บัลลังก์หงส์ไร้ใจกับแผนร้ายคืนชีพแค้น•ตอนที่ 10

เมื่อความจริงถูกเปิดเผย

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายของหมึกซัดชาและสนิมเหล็กเจือจางลอยอลวนอยู่เบื้องหลังม่านไหมปักลายหงส์เพลิง ภายในตำหนักบูรพาที่ควรจะเงียบสงบในยามราตรี กลับระอุไปด้วยแรงกดดันอันน่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "เจ้ากล้าดียังไงถึงนำของสิ่งนี้เข้ามาในเขตพระราชฐานชั้นใน" เสียงหวานทว่าราบเรียบราวน้ำแข็งขั้วโลกของหลี่มู่เหยาเอ่ยขึ้น นางนั่งหลังตรงสง่างามอยู่หน้าโต๊ะอักษร อาภรณ์สีหมึกปักดิ้นเงินขับเน้นให้ผิวพรรณผุดผ่องราวน้ำนม ทว่าดวงเนตรหงส์คู่นั้นกลับคมกริบดุจใบมีดที่ซ่อนอยู่ใต้แพรไหม ปลายเรียวนิ้วขาวผ่องกำลังคีบม้วนกระดาษสีชาเก่าคร่ำคร่า ซึ่งถูกส่งผ่านมาทางสายลับในคราบขันทีเมื่อชั่วยามก่อน ตรงหน้าของนางคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่หลบซ่อนจากสายตาของฮ่องเต้และเหล่าสนับสุนนฝั่งไทเฮามานานแรมปี บันทึกบัญชีลับการซื้อขายอาวุธและรายชื่อขุนนางที่แอบแปรพักตร์ไปเข้าด้วยกับแคว้นเว่ย—หมากกลที่สามารถสั่นคลอนบัลลังก์มังกรให้พังครืนลงมาได้ในชั่วข้ามคืน เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเข้มก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชเชียบราวกับภูตพราย ฉินมู่เฉิน หรือเฉินอ๋อง ปิดประตูลั่นดาลลงกลอนอย่างแน่นหนา ภายในห้องมีเพียงแสงสลัวจากเปลวเทียนที่ไหววูบ กลิ่นอายบุรุษเพศอันคุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมร่างบางจนมู่เหยาต้องผ่อนลมหายใจยาว "หากข้าไม่นำมันมาด้วยตนเอง เกรงว่าสตรีผู้ฉลาดล้ำเช่นเจ้าคงจะเอาตัวไปเสี่ยงกับคมดาบของพวกมันเสียก่อน" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเจือความระอาแกมเอ็นดูลอยมากระทบโสตประสาท เฉินอ๋องก้าวเข้าไปประชิดด้านหลังเก้าอี้ที่นางนั่ง มือหนาเอื้อมออกไปสัมผัสปอยผมสีดำขลับที่คลอเคลียอยู่บนลาดไหล่บางอย่างถือวิสาสะ ทว่าไม่มีคำปฏิเสธจากสตรีตรงหน้า มีเพียงแววตาระ1มระวังที่ฉายชัดขึ้นวูบหนึ่ง "หม่อมฉันไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาที่จะยอมให้ใครจูงจมูกเดินตามเกมอีกแล้วเพคะ, ท่านอ๋อง" มู่เหยาเอี้ยวคอมองสบตาคมกริบทรงอำนาจนั้น นัยน์ตาคู่นั้นลุ่มลึกและดุดันราวนักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อในกำมือ ทว่ามีความห่วงใยระคนคลั่งไคล้อย่างลึกซึ้งซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น "และบันทึกแผ่นนี้... ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าหลักฐานชิ้นสำคัญที่พวกเราตามหา อยู่ในกำมือของหลี่มู่เหยาคนนี้อย่างสมบูรณ์แบบ" เฉินอ๋องโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกับเส้นผมหอมกรุ่น กลิ่นอายจันทน์กะพ้อผสมกลิ่นเลือดจางๆ จากสนามรบที่ติดตัวบุรุษผู้นี้มาตลอดทำให้หัวใจของอดีตฮองเฮาเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ "เจ้าคิดหรือว่า... ขุนนางเฒ่าพวกนั้นจะยอมจำนนด้วยกระดาษแผ่นเดียว" เฉินอ๋องกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงแหบพร่าและเย้ายวนใจ "พวกมันพร้อมจะพลิกฟื้นข้อกล่าวหา และโยนความผิดให้เจ้าเป็นกบฏซ้ำสอง... มู่เหยา เกมนี้อันตรายเกินไป เจ้าถอยตอนนี้ยังทัน" "หม่อมฉันไม่เคยถอยหลังจากเส้นทางที่เลือกเอง" นางตอบกลับทันควัน นัยน์ตาหงส์ทอประกายเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ "ความตายในตำหนักเย็นเมื่อชาติก่อนสอนให้หม่อมฉันรู้ว่า ความเมตตาคือยาพิษที่ฆ่าตัวเราเอง หากไม่อยากให้ตระกูลหลี่ต้องตายตกตามกันไปอีกครั้ง