"การใช้เวทมนตร์ระดับรากฐานบิดเบือนวงแหวนมานาชั้นสูง... เป็นวิธีที่ทั้งสิ้นเปลืองและไร้รสนิยมสิ้นดีค่ะ รุ่นพี่เซเลส"
เสียงหวานใสแต่ทว่าก้องกังวานราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึกดังขึ้น ท่าลานประลองเวทกลางแจ้งที่ตอนนี้ถูกห้อมล้อมไปด้วยเหล่านักเรียนชั้นหัวกะทิและคณาจารย์จากตระกูลขุนนาง ท้องฟ้าเบื้องบนแปรเปลี่ยนเป็นสีครามเข้มเนื่องจากการอัดแน่นของอนุภาคมานาธาตุลมและไฟที่ถูกเร่งเร้าจนเกิดประกายประจุไฟฟ้าสีม่วงอ่อนพาดผ่าน
ลูคัสยืนพิงเสาหินอ่อนสลักลายงูเกี่ยวกระдиสัญลักษณ์แห่งหอคอยต้องห้าม มือข้างหนึ่งสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุมนักเรียนตัวโคร่ง ดวงตาสีชาดคู่คมมองตรงไปยังร่างระหงของ ‘เซเลสเตีย โวแลง’ บุตรสาวคนโตแห่งดยุกผู้ครองแคว้นอัคคีทมิฬ ผู้ซึ่งกำลังกำไม้เท้าคريสตัลสีเลือดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
บรรยากาศรอบด้านกดดันเสียจนนักเรียนชั้นปีสองหลายคนต้องถอยกรูดไปชิดอัฒจันทร์ การเผชิญหน้าระหว่างเด็กหลังห้องผู้ลึกลับกับคุณหนูผู้เพียบพร้อมไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ หากแต่เป็นผลพวงจากประกาศิตลึกลับที่เพิ่งสั่นสะเทือนทั่วทั้งสถาบันเมื่อไม่กี่นาตรีก่อน
*[ ตรวจพบความผิดปกติของมานาระดับตำนาน : ปลดล็อกเงื่อนไขลับ 'ผู้กอบกู้หอคอยต้องห้าม' สภาเวทมนตร์และกองอัศวินหลวงกำลังมุ่งหน้ามายังจุดนี้เพื่อ... ]*
หน้าต่างระบบสีทองโปร่งแสงที่ยังคงค้างเติ่งอยู่ในครรลองสายตาของลูคัส ทำให้เขารู้ดีว่าเวลาของความสงบสุขได้หมดลงแล้ว แต่ก่อนที่กองอัศวินหลวงจะมาถึง เขากลับต้องมาเคลียร์ปัญหากลุ่มคนเจ้าปัญหาที่ขวางทางอยู่ตรงนี้เสียก่อน
"สามหาว! เจ้าเด็กสามัญชนไร้ชื่อเสียงคนนี้บังaaniอาจกล่าววาจาดูหมิ่นศาสตร์เวทตระกูลโวแลงงั้นรึ!" เสียงกร้าวจากกลุ่มผู้ติดตามตระกูลใหญ่ดังขึ้น พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่พุ่งออกมาเพื่อข่มขวัญ
ทว่า เซเลสเตียกลับยกมือขึ้นห้ามผู้ติดตามด้วยใบหน้าเรียบเฉย ดวงตาสีนิลกาฬจดจ้องมองลูคัสราวกับกำลังพิจารณาสัตว์ประหลาดที่เพิ่งหลุดออกมาจากตำราโบราณ เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเยarหยันเจือความระแวงอย่างปิดไม่มิด
"ปากกล้าดีนี่ ลูคัส... ข้าได้ยินข่าวลือหนาหูว่าการสอบภาคปฏิบัติที่หอคอยต้องห้ามเมื่อวานนี้ มีใครบางคนสามารถประสานธาตุทั้งสี่เข้าด้วยกันโดยไร้ร่องรอยการร่ายคาถา จนทำให้หินศิลาพยากรณ์แตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ และบังเอิญเหลือเกินที่เจ้า... ก็เป็นคนเดียวที่เดินออกมาจากที่นั่นทั้งเป็น" เซเลสเตียก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละน้อย ทุกย่างก้าวของเธอดึงเอาอุณหภูมิรอบตัวให้สูงขึ้นจนอากาศบิดเบี้ยว
ลูคัสยังคงรักษารอยยิ้มบางเบาไว้ที่มุมปาก เขาไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อย กลับเอียงคอมองเธอด้วยความสนใจใคร่รู้ "แล้วท่านพี่เซเลสเตีย... อ๋อ ขออภัยค่ะ ข้าควรเรียกว่าคุณหนูเซเลสเตียสินะคะ คิดว่าการพังลานประลองแห่งนี้จะช่วยให้ท่านได้คำตอบที่ต้องการงั้นหรือ?"
"ข้าแค่อยากรู้ว่า เจ้าซ่อนหางจิ้งจอกไว้ใต้เสื้อคลุมมอซอนั่นลึกแค่ไหน!"
