"ถ้าเผลอปล่อยให้เวทมนตร์ธาตุดินแทรกซึมเข้าสู่ชั้นหินปูนเร็วเกินไป สามวินาทีหลังจากนี้ แรงดันใต้พื้นดินจะดีดพวกเธอขึ้นไปกองรวมกันเป็นเป้านิ่งให้เจ้าออร์คตาเดียว"
เสียงกระซิบแหบพร่าแต่นิ่งสนิทดังขึ้นเบาๆ ข้างใบหูของลูคัส เด็กหนุ่มไม่ได้สะดุ้งตกใจ เขารู้ดีว่ากลิ่นอายละอองมานากลิ่นกุหลาบป่าผสมสนิมเหล็กเช่นนี้เป็นของใคร แม้ว่าในความเป็นจริง อาจารย์มาเรียจะควรยืนควบคุมสถานการณ์อยู่บนหอคอยบัญชาการห่างออกไปสามกิโลเมตรก็ตาม
"อาจารย์มาเรียคะ... นี่คือการทดสอบภาคปฏิบัติปีหนึ่ง หรือการลักลอบดูงานของเจ้าหน้าที่กระทรวงเวทมนตร์กันแน่คะเนี่ย" ลูคัสตอบกลับด้วยกระแสเสียงแผ่วเบา ขณะที่ดวงตาคู่คมยังคงจดจ้องผ่านรอยแยกของผนังหินแกรนิตในดันเจี้ยนฝึกหัดชั้นใต้ดิน
บรรยากาศรอบตัวอلبอบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและไอความร้อนจากลาวาเจือจาง นักเรียนชั้นปีหนึ่งคนอื่นๆ กำลังแตกตื่นอลหม่าน เสียงกรีดร้องและเสียงร่ายคาถาบทใหญ่อย่างเก้ๆ กังๆ ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วโถงหินยักษ์ พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับฝูง 'สโตนกอบลิน' ระดับสาม ที่ถูกปล่อยออกมาอย่างไร้การควบคุมตามแผนการประเมินความสามารถประจำฤดูกาล ซึ่งในสายตาของเด็กหลังห้องอย่างลูคัส มันช่างเป็นระบบการจัดการที่เต็มไปด้วยช่องโหว่เสียเหลือเกิน
"หุบปากแล้วขยับนิ้วชี้ซ้ายของเธอซะ ลูคัส" เสียงของอาจารย์สาวลึกลับลอดผ่านกำไลข้อมือเวทมนตร์ที่สั่นระริก "ถ้าเธอไม่อยากให้คะแนนประเมินของห้องห้ากลายเป็นศูนย์ และไม่อยากให้ฉันต้องลงไปลากคอเธอกลับขึ้นไปท่องตำราธาตุดินย้อนหลังสามร้อยจบ"
ลูคัสแอบถอนหายใจยาวเหยียด เขาขยับตัวเล็กน้อยให้อยู่ในมุมอับสายตาหลังเสาหินขนาดใหญ่ สภาพแวดล้อมรอบตัวถูกออกแบบด้วยระบบนิเวศจำลองที่ซับซ้อน ดันเจี้ยนฝึกหัดแห่งนี้ใช้หินบะซอลต์เป็นโครงสร้างหลัก ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับมานา แต่นั่นก็หมายความว่า หากใครใช้คาถาธาตุไฟรุนแรงเกินไป มันจะสะสมความร้อนและระเบิดออกโดยไม่เลือกหน้า—ซึ่งเป็นสิ่งที่กลุ่มหัวกะทิจากห้องหนึ่งกำลังทำอยู่ ณ เบื้องหน้า
"พวกนั้นกำลังจะฆ่าตัวตายชัดๆ" ลูคัสพึมพำเบาๆ กับตัวเอง
เซ Eltanin (เอลทานิน) ประธานนักเรียนปีหนึ่งผู้ถือครองธาตุไฟบริสุทธิ์ กำลังยืนสง่างามอยู่กลางลานประลอง ไม้เท้าเวทมนตร์ประดับคริสตัลอัคคีในมือส่องแสงเจิดจ้า เขากำลังเตรียมร่ายคาถา 'เพลิงอัสนีพิโรธ' เพื่อกวาดล้างสโตนกอบลินนับสิบตัวที่กรูเข้ามา แต่เด็กหนุ่มอัจฉริยะผู้ซ่อนตัวอยู่หลังห้องกลับมองเห็นความผิดปกติในโครงสร้างมานาใต้พื้นดินอย่างชัดเจน
*โครงสร้างมานาบริเวณจุดศูนย์กลางกำลังสั่นพ้อง... ถ้าเอลทานินปลดปล่อยพลังนั้นลงไป แรงกระแทกจะไปกระตุ้นผนังห้องเก็บมานาสำรองของดันเจี้ยน และผลลัพธ์คือ... ตูม! เละเป็นโจ๊กกันหมดแน่*
