กลิ่นอายจางๆ ของชาไป๋ฮ่าวอYินเจินที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากกาเคลือบกระเบื้องเคลลายคราม ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในศาลาแปดเหลี่ยมท่ามกลางเหมันตฤดูนี้อบอุ่นขึ้นมาได้เลยแม้แต่น้อย
ปลายนิ้วเรียวระหงของหลี่มู่เหยาบรรจงลูบไล้ขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบอย่างเชื่องช้า ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองละอองหิมะสีขาวโพลนที่โปรยปรายลงมาปกคลุมกลีบดอกเหมยสีแดงชาดเบื้องหน้า ดอกเหมยเหล่านี้อดทนต่อความหนาวเหน็บเบ่งบานชูช่อท้าทายลมหนาว ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับชะตากรรมของนางในยามนี้เสียจริง แข็งแกร่ง โดดเดี่ยว และเคลือบไว้ด้วยหยาดน้ำค้างแข็ง
“ท่านอ๋องทรงยับยั้งแผนการของไทเฮาในท้องพระโรงเมื่อวานได้อย่างงดงามยิ่งนักเพคะ หม่อมฉันเพียงแต่ไม่เข้าใจว่า... เหตุใดพระองค์จึงเลือกวิธีที่เสี่ยงต่อการถูกครหาเช่นนั้น”
สุ้มเสียงหวานนุ่มทว่าราบเรียบราวน้ำในบึงลึกเอ่ยขึ้น โดยมิได้หันกลับไปมองเงาร่างสูงสง่าที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลัง นางย่อมรู้ดีว่าผู้มาเยือนคือผู้ใด กลิ่นอายสนเย็นปนกลิ่นอายโลหิตจางๆ ที่ลอยมากับสายลมหนาวเช่นนี้ มีเพียง 'ฉินมู่เฉิน' ผู้นั้นเท่านั้น
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเกล็ดหิมะกระทบกับหลังคาศาลาและเสียงลมหายใจแผ่วเบา เฉินอ๋องฉินมู่เฉินในชุดคลุมปักลายหงส์ทะยานฟ้าสีดำสนิทก้าวเข้ามายืนเคียงข้างนาง สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองไปยังแผ่นหลังบางที่ห่อหุ้มด้วยเสื้อขนจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ แววตาที่มักจะเยียบเย็นและเต็มไปด้วยจิตสังหารยามอยู่ในสนามรบ บัดนี้กลับไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความอ่อนโยนที่ลึกซึ้งเกินกว่าผู้ใดจะหยั่งถึง
“หากความเสี่ยงนั้นสามารถปกป้องเจ้าให้พ้นจากเงื้อมมือของพวกสุนัขจิ้งจอกในวังหลวงได้ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินต้าฉีให้กลายเป็นทะเลเพลิง... เปิ่นหวางก็ย่อมทำ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอמהขึ้นอย่างไม่ลังเล มันมิใช่คำกล่าวเพื่อเกี้ยวพาราสี แต่มันคือคำประกาศิตจากบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนแผ่นดิน ผู้ซึ่งพร้อมจะเหยียบย่ำกฎเกณฑ์ทั้งปวงเพื่อให้สตรีตรงหน้าปลอดภัย
หลี่มู่เหยาชะงักปลายนิ้วที่แตะอยู่บนถ้วยชา หัวใจดวงน้อยที่ด้านชามาตั้งแต่ชาติภพก่อนกระตุกวูบอย่างรุนแรง นางหันกลับไปสบดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่สะท้อนภาพเงาของนางเพียงผู้เดียว ความห่วงใยและความคลั่งไคล้ที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความไร้ใจถูกเปิดเผยออกมาอย่างไร้การป้องกันยามที่พวกเขาอยู่ตามลำพัง
“ท่านอ๋องตรรัสสิ่งใดออกมาเพคะ... ทรงลืมไปแล้วหรือว่าหม่อมฉันคือใคร หม่อมฉันคืออดีตฮองเฮาผู้มีมลทิน เป็นสตรีที่เคยถูกตราหน้าว่าไร้ยางอาย และเป็นหมากตัวหนึ่งที่ท่านทรงใช้ประโยชน์ในการล้างแค้นเท่านั้น” นางแค่นAยิ้มหยันให้กับตนเอง พยายามดึงกำแพงความเยือกเย็นขึ้นมาต้านทานกระแสความรู้สึกที่กำลังซัดสาดเข้ามาในอก
ฉินมู่เฉินก้าวประชิดเข้ามาอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษที่แผ่ออกมาจากตัวเขาล้อมกรอบร่างระหงเอาไว้จนแทบไม่มีช่องว่าง มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวที่ถือถ้วยชาไว้ แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่มันมั่นคงและเต็มไปด้วยความดื้อรั้นราวกับกลัวว่านางจะสลายหายไปกับสายลม
“หมากรึ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบทอดมองลึกเข้ามาในดวงตาของนาง ราวกับต้องการทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งของดวงวิญญาณ “ตั้งแต่วันแรกที่เจ้าก้าวเข้ามาในตำหนักของเปิ่นหวาง เจ้าไม่เคยเป็นหมากในกระดานของใครทั้งสิ้น มู่เหยา... เจ้าคือผู้เล่นที่ถือหมากตานั้นต่างหาก และเปิ่นหวาง... คือผู้เล่นที่ยินยอมให้เจ้าใช้กระดานนี้เด็ดหัวศัตรูตามใจชอบ”
ลมหายใจของหลี่มู่เหยาติดขัด นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ความใกล้ชิดนี้ทำให้เห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างชัดเจน เขานอนไม่พอมาหลายคืนเพื่อจัดการกับขุนนางกังฉิน คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของไทเฮา และคอยส่งสายลับมาคุ้มครองความปลอดภัยให้นางในเงาจันทร์ทมิฬ
“เหตุใด... จึงต้องทำถึงเพียงนี้เพคะ” สุ้มเสียงของนางสั่นพร่าลงเล็กน้อย ความแข็งกร้าวที่เคยมีพังทลายลงเหลือเพียงความเปราะบางที่ซ่อนเร้น “หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีที่มีแต่ความแค้น มอบให้ท่านได้เพียงความยุ่งยากและอันตราย ชีวิตนี้ของหม่อมฉันอุทิศให้กับความตายไปนานแล้ว...”
