ท่านประธานครับ นักเรียนหลังห้องคนนี้เก่งเกินไปแล้ว•ตอนที่ 9

กลยุทธ์เหนือชั้นของเด็กหลังห้อง

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
เสียงปรบมือเซ็งแซ่ในสนามประลองเวทมนตร์กลางแจ้งดังสะท้อนก้องไปถึงกำแพงหินศิลาแลงโบราณของสถาบันอคาเดมี่ พื้นสนามถูกเคลือบด้วยอาคมป้องกันแรงกระแทกถึงสามชั้น ทว่ารอยแตกร้าวเป็นทางยาวบริเวณมุมทิศใต้กลับเป็นเครื่องยืนยันอย่างดีว่าการปะทะเมื่อครู่ไม่ได้ออมมือเลยแม้แต่น้อย "เด็กหลังห้องคนนั้น... สติเพี้ยนไปแล้วหรือไร ถึงได้เลือกใช้วิธีนั้นแก้ทางเวทอัคคีขั้นสูงของเซบาสเตียน?" เสียงซุบซิบจากอัฒจันทร์ฝั่งขุนนางดังระงมขึ้นมาอีกครั้ง อาจารย์มาเรียซึ่งประทับอยู่ ณ ระเบียงหอคอยชมการแข่งขันชั้นบนสุด ยกถ้วยชาเซรามิกสีขาวขึ้นจิบรabเบาเพื่อซ่อนรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใสไม่ได้มองไปยังคู่ต่อสู้ที่กำลังหัวเสียจนหน้าดำหน้าแดง หากแต่จับจ้องไปยังร่างโปร่งของเด็กหนุ่มที่ยืนเอามือซุกกระเป๋าเสื้อคลุมอย่างไร้ความเร่งรีบ ณ เบื้องล่าง ลูคัสกวาดสายตามองละอองไอน้ำที่ระเหยขึ้นมาจากพื้นสนาม เซบาสเตียน ทายาทตระกูลดยุกผู้ครองธาตุไฟบริสุทธิ์ กำลังหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า เปลวเพลิงสีชาดที่ลุกโชนรอบกายสะท้อนลงบนดวงตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง "แก... แกใช้เล่ห์กลอะไร ลูคัส! ทำไมเวทพสุธาของฉันถึงกลายเป็นโคลนเหลวไร้แรงปะทะไปได้!" ลูคัสไม่ตอบทันที เขาเพียงแต่ขยับแว่นตาขอบทองเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าถอยหลังตามจังหวะคำนวณในใจอย่างแม่นยำ หากมองด้วยตาเปล่า นี่คือการต่อสู้ที่ไร้ความสมดุลอย่างสิ้นเชิง ระหว่างผู้ใช้เวทสายรุกแถวหน้ากับเด็กนักเรียนเกรดต่ำที่มักนอนหลับหลังห้อง ทว่าภายใต้โครงสร้าง World-building ของเวทมนตร์ธาตุทั้งสี่ที่ถูกบันทึกไว้ในตำราโบราณ ทุกธาตุไม่ได้ดำรงอยู่โดยปราศจากจุดอ่อน ดิน น้ำ ลม ไฟ ต่างคานอำนาจซึ่งกันและกันผ่านวัฏจักรแห่งการก่อกำเนิดและการทำลายล้าง ในวินาทีที่เซบาสเตียนระเบิดเพลิงอัคคีทลายสนาม ลูคัสไม่ได้ใช้เวทลมเพื่อพัดหนี หรือใช้เวทน้ำมาปะทะตรงๆ ตามตำรามาตรฐานที่อาจารย์สอนในห้องเรียน แต่เขาเลือกใช้ "ละอองไอความชื้นใต้ดิน" ที่สะสมตัวจากการรดน้ำสนามหญ้าเมื่อช่วงเช้า ผสานเข้ากับกระแสลมเบาบางที่พัดผ่านจากทิศเหนือ กลั่นกรองมันด้วยอักขระเวทไร้เสียงที่ปลายนิ้ว จนเกิดเป็น "ม่านหมอกความดันสูง" ที่ดูดซับและหักเหความร้อนทั้งหมดให้สูญเสียเสถียรภาพไปในชั่วพริบตา "เวทมนตร์ไม่ใช่การแสดงพละกำลังเพื่ออวดความยิ่งใหญ่หรอกนะครับ... เอ๊ย หมายถึง... มันคือการเข้าใจความสมดุลต่างหากล่ะครับ" ลูคัสเกือบเผลอหลุดสำนวนคุ้นเคยออกมา จึงรีบเปลี่ยนน้ำเสียงให้ราบเรียบสมกับเป็นเด็กหลังห้องผู้ไร้พิษภัย "นายใช้ไฟมากเกินไป จนลืมไปว่าอากาศรอบตัวมันแห้งผากแค่ไหน... ความแห้งแล้งนั้นแหละที่ทำให้เวทของนายพังทลายลงด้วยตัวมันเอง" "สามหีน!" เซบาสเตียนคำรามลั่น ขยับมือรัวร่ายเวทบทใหม่ วงเวทสีแดงฉานขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเบื้องหน้า บรรยากาศรอบสนามเริ่มบิดเบี้ยวจากความร้อนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้ชมแถวหน้าต้องรีบกางบาตรป้องกันกันอลหม่าน นี่ไม่ใช่การประลองในชั้นเรียนปกติอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการเดิมพันด้วยศักดิ์ศรีของตระกูลขุนนาง บนหอคอยสูง มาเรียวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังชัดเจนในความเงียบงันของห้องทำงาน เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ "เด็กคนนี้นับวันยิ่งแสดงด้านที่น่าสนใจออกมามากขึ้นเรื่อยๆ เสียแล้ว... การคำนวณความหนาแน่นของธาตุลมและไอน้ำในเสี้ยววินาทีแบบนั้น ต่อให้เป็นนักเวทหลวงขั้นสามก็ใช่ว่าจะทำได้อย่างไร้ที่ติ" ในสนาม ลูคัสหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏบนมุมปากหายไปแทนที่ด้วยความจริงจัง เมื่อธาตุไฟขั้นสูงสุดกำลังพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูงเกินกว่าจะหลบพ้นด้วยฝ่าเท้าเปล่าๆ ลูคัสกลับไม่ได้ถอยหนี เขากลับก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ฝ่ามือขวาสัมผัสลงบนพื้นสนามหญ้าที่แห้งกรกระด้าง ระบบวิเคราะห์อัจฉริยะภายในจิตสำนึกของเขา ส่งเสียงแจ้งเตือนรัวเร็ว: [ ตรวจพบการถ่าย 3 พลังงานธาตุพร้อมกัน: ดิน น้ำ ลม ] [ คำเตือน: เสี่ยงต่อการสูญเสียเสถียรภาพทางจิตวิญญาณ ] [ เปิดใช้โหมดประสานธาตุเฉพาะกิจ: "วัฏจักรหมุนวน" ] พรึบ! สิ้นเสียงคำรามในใจ แผ่นดินใต้เท้าของลูคัสก็เกิดการสั่นสะเทือนระลอกเล็กๆ แต่มันไม่ใช่แผ่นดินไหวทำลายล้าง หากแต่เป็นแรงดึงดูดสนามแม่เหล็กเวทที่ดึงเอาละอองธาตุดินและลมเข้ามารวมกันเป็นเกราะวงกลมโปร่งใส ลมหมุนวนห่อหุ้มด้วยแผ่นดินบางเบาราวกับไข่มุกปกป้องร่างของเขาไว้ภายใน ตูมมมมม! เปลวเพลิงสีชาดพุ่งเข้าปะทะกับม่านพลังงานจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว คลื่นกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งสนาม ผู้ชมต่างลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตะลึง บางคนถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าใจกลางเพลิงอัคคีนั้น ร่างของลูคัสยังคงยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคง ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนบนเสื้อผ้า ควันจางลงเผยให้เห็นสภาพสนามที่เป็นหลุมลึก แต่ลูคัสกลับยืนอยู่ตรงใจกลางหลุมนั้นโดยที่มือยังคงซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุมเช่นเดิม เซบาสเตียนทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น พลังเวทในThe coreของเขากลวงโบ๋จากการใช้มานาเกินขีดจำกัด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว "เป็นไปไม่ได้... แกเป็นแค่... เด็กหลังห้องที่ไม่มีใครสนใจ..." ลูคัสก้าวเข้าไปใกล้ ชโงกหน้ามองคู่ต่อสู้ที่หมดสภาพด้วยแว่นตาที่เอียงเล็กน้อย เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "บางครั้ง การนั่งอยู่หลังห้องก็ทำให้เรามองเห็นภาพรวมของกระดานทั้งหมดได้ดีกว่าคนที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดนะ... เซบาสเตียน" เสียงประกาศผลการประลองดังขึ้นจากกรรมการกลางสนาม ท่ามกลางความเงียบงันช็อกโลกของเหล่านักเรียนและคณาจารย์ แต่ทว่า ในวินาทีที่ลูคัสกำลังจะหันหลังเดินกลับเข้าแถว ท้องฟ้าเหนือสถาบันเวทมนตร์กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มอย่างไร้สาเหตุ เมฆหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นเหนือหอคอยต้องห้าม พร้อมกับเสียงก้องกังวานลึกลับที่ดังสะท้อนเข้ามาในจิตใจของทุกคน—ไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่เป็นเสียงที่ดังขึ้นจากใต้ดินลึก [ ตรวจพบการปลุกสภาวะหลับใหลของคัมภีร์บรรพกาลระดับ SSS ] [ ระบบภารกิจลับ: "ผู้ถือครองธาตุที่ห้า" เริ่มต้นนับถอยหลัง ] [ คำเตือนจากอาจารย์มาเรีย: "ลูคัส... อย่าหันหลังกลับไปมองเด็ดขาด!" ] ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับลูคัสและอาจารย์มาเรียในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ นักเรียนหลังห้องคนนี้เก่งเกินไปแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%