บัลลังก์หงส์ไร้ใจกับแผนร้ายคืนชีพแค้น•ตอนที่ 4

การเดินทางสู่เมืองหลวง

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
เสียงล้อไม้ของรถม้าประจำตระกูลหลี่บดเบรกไปกับพื้นถนนหินกรวดที่ทอดยาวเข้าสู่เขตปริมณฑลแห่งนครหลวง ตลอดระยะเวลาสามวันที่ล้อเคลื่อนผ่านผืนแผ่นดินอันแห้งแล้งสู่ความร่มรื่นของเมืองหลวง มู่เหยาไม่เคยหลับตาลงเลยแม้แต่เพลาเดียว ภายในห้องโดยสารที่บุด้วยผ้าไหมปักลายเมฆมงคลสีครามเข้ม อบอวลไปด้วยกลิ่นอายจางๆ ของกำยานไม้กฤษณา ทว่ากลับไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บที่เกาะกุมอยู่ภายในทรวงอกของนางได้เลย ดวงเนตรหงส์คู่งามกวาดมองผ่านม่านมู่ลี่ไม้ไผ่ที่ถูกแง้มออกเพียงเล็กน้อย ภาพของประตูเมืองขนาดใหญ่ที่สร้างด้วยศิลาแลงและไม้ตะเคียนทองสูงตระหง่านปรากฏแก่สายตา ทหารยามในชุดเกราะเหล็กยืนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ปลายหอกสะท้อนแสงอาทิตย์ยามบ่ายวาดประกายวับวาวราวกับเข็มนับพันเล่มที่พร้อมจะทิ่มแทงผู้ที่บังอาจล่วงล้ำ นครหลวงแห่งนี้... สถานที่ซึ่งนางเคยสวมอาภรณ์หงส์ทองเคียงคู่บัลลังก์มังกร สถานที่ซึ่งเคยอบEอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งอำนาจ ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นคาวเลือดและหยาดน้ำตาในชาติภพก่อน บัดนี้ นางได้กลับมาเยือนอีกครั้งแล้ว “คุณหนูเจ้าคะ ใกล้จะถึงจุดตรวจของกองทหารรักษาพระนครแล้วเจ้าค่ะ นายท่านให้บ่าวมาเรียนว่า ให้ท่านเตรียมป้ายประจำตัวตระกูลให้พร้อมเพรียง” เสียงกระซิบด้วยความหวาดหวั่นของเสี่ยวหลาน สาวรับใช้คนสนิทดังขึ้นเบาๆ นางกำลังใช้ปลายนิ้วที่สั่นเทาจัดชายเสื้อให้อย่างระมัดระวัง มู่เหยาไม่ได้เอ่ยคำใด นางเพียงพยักหน้ารับช้าๆ เรียวปากสีชาดแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่เปี่ยมล้นไปด้วยความเยือกเย็นจนเสี่ยวหลานไม่กล้าแม้แต่จะสบตา การกลับมาครั้งนี้ของตระกูลหลี่หาใช่การกลับมาเพื่อรับความเมตตาจากเบื้องสูงไม่ หากแต่เป็นการก้าวเข้าสู่สนามหมากที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและคมดาบซ่อนเร้น มู่เหยายื่นมือเรียวขาวดั่งหยกไปหยิบป้ายหยกประจำตัวที่สลักลวดลายดอกโบตั๋นอันเป็นสัญลักษณ์ของสายเลือดตระกูลหลักขึ้นมาพิจารณา ครู่ต่อมา รถมาก็หยุดนิ่งสนิท แรงกระแทกจากการหยุดกะทันหันทำให้พู่ห้อยหยกแกะสลักแกว่งไกวเบาๆ “หยุดรถ! ตรวจคนเข้าเมืองหลวง! จงแสดงป้ายแสดงตนและแจ้งวัตถุประสงค์ในการเดินทางเสีย!” เสียงทุ้มต่ำและกังวานของนายกองทหารรักษาพระนครดังทะลุผ่านผนังรถม้าเข้ามา สร้างบรรยากาศตึงเครียดขึ้นในทันที บิดาของนาง หลี่จั้น ขุนนางฝ่าย문ผู้รักษากฎระเบียบอย่างเคร่งครัด รีบก้าวลงจากรถม้าคันหน้าเพื่อเจรจาทันที ทว่าเสียงพูดคุยด้วยความนอบน้อมของบิดากลับถูกตัดบทด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและเย็นชาของนายกองผู้นั้น “โอ้... ใต้เสนาหลี่นี่เอง นึกว่าผู้ใดเสียอีก