คราบเลือดบนพื้นหินอ่อนขัดมันถูกชำระล้างจนสะอาดหมดจดด้วยน้ำฝนผสมกลีบกุหลาบป่า ทว่ากลิ่นอายคาวโลหิตจาง ๆ ยังคงอบอวลอยู่ในโสตประสาทของหลี่มู่เหยา ราวกับวิญญาณแห่งความแค้นยังวนเวียนไม่ไปไหน นางนั่งนิ่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลือง ปิ่นหยกขาวสลักลายหงส์เคียงมังกรในมือหนักอึ้งดั่งขุนเขา
"เจ้ายังกังวลเรื่องฎีกาลับฉบับนั้นอยู่หรือ"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำดั่งหยกกระทบกันดังขึ้นเบื้องหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นร้อนของฝ่ามือใหญ่ที่ทาบทับลงบนไหล่มน ฉินมู่เฉิน—เฉินอ๋องผู้กุมอำนาจครึ่งแผ่นดิน โน้มกายลงสวมกอดนางจากด้านหลัง ปลายคางของเขาวางลงลาดไหล่บอบบาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง ท่าทีที่ดุดันเกรียงไกรยามบัญชาการกองทัพนับแสนมลายหายสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนที่มอบให้สตรีในดวงใจนางเดียว
มู่เหยาไม่หลบเลี่ยง ปล่อยให้เขากักขังนางไว้ในอ้อมแขนอันมั่นคง ดวงตาดำขลับสะท้อนภาพเปลวเทียนที่ไหวระริกในความมืด "หม่อมฉันไม่ได้กังวลเรื่องฎีกา แต่กังวลว่า... เส้นทางที่เรากำลังเดินอยู่ มันโรยด้วยหนามคมกริบ ยิ่งเราเข้าใกล้บัลลังก์มากเท่าไหร่ ความมืดในใจคนก็ยิ่งกัดกินลึกขึ้นเท่านั้น เพคะ"
เฉินอ๋องกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอประกายล้ำลึก เขาจ้องมองภาพเงาของพวกเขาทั้งสองในคันฉ่องด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว
"ให้หนามคมกริบนั้นบาดเนื้อหนังของเปิ่นหวางเถอะ มู่เหยา... เปิ่นหวางสัญญา ในชาตินี้ จะไม่มีผู้ใดพรากเจ้าไปจากอ้อมแขนนี้ได้อีก แม้กระทั่งเงาของความตาย หากสวรรค์ไม่ยอมให้ความยุติธรรมแก่เจ้า เปิ่นหวางนี่แหละจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ชำระล้างทุกหนี้เลือด และแก้ไขทุกสิ่งที่ผิดพลาดให้กลับมาถูกต้องร่วมกับเจ้าเอง"
คำพูดนั้นไม่ได้หวานหยดย้อย แต่หนักแน่นดั่งคำสัตย์สาบานต่อหน้าฟ้าดิน หัวใจที่ด้านชาและเย็นเยียบมาตลอดชีวิตหลังความตายของหลี่มู่เหยาคล้ายถูกค้อนเหล็กหลอมละลาย น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนหลังมือของเขา นางพลิกมือขึ้นกุมปลายนิ้วแข็งแกร่งนั้นไว้แน่น
"เพคะ... เราจะเดินไปด้วยกัน"
บรรยากาศในตำหนักอวลไปด้วยความเงียบงันที่เปี่ยมด้วยความหมาย เคมีอันเร่าร้อนแต่เย็นเยียบของทั้งคู่ผสานเข้าหากันอย่างไร้รอยต่อ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ความอบอุ่นแผ่ซ่าน กลิ่นธูปแปลกประหลาดก็ลอยมาตามสายลมราตรี กลิ่นหอมหวานปนฉุนคล้ายดอกอวี้หลันที่บานในแดนใต้—ดินแดนที่ควรจะเป็นสุสานของความลับทั้งหมด
ฉินมู่เฉินชะงัก ร่างสูงสง่าผุดลุกขึ้นยืนบังร่างบางไว้ทันที สัญชาตญาณนักรบกรกตเตือนภัยพุ่งพล่าน ดวงตาคมกวาดมองไปรอบตำหนักที่ปิดทึบ
ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำใด บานประตูไม้แกะสลักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยพลังภายในอันกล้าแกร่ง ลมพายุหมุนวนหอบเอาเศษใบไม้แห้งสาดกระเซ็นเข้ามาภายในห้อง ท่ามกลางเงาสลัวของราตรี ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทพร้อมหน้ากากเงินลายจิ้งจอกเก้าหางก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขานามนั้นคือผู้ที่ควรจะนอนสงบนิ่งอยู่ใต้หลุมศพเมื่อสามปีก่อน
"ฮองเฮาผู้สูงส่ง... พระองค์ทรงลืมสะสางบัญชีแค้นกับคนสนิทคนนี้ไปแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ"
มิตรรักแฟนนิยายทุกท่านคะ ความลับที่ถูกฝังกลบกำลังจะถูกขุดขึ้นมาแลกด้วยลมหายใจ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "มนตรากรรมสะท้อน" เสมอมาค่ะ
บัลลังก์หงส์ไร้ใจกับแผนร้ายคืนชีพแค้น•ตอนที่ 32
ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์หงส์ไร้ใจกับแผนร้ายคืนชีพแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!