กลิ่นอายคาวเลือดและสนิมเหล็กคละคลุ้งหนาแน่นจนเกือบมองไม่เห็นแสงตะเกียงน้ำมันที่ริบหรี่อยู่มุมค่ายทหารกองหน้า ภายในกระโจมใหญ่ที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นโรงพยาบาลสนามชั่วคราว เสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดจากพิษบาดแผลของเหล่าทหารกล้าดังระงมประสานกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบของเหล่าหมอหลวงที่ต่างพากันส่ายหน้าด้วยความจนปัญญา บาดแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากอาวุธอาบยาพิษของแคว้นศัตรูเริ่มเน่าเฟะ ลุกลามกัดกินเนื้อหนังจนส่งกลิ่นเหม็นเน่า และคร่าชีวิตคนไปแล้วนับสิบในยามวิกาลนี้
"ถอยไป... พวกท่านกำลังทำร้ายพวกเขาทางอ้อม"
สุ้มเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดราวกับเหล็กกล้าคมกริบดังแทรกขึ้นท่ามกลางความโกลาหล ร่างระหงในชุดกระโปรงผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายหงส์เงินสะท้อนแสงไฟวับแวม หลี่มู่เหยา ก้าวเข้ามาในกระโจมด้วยฝีเท้ามั่นคง ใบหน้างดงามล้ำเลิศไร้ที่ติเรียบเฉยเย็นชา ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพความเสียหายเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายแห่งอำนาจที่ทำให้เหล่าหมอหลวงชราถึงกับชะงักงัน
"บังaani! สตรีสำมะเลเทเมาเช่นเจ้ากล้าดียังไงมาสั่งสอนพวกเรา! ที่นี่คือค่ายทหารหลวง ผู้ป่วยเหล่านี้ล้วนรอความตาย ไร้ทางเยียวยาแล้ว ออกไปเสีย!" หัวหน้าหมอหลวงตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยว ศักดิ์ศรีของแพทย์หลวงถูกท้าทายโดยสตรีตัวเล็ก ๆ ย่อมเป็นสิ่ง0ที่เขาไม่อาจยอมรับได้
หลี่มู่เหยาไม่แม้แต่จะชายตากลับไปมองนางข้ารับใช้หรือหมอชราผู้นั้น นางก้าวตรงไปยังเตียงของนายทหารหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งขาซ้ายกำลังจะเน่าจนต้องตัดทิ้ง นิ้วเรียวยาวดั่งลำหยกหยิบเข็มเงินชุดใหม่ออกมาจากถุงผ้าแพรอย่างคล่องแคล่วว่องไว ท่วงท่าของนางสง่างามดั่งรำฟ้อน ทว่าเด็ดเดี่ยวและแม่นยำราวนักฆ่าผู้เชี่ยวชาญ
"หากพวกท่านปล่อยไว้เช่นนี้ อีกไม่ถึงชั่วยามพิษจะแล่นเข้าสู่หัวใจ ทหารกองนี้จะตายเรียบไม่เหลือแม้แต่คนเดียว... และข้า หลี่มู่เหยา จะเป็นคนพิสูจน์ให้เห็นว่า ความรู้วิชาแพทย์ที่พวกท่านร่ำเรียนมาทั้งชีวิต มันเป็นเพียงกบในกะลาอันคับแคบเท่านั้น"
สิ้นคำพูดของนาง บรรยากาศภายในกระโจมพลันเงียบกริบลงทันที ราวกับมีเงาอัปลักษณ์อันทรงอำนาจแผ่ซ่านกดทับบีบคั้นหัวใจทุกคนให้หยุดเต้น
ในเงาไม้มืดมิดมุมกระโจม ร่างสูงสง่าในชุดเกราะทมิฬปักลายพยัคฆ์ทะยานฟ้าของ เฉินอ๋อง (ฉินมู่เฉิน) ยืนกอดอกพิงเสาไม้ สายตาคมปลาบดูลึกล้ำและเยือกเย็นดั่งห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง ดวงตาคู่นั้นจดจ้องร่างระหงที่ไม่สะทกสะท้านต่อความตายเบื้องหน้า รอยยิ้มหยันที่มุมปากของท่านอ๋องค่อย ๆ เลือนหายไป เปลี่ยนเป็นประกายความสนอกสนใจที่ลุกโชนขึ้นอย่างเงียบงัน... สตรีผู้นี้มีกี่หน้ากากกันแน่? จากคุณوฮองเฮาผู้ถูกถอดถอน สู่ปีศาจสาวผู้เย็นชาในวังหลัง และบัดนี้... กลับกลายเป็นหมอเทวดาผู้กล้าท้าทายสวรรค์
"ปล่อยให้นางทำ" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงสั้น ๆ ไร้ซึ่งความลังเล
