บันทึกจอมเวทฝึกหัดกับแก๊งมอนสเตอร์จิ๋วตะลุยโลก V-World•ตอนที่ 3

พันธสัญญาแห่งสายใย

ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
“ถ้าเจ้าไม่ยอมรับพันธสัญญาตอนนี้ เลือดของข้าที่เปื้อนมือเจ้าจะกลายเป็นคำสาปแทนที่จะเป็นพร เรย์... เจ้าเข้าใจสิ่งที่ข้ากำลังจะบอกใช่ไหม?” ลูคัสในชุดเกราะหนังเก่าคร่ำคร่าตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบของอัศวินฝึกหัดจับจ้องไปที่ฝ่ามือของเรย์ซึ่งกำลังสั่นเทาหยาดเลือดสีทองจางๆ ไหลซึมออกมาจากรอยแผลที่ถูกคมเขี้ยวเล็กๆ ของเจ้ากระต่ายเมฆาสีชมพูฝากไว้ เบื้องหน้าของพวกเขา ปุยฝ้ายกำลังหอบหายใจถี่ ดวงตากลมโตสีมรกตจ้องมองเรย์ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ทั้งหวาดระแวงและโหยหาในคราเดียวกัน “ฉัน... ฉันไม่เคยบังคับใคร” เรย์กระซิบ เสียงของเขาแหบพร่า “โดยเฉพาะกับคนที่เพิ่งเจอกัน การผูกมัดชีวิตไว้ด้วยกันแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะลูคัส” “โลก V-World ไม่ใช่สนามเด็กเล่น!” ลูคัสขยับดาบในฝักจนเกิดเสียงกระทบกันดังแกร๊ก “มอนสเตอร์ที่ไร้พันธสัญญาคือสมบัติที่ใครก็หยิบฉวยไปได้ ถ้าเจ้าไม่ทำตอนนี้ อีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง กองลาดตระเวนของกิลด์มืดจะมาถึงพื้นที่นี้ พวกมันไม่ได้มาเพื่อชื่นชมความน่ารักของมันหรอกนะ เรย์ พวกมันจะจับปุยฝ้ายไปแยกส่วนเพื่อทำเป็นวัตถุดิบปรุงยาเวทมนตร์!” เรย์สะดุ้งสุดตัว มือที่สั่นเทาของเขาเอื้อมไปหาเจ้าก้อนนุ่มนิ่มที่ขดตัวอยู่มุมห้องโถงหินโบราณ ปุยฝ้ายส่งเสียงร้อง ‘จี๊ด’ เบาๆ ก่อนจะขยับจมูกสีชมพูฟุดฟิด มันสัมผัสได้ถึงความกลัวและความลังเลของเด็กหนุ่มตรงหน้า แต่มันก็สัมผัสได้ถึง ‘บางอย่าง’ ที่ต่างออกไป... กลิ่นอายความอ่อนโยนที่แผ่ออกมาจากหัวใจของเรย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มันไม่เคยได้รับจากมนุษย์คนไหนตลอดชีวิตที่ถูกทอดทิ้งในป่าต้องห้าม “เจ้าเชื่อใจข้าไหม... ปุยฝ้าย?” เรย์ถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมมาก เขาค่อยๆ คุกเข่าลงบนพื้นหินเย็นเยียบ ไม่สนใจคำทักท้วงของลูคัสที่เริ่มเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวาย ปุยฝ้ายค่อยๆ ย่างสามขุมเข้ามาหา ขนนุ่มนิ่มของมันสั่นไหวราวกับสายหมอกยามเช้า มันหยุดลงตรงหน้าฝ่ามือของเรย์ ก่อนจะใช้จมูกชื้นๆ แตะลงไปเบาๆ ตรงรอยแผลที่ยังมีเลือดหยดค้างอยู่ ทันใดนั้น แสงสีทองสว่างวาบขึ้นกลางห้องโถง อักขระเวทมนตร์โบราณเริ่มปรากฏขึ้นบนพื้นหิน รอบตัวของทั้งคู่หมุนวนไปด้วยละอองดาวจางๆ ลมพายุพัดกระโชกแรงจนเศษหินและฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย ลูคัสรีบยกแขนขึ้นบังหน้าพลางถอยหลังไปหลายก้าว ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาสะท้อนของพลังเวทที่ไหลเวียนเชื่อมต่อระหว่างเด็กหนุ่มขี้อายกับกระต่ายน้อยตรงหน้า นี่ไม่ใช่สัญญาจ้างวานแบบทั่วไป แต่นี่คือ 'พันธสัญญาแห่งสายใย' ระดับตำนานที่สาบสูญไปนานนับศตวรรษ! “ข้า... ในนามของทูตแห่งสายสัมพันธ์ ขออุทิศหัวใจและพลังให้แก่เจ้า...” เรย์กล่าวคำสาบานด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน “ไม่ใช่เพื่อครอบครอง แต่เพื่อร่วมทาง ไม่ใช่เพื่อควบคุม แต่เพื่อปกป้อง... หากเจ้าตกอยู่ในอันตราย ข้าจะขอเป็นปราการด่านสุดท้าย หากเจ้าหิวโหย ข้าจะเป็นคนแบ่งปันทุกหยดหยาดของพลังให้เจ้า” ปุยฝ้ายหลับตาลงแน่น ก่อนจะเปล่งแสงสีชมพูประกายมุกออกมาจากร่าง พันธสัญญาถูกจารึกไว้ในจิตวิญญาณของทั้งคู่เรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งไหลเข้าสู่หัวใจของเรย์ มันไม่ใช่ความรักเพียงอย่างเดียว