เศษเสี้ยวละอองแสงสีครามที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบของดันเจี้ยนชั้นใต้ดิน ไม่ใช่ร่องรอยเวทมนตร์ทั่วไปที่เด็กนักเรียนปีหนึ่งจะสามารถสร้างขึ้นมาได้—นี่คือสิ่งที่อาจารย์มาเรียกำลังคิดทบทวนซ้ำไปซ้ำมา ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวของนางแตะสัมผัสกับรอยไหม้รูปวงกลมบนผนังศิลา
กลิ่นอายของธาตุทั้งสี่ที่ผสมผสานกันอย่างแนบเนียนจนแทบแยกไม่ออก ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังราวกับร่องรอยของภูตจิ๋วที่ซุกซน แต่นางรู้ดี... ไม่มีภูตตนใดในตำนานบทไหนที่จะควบคุมสมดุลพลังงานดิบได้ประณีตและไร้รอยต่อเท่านี้
"ร่องรอยการหมุนวนของธาตุลมที่ถูกกดทับด้วยความหนาแน่นของธาตุดิน... ตามด้วยประกายความร้อนจากธาตุไฟที่ละลายหินผาในชั่วพริบตา ก่อนจะถูกดับชนวนด้วยความเย็นยะเยือกของธาตุน้ำจนกลายเป็นผลึกแก้วใสขนาดจิ๋วเหล่านี้"
มาเรียพึมพำกับความว่างเปล่า ดวงตาสีกุหลาบหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด
นี่ไม่ใช่ฝีมือของจอมเวทฝึกหัดระดับสูงจากหอคอยใหญ่ และยิ่งไม่ใช่ความบังเอิญอย่างแน่นอน เพราะโครงสร้างการเรียงตัวของมานากลุ่มนี้ มี "ลายเซ็น" อันเป็นเอกลักษณ์บางอย่างซ่อนอยู่—ลายเซ็นที่นางคุ้นเคยอย่างประหลาด จากเด็กหนุ่มผู้มักจะนั่งหลับหลังห้องและครอบครองผลการเรียนที่อยู่ในระดับ "น่าผิดหวังอย่างสมบูรณ์แบบ"
ตึง!
เสียงฝีเท้าเบาๆ ที่ดังสะท้อนมาจากทางเดินหินอับชื้นทำให้มาเรียต้องดึงสติกลับมา นางสะบัดข้อมือเบาๆ เพื่อลบเลือนร่องรอยทั้งหมดให้หายวับไปกับตา ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น
ลูคัสก้าวออกมาจากมุมมืดของเสาหินอัคคี เขายังคงสวมชุดนักเรียนเวทมนตร์เนื้อผ้าเรียบๆ ที่ดูหลวมโคร่งเล็กน้อย ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเซื่องซึมตามแบบฉบับเดิม ทว่าดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับประกายไหววูบราวกับท้องฟ้ายามราตรีที่มีหมู่ดาวซ่อนอยู่
"ตายจริง ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เด็กหลังห้องผู้รักการนอนเป็นชีวิตจิตใจอย่างเธอ มาทำอะไรแถวหอคอยต้องห้ามโซนดันเจี้ยนส่วนลึกแห่งนี้หรือคะ ลูคัส"
มาเรียเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์กลับหนักแน่นและกดดัน ราวกับกำลังใช้สายตาของนักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่อในกรง
ลูคัสกะพริบตาปริบๆ ท่าทางเก้ๆ กังๆ ของเขาดูสมจริงเสียจนถ้าหากนางไม่ใช่ผู้ดูแลหอคอยมานานนับร้อยปี นางคงหลงเชื่อไปแล้วว่าเด็กหนุ่มคนนี้เพียงแค่เดินหลงทางมา
"อาจารย์มาเรีย... เอ่อ คือว่า ผมแค่... เดินละเมอครับ" ลูคัสเกาหัวแกรกๆ น้ำเสียงเจือความประหม่าอย่างเห็นได้ชัด "พอดีช่วงนี้ผมนอนไม่ค่อยหลับเพราะเครียดเรื่องวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ ก็เลยกะว่าจะออกมาเดินรับลมเย็นๆ แถวนี้ แต่ไม่รู้ทำไมเดินไปเดินมา ถึงได้หลุดมาโผล่ตรงนี้ได้ล่ะครับ"
*เดินละเมอผ่านค่ายกลป้องกันระดับห้า และก้าวผ่านม่านพลังเวทที่ต้องใช้กุญแจตราประทับของสภาอาจารย์งั้นหรือ?*
มาเรียแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางก้าวเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มทีละก้าวอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรป่าและกระดาษเก่าที่ติดตัวลูคัสลอยเข้าจมูก แต่นางกลับได้กลิ่นที่เด่นชัดกว่า... กลิ่นอายของมานาธาตุไฟบริสุทธิ์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนปลายปกเสื้อของเขา