“เพราะเปิ่นหวางทนเห็นเจ้ายิ้มทั้งตาเศร้าไม่ได้อย่างไรเล่า!”
คำพูดนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของฉินมู่เฉินด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่บุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวฟ้าดินผู้นี้แสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น เขาขยับเข้ามาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ปลายนิ้วอีกข้างหนึ่งยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ถูกลมหนาวพัดมาปรกแก้มเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอม ราวกับนางคือเครื่องแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุดในใต้หล้า
“วันที่เจ้าถูกประหารด้วยสุราพิษในตำหนักเย็น... เจ้ารู้หรือไม่ว่าเปิ่นหวางรู้สึกอย่างไร” ดวงตาคมกริบแดงก่ำขึ้นเล็กน้อยเมื่อความทรงจำอันเจ็บปวดผุดขึ้นมาในหัว “เปิ่นหวางมาถึงช้าไปก้าวเดียว... ก้าวเดียวเท่านั้นที่ทำให้เปิ่นหวางต้องสูญเสียดวงใจของตนเองไปตลอดกาล... เจ้าคิดว่าการได้ย้อนเวลากลับมาแก้ไขอปุกรณ์เหล่านี้ เป็นเพราะโชคชะตาเมตตาอย่างนั้นหรือ? หาใช่ไม่... มันเป็นเพราะวิญญาณของเปิ่นหวางกรีดร้องขอแลกสัญญากับยมโลก ยอมตกนรกหมกไหม้ชั่วกัลปวสาน เพื่อให้เจ้าได้ฟื้นคืนชีพกลับมาทวงทุกอย่างที่เป็นของเจ้าคืน!”
ความจริงอันน่าตกใจถูกเปิดเผยออกมาในค่ำคืนที่เหมันตฤดูโปรยปราย หลี่มู่เหยาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง หยาดน้ำใสเอ่อคลอขึ้นมาคลุมหน่วยตาคู่สวย นางนึกว่าการที่นางได้ย้อนเวลากลับมาคือปาฏิหาริย์แห่งความแค้น แต่นางไม่เคยรู้เลยว่า... เบื้องหลังปาฏิหาริย์นั้นแลกมาด้วยคำสาปแช่งและวิญญาณที่ยอมจำนนต่อขุมนรกของบุรุษตรงหน้า
“ท่าน... ทำเช่นนั้นทำไม...” น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากนัยน์ตาของหลี่มู่เหยา กลิ้งผ่านพวงแก้มเนียนและตกลงบนหลังมือของฉินมู่เฉินที่ประคองใบหน้าของนางไว้
“เพราะเปิ่นหวางไม่อาจมีชีวิตอยู่บนโลกที่ไม่มีรอยยิ้มของเจ้าได้อีกแล้ว” ฉินมู่เฉินกระซิบชิดริมฝีปากของนาง ความอบอุ่นจากลมหายใจของเขารดรินอยู่บนพวงแก้ม “มู่เหยา... อนุญาตให้เปิ่นหวางได้เดินเคียงข้างเจ้าเถิด ไม่ใช่ในฐานะพันธมิตร ไม่ใช่ในฐานะผู้ร่วมมือล้างแค้น... แต่ในฐานะบุรุษผู้หนึ่งที่รักเจ้าหมดทั้งดวงจิต”
ท่ามกลางกลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยและลมหนาวที่พัดผ่าน หลี่มู่เหยาหลับตาลง ยอมรับหยาดน้ำตาที่ไหลรินและความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่ด้านชา นางกำลังจะเอ่ยวาจาตอบรับความรู้สึกที่รอคอยมาสองภพชาติ
*เคร้ง!*
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทางประตูทางเข้าสวนเหมย ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบและเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของนางกำนัล
“มีมือสังหาร! คุ้มครองท่านอ๋อง!”
ฉินมู่เฉินสะบัดหน้าขวับไปตามเสียง แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมราวดั่งพญายมในชั่วพริบตา เขาดึงหลี่มู่เหยาเข้าบังไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็วพร้อมกับชักกระบี่ประจำกายออกจากฝัก ประกายคมกลาบวาววับสะท้อนแสงหิมะ
ทว่า สิ่งที่พุ่งทะลุผ่านม่านหิมะเข้ามามิใช่ลูกธนูหรือคมดาบของมือสังหาร... แต่เป็นราชšโองการสีทองอร่ามที่สะบัดปลิวมาปักลงบนต้นเหมยโบราณเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงกังวานเย็นเยียบของขันทีเฒ่าคนสนิทแห่งตำหนักในที่เอמהประกาศกร้าวขึ้นท่ามกลางความหนาวเหน็บ
“ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! สั่งให้ปลดและกักบริเวณพระชายาล่วงละเมิดกฎมณเณียรบาล... และมีพระราชสาส์นลับพระราชทานยาพิษประหารชีวิตท่านอ๋องฉินมู่เฉิน ณ บัดนี้!”
บัลลังก์หงส์ไร้ใจกับแผนร้ายคืนชีพแค้น•ตอนที่ 25
ใต้ต้นเหมยที่หนาวเหน็บ
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์หงส์ไร้ใจกับแผนร้ายคืนชีพแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!