บัลลังก์หงส์ไร้ใจกับแผนร้ายคืนชีพแค้น•ตอนที่ 9

รอยร้าวในราชวงศ์

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมที่ลอยวนอยู่เบื้องพระพักตร์ ล้วนไม่อาจกลบความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาขององค์ชายใหญ่ ‘ฉินมู่เทียน’ ได้เลยแม้แต่น้อย ทรงประทับนิ่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูงฝังมุก สองพระหัตถ์กำก้านถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่แน่นจนข้อพระกรขึ้นสีขาวซีด ภาพเหตุการณ์เมื่อค่ำคืนก่อนในท้องพระโรงยังคงติดตรึงอยู่ในหทัย—ยามที่เสด็จน้อง ‘ฉินมู่เฉิน’ หรือเฉินอ๋อง ก้าวพระบาทเข้ามาด้วยท่าทีเยือกเย็นดั่งพญาอินทรี ทว่ากลับทรงกุมอำนาจเบ็ดเสร็จทับ9ใน 10 ส่วนของกองกำลังพิทักษ์เมืองหลวงไว้ในกำมืออย่างแนบเนียน “น่าขันนัก… น้องแปดผู้น้องรัก เจ้าซ่อนคมเขี้ยวไว้ใต้รอยยิ้มเช่นนี้มานานเพียงใดกัน” พระโอษฐ์หยักลึกแย้มยิ้มหยัน ทว่าดวงเนตรกลับปราศจากความขบขันโดยสิ้นเชิง องค์ชายใหญ่ทรงตระหนักดีว่า บัลลังก์มังกรที่พระองค์เฝ้าเพียรพยายามเหยียบย่างขึ้นไป บัดนี้กลับมีเงาร่างของเฉินอ๋องทาบทับจนมิด รอยร้าวในราชวงศ์ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในวันนี้ หากแต่มันถูกกะเทาะออกทีละน้อยด้วยอำนาจและปลายดาบที่สั่นคลอนความมั่นคงในพระทัยขององค์รัชทายาทผู้พี่มานานนมแล้ว ในค่ำคืนเดียวกันนั้น ณ เรือนพักปลายอุทยานบูรพาอันเงียบสงบ หลี่มู่เหยา กำลังนั่งประจันหน้าอยู่กับร่างสูงสง่าของเฉินอ๋อง แสงตะเกียงน้ำมันหอมส่องกระทบใบหน้างดงามลึกล้ำ นางรินชาลงในจ้วงจอกด้วยกิริยาช้าๆ นุ่มนวล ทว่าสายตากลับคมกริบราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงคลื่นใต้น้ำที่กำลังซัดสาดอยู่ในราชสำนัก “พระองค์ทรงกังวลหรือเพคะ ว่าหมากตานี้จะเดินเร็วเกินไปจนผู้เล่นฝั่งตรงข้ามตั้งรับไม่ทัน” เสียงหวานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ สุ้มเสียงราบเรียบแต่กลับเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ดึงดูดสายตาคมกลาของฉินมู่เฉินให้หยุดนิ่งอยู่ที่นาง ชายหนุ่มมิได้ตอบทันที เขายื่นมือหนาออกไปกุมเรียวนิ้วเย็นเฉียบของนางไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านที่ถ่ายทอดผ่านฝ่ามือคือเครื่องยืนยันเดียวในโลกหล้าที่ทำให้แม่ทัพผู้ไร้ใจผ่อนคลายลงได้ “มู่เหยา… เจ้าก็รู้ว่าฉินมู่เทียนมิใช่คนโง่เขลา” เฉินอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กลิ่นอายความดุดันแผ่ออกมาจากรอบกาย “ความหวาดระแวงคือบ่อเกิดแห่งความบ้าคลั่ง ตอนนี้เขาเริ่มส่งคนสะบรอยเท้าของเราแล้ว และไม่ช้า… เขาคงใช้‘ข้ออ้าง’บางอย่างเพื่อบีบให้ข้าต้องเลือกทางเดินที่เด็ดขาด” “ดีนักมิใช่หรือเพคะ” มู่เหษายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความแค้นอันล้ำลึกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความนุ่มนวล “ยิ่งเขาร้อนรน ยิ่งก้าวพลาดเร็วขึ้นเท่านั้น ความหวาดระแวงจะกัดกินจิตใจของเขาจนพังทลายลงจากภายใน โดยที่พวกเราไม่ต้องลงมือแม้แต่ปลายเล็บ” ทว่า ท่ามกลางความเงียบสงบที่ทั้งสองกำลังวางแผนหมากเกมถัดไปนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิดจากขันทีคนสนิทด้านนอก “ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” เฉินอ๋องขมวดพระขนมเข้าหากันเล็กน้อย เขาปล่อยมือจากหลี่มู่เหยาช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลังกดดันมหาศาลแผ่กระจายไปทั่วห้องทันทีเมื่อประตูถูกผลักเปิดออก ขันทีผู้นั้นคุกเข่าลงตัวสั่นเทา มือถือราชโองการลับฉบับหนึ่งยื่นถวายด้วยความหวาดกลัวสุดขีด “มีพระราชโองการด่วนจากท้องพระโรง… ฮ่องเต้ทรงมีพระอาการประชวรหนักกะทันหัน และองค์ชายใหญ่… องค์ชายใหญ่ทรงนำกำลังทหารหลวงเข้าปิดล้อมตำหนักของเฉินอ๋องแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” สิ้นคำกล่าวของขันที บรรยากาศภายในห้องก็เย็นเยียบลงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง หลี่มู่เหยาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาดอกท้อคู่สวยหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด หมากตานี้รวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทว่าฉินมู่เฉินกลับมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มุมพระโอษฐ์ของเขาปรากฏรอยยิ้มหยันเหี้ยมเกรียมขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่เฉินอ๋องจะทันได้เอ่ยพระราชกระแสใด ประตูห้องชั้นในก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง พร้อมกับเงาร่างขององครักษ์เงาที่พุ่งเข้ามาคุกเข่ายกมือประสานรายงานด้วยเสียงหอบสะท้าน “ทูลท่านอ๋อง! ด้านนอก… มีราชสาส์นลับอีกฉบับถูกยิงเข้ามาทางหน้าต่าง พร้อมกับศีรษะของสายสืบที่เราส่งไปสืบราชสำนักเมื่อวาน ถูกเสียบไว้ที่ประตูจวนพ่ะย่ะค่ะ และในราชสาส์นฉบับนั้น… ระบุชื่อของพระชายา… ว่าทรงเป็นกบฏแผ่นดิน!” ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้แสนประเสริฐที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านห้วงเวลาแห่งการล้างแค้นนี้ไปพร้อมกับ “มนตรากรรมสะท้อน” นะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์หงส์ไร้ใจกับแผนร้ายคืนชีพแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%