*เปรี้ยง!*
ไม่ทันที่เสียงจะขาดหาย เซเลสเตียก็ตวัดไม้เท้าลงพื้น วงแหวนเวทสีแดงฉานห้าชั้นผุดขึ้นรองรับร่างของเธอทันที เปลวเพลิงสีดำสนิทที่เรียกว่า 'อัคคีโลหิตทมิฬ' พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อตัวเป็นรูปมังกรเพลิงคำรามก้อง ลมพายุหมุนวนรุนแรงพัดกระโชกจนเส้นผมสีเงินยวงของลูคัสปลิวสยาย
รอบด้านส่งเสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนก เวทมนตร์ระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่เด็กปีสามทั่วไปจะเรียกใช้ได้โดยง่าย มันคือเวทมนตร์ระดับสูงที่ต้องใช้การคำนวณมานาอย่างแม่นยำและพลังจิตที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งยวด
แต่ทว่า... ลูคัสกลับถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างเหนרดหน่าย
"ช้าไปเจ็ดวินาทีค่ะ... และการควบคุมมานาจุดศูนย์กลางเอียงไปทางซ้ายสิบห้าองศา ถ้าท่านปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาในมุมนั้น เกราะป้องกันของลานประลองจะสะท้อนความร้อนกลับเข้าหาตัวท่านเองนะคะ"
คำพูดที่ราวกับกำลังสั่งสอนอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทำให้เซเลสเตียหน้าถอดสีด้วยความโกรธกริ้ว "สามหาว! ตายซะเถอะ!"
มังกรเพลิงสีดำพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างของลูคัสในพริบตา ความร้อนแผดเผาจนหินปูนรอบลานประลองหลอมละลายกลายเป็นลาวาเหลว นักเรียนหลายคนกรีดร้องและปิดตาลงด้วยความหวาดกลัว เพราะคิดว่าเด็กหลังห้องคนนี้คงไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี
ทว่า... ร่างของลูคัสกลับเลือนหายไปราวกับภาพลวงตา
*ฟึบ!*
"อะไรกัน... ความเร็วบ้านั่นมันอะไร!" เซเลสเตียเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงไอความเย็นเยียบที่แตะอยู่บริเวณต้นคอของเธอ
ลูคัสปรากฏกายขึ้นด้านหลังตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครทันสังเกต นิ้วเรียวยาวของเขาแตะเบาๆ ที่จุดชีพจรเวทมนตร์บริเวณหัวไหล่ของเธอ ปลายนิ้วของเขามีประกายแสงสีฟ้าครามของธาตุน้ำและสายฟ้าอ่อนๆ วิ่งวนอยู่ ซึ่งเป็นจุดที่แม้แต่คณาจารย์ยังต้องใช้เวลาตรวจสอบนับนาที
"เวทมนตร์อัคคีทมิฬงดงามมากค่ะ แต่ถ้าปราศจากความเข้าใจในสมดุลของธาตุตรงกันข้าม มันก็เป็นเพียงแค่กองไฟที่รอวันเผาไหม้ตัวผู้ใช้เอง" เสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาข้างใบหูของเซเลสเตียทำเอาเธอนิ่งงอนค้างไปทันที ขยับตัวไม่ได้แม้แต่น้อย เนื่องจากจุดชีพจรมานาถูกควบคุมไว้ด้วยความแม่นยำระดับสมบูรณ์แบบ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่เซเลสเตียจะทันได้เอ่ยปากยอมแพ้หรือตวัดไม้เท้าโต้กลับ มิติอากาศเหนือลานประลองก็พลันบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง เสียงระฆังโบราณกังวานขึ้นสามครั้งซ้อนพร้อมกับค่ายกลเวทสีทองอร่ามที่แผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งสถาบัน
ธงประจำกองอัศวินหลวงแห่งอาณาจักรเวทมนตร์ ปักลายดาบไขว้กับกุญแจโบราณ ปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันสีขาวบริสุทธิ์ แรงกดดันระดับมหาเทพที่ทำให้ทุกคนต้องคุกเข่าลงโดยอัตโนมัติแผ่ซ่านเข้ามา
ร่างของสตรีสูงศักดิ์ในชุดเกราะเวทสีเงินประดับอัญมณีสีคราม ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคู่คมกวาดมองมาที่ลูคัสและเซเลสเตียที่ยังคงอยู่ในท่าประลอง
และสิ่งที่ทำให้หัวใจของลูคัสกระตุกวูบ คือเงาร่างของอาจารย์มาเรียที่ก้าวตามออกมาจากประตูมิติเดียวกัน พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่ซ่อนความลับอันตรายเอาไว้
"เจอตัวแล้ว... ผู้กอบกู้แห่งหอคอยต้องห้าม ลูคัส เจ้าต้องร่วมมือกับเราเปิดประตูผนึกชั้นที่เจ็ดเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้น มหันตภัยจากใต้พิภพจะกลืนกินทุกสิ่ง!"
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับลูคัสและอาจารย์มาเรียในตอนนี้นะคะ!
ท่านประธานครับ นักเรียนหลังห้องคนนี้เก่งเกินไปแล้ว•ตอนที่ 8
การท้าทายจากคุณหนูตระกูลใหญ่
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ นักเรียนหลังห้องคนนี้เก่งเกินไปแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!