดเบี้ยว ก้อนเมฆที่เคยวาดลวดลายสวยงามกลับกลายเป็นเส้นสายของโค้ดคอมพิวเตอร์ที่พังทลายลงมาเป็นฝนสีเทาที่กัดกร่อนทุกสิ่งที่สัมผัส
“เรย์! ระวัง!” ลูคัสพุ่งตัวเข้ามากางโล่รับบางอย่างที่พุ่งลงมาจากฟ้า มันไม่ใช่หิน ไม่ใช่ฝน แต่มันคือส่วนหนึ่งของภูมิประเทศที่กำลังร่วงหล่นลงมาทับถมขอบเขตที่เหลืออยู่
ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมชั่วขณะ เมื่อขอบเขตความว่างเปล่าหยุดนิ่งลงชั่วคราว ลูคัสหอบหายใจหนักหน่วง โล่ของเขาพังทลายไปเกือบครึ่ง เรย์ลืมตาขึ้นมองภาพตรงหน้าแล้วใจหายวาบ ไม่ใช่แค่พื้นที่ป่าที่หายไป แต่ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างกำลัง ‘มอง’ พวกเขาออกมาจากความว่างเปล่านั้น
มันเป็นรูปร่างของบุคคลที่คุ้นตา... สวมชุดสีขาวโพลนไร้ใบหน้า ผิวสัมผัสดูโปร่งแสงราวกับโฮโลแกรมที่ค้างอยู่ มันค่อยๆ ก้าวออกมาจากความดำมืด ราวกับเดินข้ามผ่านมิติที่พังทลายมาสู่โลกที่พวกเขายืนอยู่
“แกเป็นใคร?” ลูคัสถาม เสียงของเขาต่ำและเต็มไปด้วยความระแวง
ร่างนั้นไม่ตอบ แต่มันกลับยกมือขึ้นชี้มาที่เรย์ ปลายนิ้วของมันมีประกายไฟสีฟ้าอ่อนวูบวาบเหมือนการแจ้งเตือนของระบบ ก่อนที่เสียงสังเคราะห์ไร้อารมณ์จะดังขึ้นก้องในโสตประสาทของทั้งคู่ ไม่ใช่ผ่านลำโพงของเกม แต่ดังก้องมาจากภายในจิตสำนึกโดยตรง
“ผู้พิทักษ์... ตัวตนของคุณคือบัคที่ใหญ่ที่สุดของระบบนี้”
เรย์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อร่างนั้นค่อยๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นใบหน้าที่มีโครงสร้างคล้ายกับเรย์ราวกับส่องกระจก ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าไร้ความรู้สึก และทันใดนั้น รอยแยกที่อยู่ข้างหลังร่างนั้นก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วราวกับปากของอสูรกายที่กำลังจะเขมือบพื้นที่ทั้งหมดในคราวเดียว
ปุยฝ้ายร้องเสียงหลงพร้อมกับพยายามมุดเข้าไปในอกเสื้อของเรย์ ในขณะที่พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็เริ่มแตกร้าวเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ลูคัสคว้ามือเรย์ไว้แน่น
“เราต้องกระโดดลงไปในรอยแยกนั้น!” ลูคัสตัดสินใจตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของโลกที่กำลังล่มสลาย
“นายบ้าไปแล้วเหรอ! นั่นมันคือการลบตัวตนนะ!”
“ดีกว่ายืนรอให้มันลบเราที่นี่!” ลูคัสไม่รอคำตอบ เขาออกแรงดึงเรย์ให้พุ่งตัวเข้าสู่ความมืดมิดที่กำลังกลืนกินทุกสรรพสิ่ง ก่อนที่สติของเรย์จะดับวูบลง เขากลับได้ยินเสียงกระซิบที่คุ้นเคยที่สุดดังขึ้นข้างหู... เสียงที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากภายในเกมนี้เลย
“เรย์... รีบตื่นขึ้นมาเสียที ก่อนที่ ‘ตัวจริง’ จะหาพวกเราพบ”
ขอบคุณที่ร่วมผจญภัยไปกับความตื่นเต้นในบทนี้กับผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วนนะคะ!
บันทึกจอมเวทฝึกหัดกับแก๊งมอนสเตอร์จิ๋วตะลุยโลก V-World•ตอนที่ 35
ข่าวร้ายจากระบบ
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจอมเวทฝึกหัดกับแก๊งมอนสเตอร์จิ๋วตะลุยโลก V-World นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!