ลูคัสหรี่ตาลง ประกายแสงสีฟ้าอ่อนวับแวมขึ้นในดวงตาทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว—เนตรธาตุ ทั้งสี่สายไหลเวียนประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบภายใต้การควบคุมอันแนบเนียน ดิน น้ำ ลม ไฟ ถูกบีบอัดให้เหลือเพียงเส้นใยมานาขนาดเท่าเส้นผมมนุษย์
เขาไม่มีเวลามานั่งออมมืออีกต่อไปแล้ว
"ขอโทษทีนะทุกคน พอดีฉันไม่อยากตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ประจำโรงเรียนในฐานะเพื่อนร่วมชั้นที่ปล่อยให้ประธานนักเรียนระเบิดตัวเองตายคาดันเจี้ยนหรอกนะคะ"
ลูคัสดีดนิ้วมือขวาเบาๆ แรงลมระดับศูนย์จุดห้า (Micro-wind current) ถูกส่งออกไปอย่างเงียบเชียบ มันพุ่งแหวกอากาศผ่านช่องว่างระหว่างซอกหินด้วยความเร็วสูง เป้าหมายไม่ใช่ตัวมอนสเตอร์ แต่เป็นจุดสมดุลของมานาใต้เท้าของเอลทานิน
ฟุบ!
กระแสลมบางเบาเข้าไปตัดวงจรการสะสมพลังของธาตุไฟได้ในเสี้ยววินาทีพอดี คาถาเพลิงอัสนีพิโรธที่ควรจะระเบิดกวาดล้างทุกสิ่ง กลับกลายเป็นเพียงแค่ลูกไฟขนาดเท่าลูกแก้วที่พ่นออกมาแล้วมอดดับไปดื้อๆ สร้างความตกตะลึงให้แก่เอลทานินและเหล่าอาจารย์ผู้คุมสอบที่นั่งมองผ่านลูกแก้วเวทมนตร์บนหอคอย
"เกิดอะไรขึ้นทำไมคาถาถึงล้มเหลว!" เอลทานินอุทานออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเสียหน้า ขณะที่สโตนกอบลินฝูงใหญ่กำลังวิ่งเข้าประชิดตัวเขาด้วยเขี้ยวอันแหลมคม
ในจังหวะความเป็นความตายนั้น ไม่มีใครสังเกตเห็นเด็กหนุ่มหลังห้องที่กำลังขยับมือซ้ายอีกครั้งอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
ลูคัสใช้วิชา 'ประสานธาตุน้ำและดิน' สร้างแรงเสียดทานต่ำใต้ฝ่าเท้าของพวกสโตนกอบลินกลุ่มนั้นทันที พื้นหินที่เคยแห้งผากพลานเปลี่ยนเป็นลานน้ำแข็งบางเฉียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ส่งผลให้พวกมันล้มกลิ้งระเนระนาดชนกันเองจนหมดสภาพการต่อสู้โดยที่ไม่มีใครต้องร่ายเวทมนตร์รุนแรงเลยแม้แต่บทเดียว
ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วโถงดันเจี้ยนชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจของเหล่าคุณหนูคุณชายจากห้องหนึ่งที่ยืนงوงงงกับภาพตรงหน้า มอนสเตอร์ระดับสามเกือบยี่สิบตัวล้มลงพร้อมกันโดยไม่มีสาเหตุ ราวกับพวกมันสะดุดขาตัวเองล้มตายไปเอง
บนหอคอยต้องห้าม อาจารย์มาเรียยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ดวงตาสีมรกตของเธอกวาดมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกระจกเงาโบราณ
"เจ้าเด็กคนนี้นี่... ซ่อนความร้ายกาจไว้ลึกเสียจริงนะ ลูคัส" เธอกล่าวเบาๆ กับความว่างเปล่า "ใช้ธาตุลมรบกวนวงจรมานา แล้วอาศัยธาตุน้ำสร้างสภาพแวดล้อมลวงตาโดยใช้เวลาไม่ถึงสามวินาที... ฝีมือระดับนี้ ต่อให้เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาก็ยังต้องใช้เวลาคิดคำนวณนานกว่านี้เสียด้วยซ้ำ"
