กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมราคาแพงลอยวนอยู่เบื้องพระพักตร์ สร้างความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าหลี่มู่เหยากลับมิได้แสดงอาการไหวติระแคะระคาย นางยังคงนั่งสงบนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้พะยุงแกะสลักลวดลายหงส์เคียงมังกร ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้อาภรณ์ปักดิ้นทองสัมผัสถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่แผ่วเบา ขณะที่สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองแผ่นกระดาษสีชาในมือ—ราชโองการลับฉบับด่วนที่เพิ่งถูกส่งผ่านเข้ามาทางช่องลับของตำหนักในยามวิกาล
"ฮองเฮา... หรือจะกล่าวให้ถูกคือ พระสนมหลี่ผู้ร่วงหล่น ทรงคิดว่าหมากกระดานนี้ พระองค์ยังเดินทันกระแสลมแห่งวังหลวงอยู่หรือเพคะ?"
เสียงเยียบเย็นดั่งน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เฉินอ๋อง (ฉินมู่เฉิน) ก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาไม้สลักลาย กลิ่นอายดุดันและทรงอำนาจแผ่ซ่านกดดันจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา อาภรณ์สีนิลสนิทสนมกับเรือนร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลักไร้ซึ่งรอยยิ้ม ทว่าดวงเนตรคมปลาบกลับจับจ้องร่างบางตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าผู้ใดจะล่วงรู้—ความคลั่งรักที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความไร้ใจ
หลี่มู่เหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขารอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน "ท่านอ๋องทรงรีบร้อนเสด็จมาถึงตำหนักเย็นร้างผู้คนแห่งนี้ ย่อมไม่ใช่เพียงเพื่อมาเยาะเย้ยหม่อมฉันกระมังคะ"
"เจ้ากำลังเล่นกับไฟ มู่เหยา" เฉินอ๋องก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ จากสนามรบโชยเข้าแตะนาสิก ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับดาบเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนของนางแผ่วเบา ทว่าแววตากลับจริงจังและเฉียบคม "ราชโองการฉบับนั้น... เสด็จพี่ทรงบีบให้เจ้าต้องเลือก ระหว่างตระกูลหลี่ที่เหลือเศษซาก หรือชีวิตของตัวเจ้าเองในวังหลวงแห่งนี้"
หลี่มู่เหยาไม่หลบสายตา หัวใจในอกเต้นระรัวด้วยความเจ็บแค้นที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครา นางแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ระคนด้วยความสมเพชเวทนา "เลือกหรือคะ? หม่อมฉันไม่เคยมีสิทธิ์เลือกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ฝ่าบาททรงต้องการให้หม่อมฉันเป็นแพะรับบาปในคดีปลิดชีพสนมเอก เพื่อเปิดทางให้ตระกูลอวี้เรืองอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ... แต่ทรงลืมไปว่า คนที่ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ย่อมไม่หวาดกลัวความตายเป็นครั้งที่สองหรอกนะคะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เคมีระหว่างคนทั้งสองระอุขึ้นท่ามกลางความหนาวเหน็บ เฉินอ๋องมองสตรีในอ้อมกอดทางสายตา นางไม่ใช่ฮองเฮาผู้แสนอ่อนแอคนเดิมอีกต่อไปแล้ว นางคือหงส์เพลิงที่ฟื้นคืนจากกองเพลิง พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าขวางทาง
"ถ้าเช่นนั้น... หากเป้าหมายของเจ้าคือการล้างบางตระกูลอวี้และทวงคืนความยุติธรรม" เฉินอ๋องโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอันตราย "เจ้าก็ต้องยอมใช้ร่างนี้แลกกับกองกำลังทหารพิทักษ์นครหลวงแปดหมื่นนายในมือเปิ่นหวาง... เจ้ากล้าพอที่จะเดิมพันด้วยสิ่งนี้หรือไม่เล่า พระชายาในอนาคตของเปิ่นหวาง"
คำว่า "พระชายาในอนาคต" ทำให้มู่เหยาชะงักไปชั่วลมหายใจ นางตวัดสายตาขึ้นมองเขาอย่างไม่เชื่อหู ในยามที่บ้านเมืองกำลังลุกเป็นไฟและราชสำนักกำลังสั่นคลอน บุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในกองทัพกลับใช้มันมาต่อรองเพื่อผูกพันธะกับนาง
ก่อนที่หลี่มู่เหยาจะได้ทันเอ่ยวาจาใดโต้แย้ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตก็ดังขึ้นกะทันหันที่ด้านนอกประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องกังวานของขันทีหน้าพระพักตร์ที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
"ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! มีรับสั่งให้ปลดและประหารพระสนมหลี่ทันที ข้อหากบฏซ่องสุมกำลังพล!"
เฉินอ๋องหรี่ตาลงทันที รังสีสังหารแผ่พุ่งรุนแรงจนน่ากลัว ทว่าริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มเยือกเย็นอย่างท้าทาย
ประตูตำหนักถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยพลังภายในอันกล้าแกร่ง แสงคบเพลิงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาเผยให้เห็นเงาร่างของขันทีเฒ่าคนสนิทแห่ง
"ฮ่องเต้" ที่ถือราชโองการสีทองอร่ามเดินนำหน้าทหารองครักษ์นับร้อยชีวิตเข้ามาล้อมกรอบตำหนักไว้จนมุม
ขอขอบพระทัยท่านรี้ดผู้แสนประเสริฐที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านห้วงเวลาอันเชี่ยวกรากนี้ไปพร้อมกับ “มนตรากรรมสะท้อน” นะคะ
บัลลังก์หงส์ไร้ใจกับแผนร้ายคืนชีพแค้น•ตอนที่ 19
ราชโองการลับฉบับด่วน
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์หงส์ไร้ใจกับแผนร้ายคืนชีพแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!