บัลลังก์หงส์ไร้ใจกับแผนร้ายคืนชีพแค้น•ตอนที่ 31

ความลับเรื่องย้อนเวลา

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
“หากหม่อมฉันบอกว่า... เลือดที่เคยไหลนองเต็มพื้นตำหนักหงส์ในชาติภพก่อน คือหลักฐานชิ้นเดียวที่ยืนยันว่าหม่อมฉันตายด้วยมือของท่าน ท่านจะเชื่อหรือไม่เพคะ?” สุ้มเสียงของหลี่มู่เหยาราบเรียบ ทว่าสั่นไหวราวกับกลีบดอกเหมยที่ปะทะพายุหิมะ นางไม่ได้หลบสายตาที่คมกริบดุจกระบี่ของฉินมู่เฉินแม้แต่น้อย ท่ามกลางห้องอักษรที่เงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงฟืนมอดไหม้ในเตาผิง กลิ่นกำยานไม้กฤษณาที่เคยหอมรื่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น ฉินมู่เฉินที่กำลังถือพู่กันค้างไว้กลางอากาศชะงักงัน ดวงตาคมปลาบดุจพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย พลังกดดันมหาศาลจากบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพแผ่ซ่านจนมวลอากาศรอบกายหนักอึ้ง เขาค่อยๆ วางพู่กันลงบนแท่นหยกช้าๆ ราวกับทุกจังหวะคือการชั่งใจ “เจ้ากำลังเพ้อเจ้อเรื่องอันใด มู่เหยา” เขาเอ่ยเสียงต่ำ ทว่าแฝงด้วยความกังวานของคนที่ไม่ยอมรับความจริง “ข้าปกป้องเจ้าด้วยชีวิต เหตุใดเจ้าถึงกล่าววาจาเลื่อนลอยเช่นนั้น” “เพราะท่านปกป้อง ‘ฮองเฮาที่ไร้ค่า’ ในสายตาคนทั้งแผ่นดิน แต่กลับทอดทิ้ง ‘หญิงสาวที่ท่านรัก’ ให้จมกองเลือดเพียงลำพังไงเพคะ!” มู่เหยาก้าวเข้าหาเขา ก้าวแต่ละก้าวหนักแน่นราวกับตอกย้ำความเจ็บปวดในกาลเวลาที่บิดเบี้ยว นางถอดปิ่นหยกที่เคยเป็นของแทนใจชิ้นสำคัญวางลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม “หม่อมฉันไม่ใช่หลี่มู่เหยาคนเดิมที่หวาดกลัวเงาตัวเองอีกต่อไป แต่หม่อมฉันคือวิญญาณที่หวนคืนมาจากขุมนรก เพื่อมาทวงถามความยุติธรรมที่ท่านเคยมอบให้แต่เพียงความเงียบงัน” ฉินมู่เฉินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างใหญ่โตของเขาบดบังแสงเทียนจนมู่เหยาจมอยู่ในเงามืด เขาขยับเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบุรุษอันทรงพลัง มือหนาคว้าข้อมือนางไว้แน่น ไม่ใช่ด้วยความโกรธ แต่ด้วยความสั่นสะท้านที่ไม่อาจซ่อนเร้น “เจ้าบอกว่า... หวนคืนมา?” เขาเค้นเสียงถาม ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างแก้มนาง “เจ้าตายไปแล้วจริงๆ หรือ? ในวันที่ข้าบุกเข้าวังหลวงเพื่อกอบกู้ซากปรักหักพัง... ในวันที่ข้าเห็นเพียงร่างไร้วิญญาณที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ เจ้าหมายความว่าเช่นนั้นหรือ?” มู่เหยาไม่ตอบ แต่นางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปมคิ้วที่ขมวดมุ่นของเขาเบาๆ ความโศกเศร้าที่สั่งสมมานานปีเอ่อล้นผ่านดวงตาคู่สวย “หม่อมฉันจำทุกความเจ็บปวดได้ ท่านอ๋อง... จำได้แม้กระทั่งหยดเลือดสุดท้ายที่รินไหลก่อนจะสิ้นใจ ท่านมาสายเกินไปในตอนนั้น และในชาตินี้... หม่อมฉันจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมอีก” ฉินมู่เฉินดึงร่างนางเข้ามากอดไว้แนบอก