ข้าจำเป็นต้องเหยียบย่างขึ้นไปบนซากศพของพวกมัน... แม้จะต้องแลกด้วยวิญญาณก็ตามที" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ เฉินอ๋องจ้องมองดวงหน้าหวานที่เปี่ยมด้วยความแค้นและสติปัญญาอันล้ำเลิศด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย บุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในใต้หล้า กลับต้องยอมสยบแทบเท้าสตรีผู้มีความแค้นสุมอกนางนี้ มือหนาเลื่อนมาประคองกรอบหน้าเรียวได้รูป ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับดาบเกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอม "หากแผ่นดินนี้มันเน่าเฟะจนไม่อาจเยียวยา... ข้าจะช่วยเจ้าล้างบางมันให้สิ้นซาก อยากให้แคว้นนี้ลุกเป็นไฟเพื่อเจ้าสักกี่ครั้ง ข้าก็พร้อมจะจุดมันให้" คำพูดที่เปี่ยมด้วยความรักอันบ้าคลั่งและดุดันนี้ ทำให้มู่เหยาชะงักงัน นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ไม่ได้พูดเล่น เฉินอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬพร้อมจะทำลายล้างบัลลังก์เพื่อปกป้องนางได้จริงๆ ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจกำลังสั่นไหวด้วยความอบอุ่นแปลกประหลาด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่ด้านนอกตำหนัก *ตึง! ตึง! ตึง!* เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงของขันทีคนสนิทของไทเฮาที่แผดก้องทะลุม่านราตรีเข้ามา "มีราชโองการด่วน! ค้นตำหนักบูรพา พบผู้ต้องสงสัยสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ! จับตัวหลี่มู่เหยาไว้ อย่าให้หนีรอดไปได้!" สีหน้าของเฉินอ๋องเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในพริบตา แววตาดุดันดั่งพยัคฆ์ร้ายปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขาดึงกระบี่ออกจากฝักด้วยมือข้างเดียวอย่างรวดเร็ว พร้อมที่จะสังหารทุกคนที่กล้าก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตของเขา ทว่า... มู่เหยา却是กลับยกมือขึ้นห้ามปรามไว้ นางแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับซ่อนความน่าสะพรึงกลัวไว้เบื้องหลังอย่างสมบูรณ์แบบ "ใจเย็นก่อนเพคะ ท่านอ๋อง..." นางกระซิบเสียงแผ่วเบา ขณะก้าวไปหยิบถ้วยชาอุ่นๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา "ในเมื่อพวกมันอุตส่าห์ส่งคนมาเปิดฉากเกมนี้ให้เร็วขึ้น... เราก็ควรจะต้อนรับพวกมันให้สมเกียรติสักหน่อยไม่ใช่หรือเพคะ" ประตูดังโครมใหญ่เมื่อถูกพังทลายลงด้วยกำลังพลนับสิบ องค์ชายรองผู้เป็นหมากตัวสำคัญของไทเฮาก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมในมือถือราชโองการปลอม พร้อมที่จะประกาศก้องข้อหาทรยศต่อแผ่นดิน แต่มู่เหยากลับยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางความโกลาหล นางยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคนที่บุกเข้ามา... และในวินาทีที่องค์ชายรองกำลังจะอ้าปากสั่งทหารเข้าจับกุม นางก็ค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะ พร้อมกับชูม้วนกระดาษบันทึกบัญชีลับขึ้นเผชิญหน้า "ฝ่าบาททรงส่งคนมาเร็วกว่าที่หม่อมฉันคาดการณ์ไว้เสียอีกเพคะ... แต่กระดาษแผ่นนี้ อาจจะทำให้ท่านพี่ต้องเปลี่ยนแผนการทั้งหมดในคืนนี้... ก็เป็นได้" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้แสนประเสริฐที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านห้วงเวลาแห่งการล้างแค้นนี้ไปพร้อมกับ “มนตรากรรมสะท้อน” นะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์หงส์ไร้ใจกับแผนร้ายคืนชีพแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%