ได้ยินว่าท่านเพิ่งเดินทางกลับมาจากหัวเมืองใต้เพื่อมาร่วมงานพระราชพิธีสำคัญกระนั้นหรือ? แต่น่าเสียดายนัก... กฎระเบียบช่วงนี้เข้มงวดเป็นพิเศษ รถทุกคัน สินค้าทุกหีบห่อ ต้องถูกรื้อตรวจค้นอย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัยของพระนคร โดยเฉพาะ... คนจากตระกูลที่เพิ่งถูกร้องเรียนเรื่องการทุจริตอย่างพวกท่าน” มู่เหยาที่นั่งฟังอยู่ภายในรถม้าแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ช่างเป็นการต้อนรับที่รวดเร็วยิ่งนัก ข่าวสารเรื่องการเดินทางกลับมาของตระกูลหลี่ถูกส่งถึงหูของฝ่ายตรงข้ามก่อนที่ล้อรถจะทันแตะพื้นเขตเมืองหลวงเสียอีก เห็นได้ชัดว่ามีคนจงใจใช้นายกองผู้นี้มาเพื่อสั่งสอนและหักหน้าตระกูลหลี่ตั้งแต่วันแรกที่เหยียบย่างเข้าสู่ประตูเมือง มือเรียวบางเอื้อมไปเปิดม่านมู่ลี่ออกกว้างขึ้น เผยให้เห็นใบหน้างملตระการตาที่งดงามราวนางพญาจำศีล ดวงตาดำขลับลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้งกวาดมองนายกองทหารผู้นั้นด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ความหวาดกลัว ไร้ความตื่นตระหนก มีเพียงความเย่อหยิ่งจองหองในศักดิ์ศรีที่แผ่ซ่านออกมาจนนายกองผู้หยิ่งผยองถึงกับชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปรื้อค้นรถม้า “นายกองท่านนี้พูดจาฉะฉานดียิ่งนัก” น้ำเสียงหวานใสแต่กังวานกังวาลดั่งระฆังหยกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของเหล่าทหาร “ทว่า... ท่านรู้หรือไม่ว่า การกระทำเกินกว่าเหตุและใช้อำนาจบาตรใหญ่ขัดขวางขุนนางขั้นสามที่กำลังเดินทางมารับราชโองการจากฝ่าบาทโดยตรง มีโทษถึงประหารชีวิตตามอาญาแผ่นดิน” นายกองทหารหน้าเปลี่ยนสีไปชั่วขณะ เขาตวัดสายตามามองสตรีที่นั่งอยู่หลังม่าน ก่อนจะต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบกับประกายตาที่ดุดันเฉียบคมราวกับพญาอินทรีจ้องมองเหยื่อ “เจ้า... เจ้าเป็นผู้ใดบังar! กล้าดียังไงมาขู่ข้า ข้าคือกองกำลังรักษาพระนครใต้!” “ข้าคือบุตรสาวคนโตของเสนาบดีหลี่ หลี่มู่เหยา” นางเอ่ยพางก้าวเท้าลงจากรถม้าอย่างเชื่องช้า อาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายหงส์บินว่อนสะท้อนแสงแดดยามบ่ายจนผู้คนรอบข้างต้องหรี่ตามอง ความสง่างามที่เปี่ยมล้นไปด้วยบารมีสะกดให้เหล่าทหารที่ถืออาวุธต่างพากันถอยหลังไปคนละก้าวโดยไม่รู้ตัว “หากท่านยังกล้าแตะต้องหีบห่อของตระกูลหลี่แม้แต่น้อย ข้าจะให้บิดานำฎีกาถวายฎีกาต่อพระพักตร์พระองค์ในรุ่งอรุณพรุ่งนี้ข้อหา ‘ขัดขวางราชกิจและใช้อำนาจคุกคามขุนนางผู้ใหญ่’... ท่านคิดว่าหัวบนบ่าของท่านจะอยู่บนบ่าได้อีกกี่วันกันเล่า?” ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบริเวณประตูเมืองชั่วขณะ นายกองทหารเหงื่อกาฬแตกพลั่ก เขาไม่คาดคิดเลยว่าคุณหนูตระกูลขุนนางตกอับผู้หนึ่ง จะมีวาจาเฉียบคมและรัศมีที่กดดันผู้คนได้ถึงเพียงนี้ สุดท้ายเขาจึงทำได้เพียงกัดฟันกรอด สะบัดมือให้อาณัติแก่ลูกน้อง “ปล่อยรถม้าตระกูลหลี่ผ่านไปได้!” มู่เหยาสدรอยยิ้มเยาะเย้ยขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วก่อนจะก้าวขึ้นรถม้าตามเดิม ทุกอย่างเป็นไปตามหมากที่นางคาดการณ์ไว้ การก้าวเข้าสู่เมืองหลวงครั้งนี้ ไม่ใช่การเดินเข้ามาเพื่อให้พวกเขาเหยียบย่ำ แต่เป็นการก้าวเข้ามาเพื่อเปิดฉากสงครามล้างบางต่างหาก รถม้าเคลื่อนตัวผ่านประตูเมืองเข้าสู่ถนนสายหลักของนครหลวง อาคารบ้านเรือนที่คุ้นเคย ร้านค้าที่คึกคัก และกลิ่นอายความทรงจำอันเจ็บปวดไหลทะลักเข้ามาในห้วงความคิดของนาง ทว่าในขณะที่มู่เหยากำลังคำนวณหมากตานต่อไปในใจนั้น จู่ๆ ขบวนรถม้าก็ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้งอย่างกะทันหัน แรงเหวี่ยงทำให้เสี่ยวหลานเกือบเซคะมำ “เกิดอะไรขึ้นอีกเล่า?” หลี่จั้นตะโกนถามคนขับรถม้าด้วยความไม่พอใจ ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากคนขับรถม้า มีเพียงความโกลาหลและเสียงฝีเท้าของม้าจำนวนมากที่ควบทะยานเข้ามาล้อมรอบขบวนรถม้าของตระกูลหลี่ไว้ในพริบตา กลิ่นอายความตายอันเข้มข้นแผ่ซ่านเข้ามาในอากาศจนสัมผัสได้ มู่เหยาขมวดคิ้วมุ่น นางเลิกม่านขึ้นมองออกไปด้านนอกด้วยความระแวดระวัง ท้องฟ้าที่เคยสดใสเมื่อครู่กลับถูกเมฆหมอกสีเทาดำปกคลุมอย่างรวดเร็วดั่งมีพายุใหญ่กำลังจะก่อตัว กลางขบวนม้าศึกที่สวมชุดเกราะสีดำสนิทไร้ลวดลาย ปรากฏร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งบนหลังม้าอาชาสีนิลกาฬ ร่างนั้นแผ่รังสีสังหารและอำนาจกดดันที่น่าสะพรึงกลัวจนแม้แต่ลมหายใจของผู้คนรอบข้างก็คล้ายจะหยุดชะงัก ใบหน้าครึ่งบนถูกสวมทับด้วยหน้ากากเงินลายพญามาร ปรากฏเพียงดวงตาคมกริบราวนกอินทรีคู่นั้นที่กวาดมองมายังรถม้าของตระกูลหลี่ และหยุดนิ่งสนิทตรงหน้าต่างรถม้าที่มู่เหยานั่งอยู่ หัวใจของหลี่มู่เหยาเต้นกระหน่ำรัวราวดั่งกลองศึกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดใหม่ บุรุษผู้นี้... เหตุใดจึงมาดักรอตระกูลหลี่ตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าเขตจวนด้วยซ้ำ? ม้าศึกก้าวเข้าไปใกล้รถม้าจนหยุดชิดสนิท ปลายง้าวคมกริบในมือของบุรุษใต้หน้ากากยกขึ้นเขี่ยผ้าม่านของมู่เหยาออกอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางสายตาหวาดผวาของผู้ติดตามทุกคน น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น ดั่งมาจากขุมนรกกระซิบแผ่วเบาผ่านหน้ากากเงินเข้ามาในโสตประสาทของนาง จนทำให้ขนทั่วร่างลุกชัน “ยินดีต้อนรับกลับสู่นครหลวง... พระชายาผู้ล่วงลับของข้า” ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้แสนประเสริฐที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านห้วงเวลาแห่งการล้างแค้นนี้ไปพร้อมกับ “มนตรากรรมสะท้อน” นะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์หงส์ไร้ใจกับแผนร้ายคืนชีพแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%