พลังอำนาจที่เคยแข็งแกร่งกลับพังทลายลงในอ้อมแขนของสตรีที่เขารักสุดหัวใจ เขาไม่รู้ว่านางพูดเรื่องจริงหรือเป็นเพียงอาการหลอนจากความขมขื่น แต่ทุกถ้อยคำของนางเสียดแทงลงไปถึงไขกระดูก เขารู้สึกถึงความเปียกชื้นที่หัวไหล่—น้ำตาของนางที่รอคอยมานานนับปี “หากเป็นนรกที่เจ้าจากมา ข้าจะพังมันให้ราบ หากเป็นโชคชะตาที่เล่นตลกกับเจ้า ข้าจะเป็นคนกุมชะตานั้นไว้เอง” เขากระซิบเสียงพร่า “แต่จงจำไว้ มู่เหยา ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร เป็นวิญญาณแค้นหรือสตรีผู้ย้อนเวลา... ในชาตินี้ เจ้าเป็นของข้าเพียงผู้เดียว” ท่ามกลางห้วงอารมณ์ที่ปั่นป่วน เสียงเคาะประตูที่รัวเร็วดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบที่เปราะบาง ขันทีคนสนิทของฉินมู่เฉินก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด “ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... กองทัพม้าเร็วจากชายแดนส่งสารลับถึงพระหัตถ์ฮ่องเต้ โดยมีเนื้อความระบุถึงรายชื่อผู้สนับสนุนการกบฏ ซึ่งปรากฏชื่อ... ชื่อของท่านอ๋องและ... พระชายาอยู่ในลำดับต้น!” ฉินมู่เฉินผลักนางออกห่าง สายตาเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับสัตว์ป่าที่ถูกกระตุ้น เขาคว้าจดหมายลับที่ถูกประทับตราครั่งสีแดงฉานขึ้นมาเปิดอ่าน เพียงแค่กวาดสายตาผ่าน ดวงตาคู่คมก็วาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ “มันเริ่มแล้ว” มู่เหยาเอ่ยขึ้น สุ้มเสียงกลับมาเยือกเย็นดังเดิม “ขบวนการกำจัดท่านอ๋องและนางกบฏเริ่มขึ้นแล้วเพคะ และดูเหมือนว่า... คนที่ส่งสารนี้มา คือคนที่เราเพิ่งจะไว้ใจให้ดูแลคลังเสบียงในสัปดาห์ก่อน” ฉินมู่เฉินขยำจดหมายในมือจนยับยู่ยี่ ก่อนจะหันไปจ้องมองเงาที่สะท้อนผ่านหน้าต่างบานเฟี้ยม ซึ่งดูเหมือนจะมีคนแอบดักฟังอยู่ภายนอก เขาชักกระบี่ข้างกายออกมาด้วยความเร็วที่มองไม่ทันตา ก่อนจะแทงทะลุผ่านประตูไม้ฉลุลายไปอย่างแม่นยำ! เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นเพียงแผ่วเบาก่อนจะเงียบหายไปพร้อมกับเสียงร่างที่ทรุดลงกับพื้น แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของมู่เหยาหยุดเต้นไม่ใช่ร่างของนักฆ่าที่อยู่ภายนอก หากแต่เป็น 'ป้ายไม้แกะสลัก' ที่ร่วงหล่นลงมาจากตัวนักฆ่า—มันคือป้ายประจำตัวขององครักษ์เงาที่ควรจะตายไปพร้อมกับครอบครัวของนางในชาติภพก่อน! “นั่นมัน...” มู่เหยาสั่นสะท้าน มือไม้เย็นเฉียบ “คนตายที่ควรจะหายไปจากประวัติศาสตร์กลับปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง” ฉินมู่เฉินก้าวไปที่ประตู เปิดออกด้วยเท้าข้างเดียว ท่ามกลางศพของนักฆ่าที่มีหน้าตาเหมือนกับบิดาของนางผู้ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏจนสิ้นตระกูล! มิตรรักแฟนนิยายทุกท่านคะ ความแค้นที่คิดว่าจบไปแล้ว กำลังจะเริ่มต้นขึ้นใหม่ในรูปแบบที่โหดร้ายยิ่งกว่าเดิม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์หงส์ไร้ใจกับแผนร้ายคืนชีพแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%