ลูคัสที่แอบซ่อนตัวอยู่หลังเสาหินรีบดึงมาตราวัดพลังกลับเข้าสู่ร่าง ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นเด็กหนุ่มผู้เหนื่อยล้าและไร้พิษภัยเช่นเดิม เขาแกล้งทำเป็นหาวนอนแล้วก้าวเดินออกมาจากมุมมืด พร้อมกับทำหน้าตาตื่นตระหนกตามน้ำเพื่อนร่วมชั้น
"อุ๊ย ตายจริง... เกิดอะไรขึ้นเหรอครับเนี่ย ทำไมอยู่ดีๆ พวกมันถึงล้มกลิ้งกันไปเองล่ะเนี่ย น่ากลัวชะมัดเลย..." เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ เรียกรอยค้อนขวับจากเอลทานินที่กำลังหัวเสียสุดขีด
"นาย... นายมันไอ้เด็กโชคดีช่วยไม่ได้!" เอลทานินชี้หน้าลูคัสด้วยความหงุดหงิด "ถ้าไม่ใช่เพราะความผิดพลาดของระบบดันเจี้ยนวันนี้ ฉันคงจัดการพวกมันไปนานแล้ว!"
"ครับๆ ประธานพูดถูกที่สุดเลยครับ งั้นผมขอตัวไปนั่งพักแถวโน้นก่อนนะครับ พอดีปวดหลังนิดหน่อยจากการยืนดู..." ลูคัสโบกมือปฏิเสธอย่างสุภาพ แล้วเดินปลีกตัวออกมาจากกลุ่มคน
ทว่า ในขณะที่เขากำลังก้าวเท้าผ่านประตูเหล็กกล้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดพักผ่อน เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัวสมอง เป็นเสียงที่ไม่มีใครอื่นได้ยิน นอกจากตัวเขาและระบบปริศนาที่ผูกติดกับวิญญาณของเขามาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่หอคอยต้องห้าม
[ติ๊ง! ตรวจพบการแทรกแซงโครงสร้างดันเจี้ยนด้วยมานาบริสุทธิ์ระดับ SSS]
[ระบบทำการประเมินผลงานเสร็จสิ้น: คะแนนการควบคุมธาตุทั้งสี่ = 99.9% (สมบูรณ์แบบ)]
[เงื่อนไขลับถูกปลดล็อก: ประตูเชื่อมต่อสู่ 'ห้องใต้ดินชั้นที่ศูนย์' กำลังเปิดออก...]
[คำเตือนจากระบบ: สิ่งที่คุณกำลังตามหาตลอดสิบปี ไม่ได้อยู่บนหอคอย... แต่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของคุณ ณ บัดนี้]
ดวงตาของลูคัสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา เมื่อพื้นหินเบื้องหน้าเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และกลิ่นอายมานาโบราณที่ทรงพลังจนน่าขนลุกก็ทะลักพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นดิน พร้อมกับเงาร่างของบางสิ่งบางอย่างที่กำลังลืมตาตื่นขึ้นจากความหลับใหลอันยาวนานนับพันปี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับภารกิจแรกในดันเจี้ยนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ท่านประธานครับ นักเรียนหลังห้องคนนี้เก่งเกินไปแล้ว•ตอนที่ 4
ภารกิจแรกในดันเจี้ยนฝึกหัด
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ นักเรียนหลังห้องคนนี้เก่งเกินไปแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!