แต่มันคือความทรงจำที่แลกเปลี่ยนกัน—ความโดดเดี่ยวของกระต่ายน้อยที่ต้องหลบซ่อน และความหวาดกลัวต่อโลกภายนอกของเด็กหนุ่ม เมื่อแสงสว่างจางลง ปุยฝ้ายก็กระโดดขึ้นไปนั่งบนไหล่ของเรย์อย่างแผ่วเบา ร่างกายของมันดูสดใสขึ้น ขนสีชมพูฟูฟ่องเปล่งประกายราวกับมีละอองเวทมนตร์เคลือบไว้ เรย์ยกมือขึ้นลูบหัวมันเบาๆ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดวันหายไปเป็นปลิดทิ้ง “นายทำได้จริงๆ ด้วย...” ลูคัสลดมือลง ดวงตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความตกตะลึง “เรย์... นายรู้ตัวไหมว่านายเพิ่งทำอะไรลงไป? สัญญานี้ไม่ได้ผูกแค่ชีวิต แต่มันผูก 'โชคชะตา' เข้าด้วยกัน ถ้าเจ้าตาย มอนสเตอร์จะสลาย แต่ถ้ามอนสเตอร์ตาย... จิตวิญญาณของผู้เป็นนายจะแตกสลายไปตลอดกาล” เรย์ยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างประหลาด “ฉันรู้ค่ะลูคัส แต่ถ้าฉันต้องผจญภัยในโลกที่โหดร้ายนี้เพียงลำพัง การมีปุยฝ้ายอยู่ข้างๆ ก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยงไม่ใช่เหรอคะ?” ลูคัสชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ “ให้ตายสิ เจ้ามันบ้าจริงๆ... เอาล่ะ เตรียมตัวให้พร้อมเถอะ ในเมื่อพันธสัญญาเสร็จสิ้นแล้ว เราก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องซ่อนตัวอยู่ในซากปรักหักพังนี้อีกต่อไป แต่ก่อนที่เราจะก้าวออกไป...” ลูคัสหยุดพูดกะทันหัน สีหน้าของเขากลายเป็นเคร่งขรึม เขาดึงดาบออกมาจากฝักช้าๆ สัญชาตญาณของอัศวินบอกให้เขารู้ถึงการมาถึงของบางอย่างที่ผิดปกติ “ปุยฝ้าย... เรย์ เงียบนะ” ลูคัสขยับมายืนบังหน้าเรย์ไว้ ร่างกายของเขาเกร็งแน่น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายสิบคู่ดังขึ้นที่หน้าทางเข้าห้องโถง ไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่า ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ปกติ แต่มันคือเสียงโลหะกระทบพื้นดังเคร้งๆ สลับกับเสียงลมหายใจที่เย็นเยียบจนน้ำค้างแข็งเริ่มเกาะตามผนังหิน “ข้าว่าเราไม่ได้อยู่ในห้องนี้กันแค่สองคนแล้วล่ะ” ลูคัสกระซิบ น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย “ไอ้พวกกิลด์มืดนั่น... มันไม่ได้มาแค่หน่วยลาดตระเวน แต่มันพา 'ผู้คุ้มกฎ' มาด้วย” ทันใดนั้น เงาสีดำขนาดมหึมาก็ทอดผ่านประตูหินเข้ามา กลิ่นไอความตายโชยเข้าปะทะจมูกของเรย์จนเขาแทบสำลัก ในความมืดมิดนั้น ดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งจ้องมองตรงมาที่ปุยฝ้ายที่อยู่บนไหล่ของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ฟังดูเหมือนเศษแก้วบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท “ในที่สุด... ก็หาเจอ...” เสียงนั้นก้องกังวานในหัวของเรย์ “สัตว์เลี้ยงที่ถูกตามหา... มอบมันมาให้ข้า แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า... เจ้าเด็กทูตแห่งสายสัมพันธ์” เรย์กอดปุยฝ้ายไว้แน่น ความหวาดกลัวถาโถมเข้าใส่ แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะถอยหนี ปุยฝ้ายกลับกระโดดลงจากไหล่ของเขา แล้วเปลี่ยนร่างขยายขนาดขึ้นจนสูงเกือบเท่าอกของเรย์ ขนสีชมพูของมันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนดุจหิมะ และเขาสองข้างที่แหลมคมก็งอกออกมาจากหน้าผาก การตัดสินใจของปุยฝ้ายในครั้งนี้... กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของเรย์ไปตลอดกาล ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 3 นี้ด้วยใจที่เต้นระทึกไปพร้อมกับเรย์นะคะ!
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจอมเวทฝึกหัดกับแก๊งมอนสเตอร์จิ๋วตะลุยโลก V-World นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%