เมื่อท่านอ๋องผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแผ่นดินออกปาก ไม่มีผู้ใดกล้าขัดขวางอีก หลี่มู่เหยาไม่รอช้า นางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสมาธิจากความทรงจำอันยาวนานในชาติภพก่อน ศาสตร์การแพทย์โบราณที่นางร่ำเรียนมาเพื่อเอาตัวรอดในวังหลวงอันโสมม บัดนี้ได้ถูกนำมาใช้เพื่อกอบกู้ชีวิตของผู้บริสุทธิ์
นิ้วเรียวปักเข็มเงินลงบนจุดชีพจรสำคัญบนร่างของนายทหารหนุ่มด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ เสียงสูดปากด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่เลือดสีดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็นคาวจะพวยพุ่งทะลักออกมาตามปลายเข็ม นางใช้มีดสั้นจุ่มสุราขาวกรีดเนื้อส่วนที่ตายออกอย่างไร้ความลังเล ความเด็ดเดี่ยวและมือที่นิ่งสนิทไม่ไหวติ่งแม้แต่น้อย ทำเอาเหล่าหมอหลวงถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง
เลือดสีดำค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงสด ลมหายใจที่เคยติดขัดของนายทหารเริ่มกลับมาสม่ำเสมอ
หลี่มู่เหยาถอนหายใจยาวเหยียด เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าเนียนละเอียด นางใช้ผ้าสะอาดเช็ดพระพักตร์... อะแฮ่ม เช็ดใบหน้าของตนเองอย่างลวก ๆ ก่อนจะหันกลับไปสบตาเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้
กลิ่นอายบุรุษอันทรงพลังและเย็นเยียบแผ่เข้าโอบล้อมร่างของนาง เฉินอ๋องก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่แฝงไปด้วยความอันตราย "เจ้าเป็นใครกันแน่... มู่เหยา? มือที่ใช้ถือเข็มช่วยชีวิตคนผู้นี้ เหตุใดจึงดูคุ้นเคยกับการถือดาบปลิดชีพคนนัก?"
หัวใจของหลี่มู่เหยาเต้นกระหน่ำรัวราวดรัมเพลิง นางเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบนั้น รอยยิ้มเย้าหยอกแต่ซ่อนความคมคายถูกจุดขึ้นที่มุมปาก "หม่อมฉันจะเป็นใคร... ย่อมขึ้นอยู่กับว่าพระองค์ทรงต้องการให้หม่อมฉันเป็นผู้ช่วยชีวิต หรือผู้พรากวิญญาณเพคะ, ท่านอ๋อง"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเคมีอันร้อนแรงและอันตราย ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้ากระวนกระวายขององครักษ์เงาก็แหวกม่านกระโจมเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ม้าเร็วจากเมืองหลวงส่งข่าวมาด่วน..." องครักษ์คุกเข่าลงตัวสั่นเทา ยื่นม้วนสาส์นประทับตราหยกทองคำให้ "พระราชโองการลับจากฮ่องเต้... สั่งปลดท่านอ๋องจากตำแหน่งแม่ทัพกองหน้า และ... และมีรับสั่งให้ประหารชีวิตหมอหญิงหลี่มู่เหยาฐานใช้มนต์ดำนอกรีตพยายามสังหารทหารในค่ายพ่ะย่ะค่ะ!"
ดวงตาของเฉินอ๋องวาบประกายความอำมหิตขึ้นดั่งอัคคีที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่ง ร่างสูงแผ่รังสีสังหารน่าสะพรึงกลัวออกมารอบทิศทาง ในขณะที่หลี่มู่เหยากลับยิ้มเยาะออกมาเบา ๆ อย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้แสนประเสริฐที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านห้วงเวลาแห่งการล้างแค้นนี้ไปพร้อมกับ “มนตรากรรมสะท้อน” นะคะ
บัลลังก์หงส์ไร้ใจกับแผนร้ายคืนชีพแค้น•ตอนที่ 13
หมอเทวดาผู้มาเยือน
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์หงส์ไร้ใจกับแผนร้ายคืนชีพแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!