"เดินละเมอเก่งเสียจริงนะคะ..." มาเรียโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนเส้นผมสีเงินยววงของนางเกือบจะสัมผัสกับไหล่ของเขา ดวงตาสีกุหลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลราวกับต้องการค้นหาความลับทั้งหมดที่ถูกปิดตายไว้เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น "รู้ไหมคะว่าเขตแดนตรงนี้ ถ้าไม่ใช่ผู้ที่มีระดับพลังเวทสูงส่งพอกับข้า ก็ไม่มีทางผ่านรอยต่อมิติเข้ามาได้... หรือว่าที่จริงแล้ว ผลการทดสอบพลังธาตุเมื่อสัปดาห์ก่อน มันจะมีอะไรบางอย่าง 'ผิดพลาด' ทางเทคนิคกันแน่นะ?"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง อุณหภูมิในดันเจี้ยนลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ลูคัสไม่ได้ถอยหนี เขายังคงยืนนิ่งรับแรงกดดันจากอาจารย์สาวผู้ทรงอำนาจด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
ในโลกของเวทมนตร์ธาตุ การซ่อนพลังคือการปกป้องตนเองจากสายตาที่จ้องจะเอาเปรียบ แต่การถูกจับตามองโดยผู้หญิงที่ฉลาดเป็นกรดอย่างมาเรีย หมายความว่าความสมดุลที่เขาพยายามรักษากำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า
"อาจารย์ก็พูดเกินไปครับ ผมเป็นแค่เด็กหลังห้องธรรมดาๆ คนหนึ่ง จะไปมีปาฏิหาริย์อะไรแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะครับ" ลูคัสตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแววตาที่สบตากับนางกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย "ถ้าอาจารย์ไม่เชื่อ ลองตรวจสอบมานาในตัวผมตอนนี้ดูสิครับ ไม่มีแม้แต่ประกายไฟหรอกนะ"
มาเรียหรี่ตาลง นางยื่นมือเรียวออกไปหมายจะแตะชีพจรที่ข้อมือของเขาเพื่อตรวจสอบแก่นมานาที่แท้จริง แต่ในเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วของนางกำลังจะสัมผัสโดนผิวหนังของเด็กหนุ่ม—
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนใสราวกังสดาลดังขึ้นในโสตประสาทของลูคัสอย่างกะทันหัน พร้อมกับตัวอักษรสีทองเรืองแสงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศในมุมมองเฉพาะตัวของเขา
[ตรวจพบความเสี่ยงระดับวิกฤต: ผู้ดูแลหอคอย "มาเรีย" กำลังเข้าถึงแก่นมานาแท้จริง]
[ระบบฉุกเฉินทำงาน: ทำการเปิดใช้งานโหมด "อำพรางขั้นสมบูรณ์แบบ (Absolute Masking)" ชั่วคราว]
[เงื่อนไขพิเศษ: เพื่อความปลอดภัยของโฮสต์ ทำการปลดล็อกความทรงจำส่วนย่อยของ "ผนึกโบราณชั้นที่ 4" เพื่อเบี่ยง Wเบี่ยงเบนความสนใจ]
ทันใดนั้น แสงสว่างวาบสีทองเจิดจ้าก็พุ่งทะยานออกจากร่างของลูคัสโดยไม่ทันตั้งตัว แรงปะทะของคลื่นพลังงานบริสุทธิ์ผลักให้มาเรียต้องถอยหลังไปสามก้าวอย่างเสียหลัก!
ดวงตาสีกุหลาบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรก นางมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เพราะสิ่งที่สะท้อนอยู่ในกระจกตาของนางตอนนี้ ไม่ใช่เด็กหนุ่มขี้เซาหลังห้องอีกต่อไป—แต่มันคือเงาร่างของมหาจอมเวทผู้ถือครองพลังธาตุทั้งสี่ที่กำลังหลับใหลอยู่ใต้ก้นบึ้งของประวัติศาสตร์โรงเรียน!
"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น..." มาเรียอุทานออกมาเบาๆ ขณะที่ลูคัสทรรุดตัวลงเล็กน้อยราวกับคนหมดแรง แต่รอยยิ้มที่มุมปากของเขากลับเปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้มที่ลึกล้ำและทรงเสน่ห์เกินกว่าเด็กอายุสิบห้าปีจะ15ปีจะมีได้
ก่อนที่มาเรียจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยเวทมนตร์ทั่วทั้งหอคอยต้องห้ามก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างเงาดำปริศนาจำนวนมากที่พุ่งทะยานเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสองคนจากทุกทิศทุกทาง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความลับที่ค่อยๆ เผยออกมาในตอนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ท่านประธานครับ นักเรียนหลังห้องคนนี้เก่งเกินไปแล้ว•ตอนที่ 6
สายตาจับผิดของท่านอาจารย์
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ นักเรียนหลังห้องคนนี้เก่งเกินไปแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!