กลิ่นไหม้ของฉนวนเวทมนตร์และละอองเรืองแสงสีม่วงเข้มที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในลานประลองกลางแจ้ง ทำให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ เสียงฝีเท้าของสัตว์อสูรเงาเกราะเหล็กระดับสามที่คำรามก้องอยู่ในม่านพลังบาตรป้องกันสะท้อนสะเทือนไปถึงแก้วหูของเหล่านักเรียนชั้นปีที่สองที่กำลังเบียดเสียดกันอยู่ริมอัฒจันทร์
ลูคัสยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าของกลุ่มเพื่อนร่วมห้องที่กำลังตัวสั่นเทา ดวงตาสีรัตติกาลของเด็กหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ขณะที่สมองของเขาคำนวณอัตราการเสื่อมสลายของอักขระควบคุมอสูรที่อาจารย์ผู้ดูแลลืมปลดล็อกอย่างรวดเร็ว—นี่ไม่ใช่บททดสอบภาคปฏิบัติธรรมดา แต่มันคือความผิดพลาดทางระบบกลไกเวทมนตร์ระดับวิกฤตที่ปล่อยให้สัตว์อสูรคลุ้มคลั่งหลุดรอดออกมานอกเขตกักกัน
"ลูคัส! ถอยออกมาเร็uเข้า! อักขระตรงเสานั้นกำลังจะแตกแล้ว!" เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของเอลิซาเบธดังแทรกเสียงคำรามของอสูรเงา เธอพยายามจะร่ายเวทมนตร์กำแพงวารีเข้าช่วยเหลือ แต่แรงดันเวทระดับต่ำของเธอกลับละลายหายไปในพริบตาเมื่อสัมผัสกับไอหมอกความมืดรอบตัวมัน
เด็กหนุ่มไม่ได้ขยับเขยื้อนตามคำเตือน ร่างโปร่งในชุดเครื่องแบบนักเรียนเวทมนตร์ปักตราสัญลักษณ์ธาตุผสมขยับเพียงเล็กน้อยเพื่อบังร่างของเพื่อนสนิทสองคนที่ล้มลงจนมุมมุมอัฒจันทร์ สายตาคมกริบกวาดมองวงจรเวทที่แตกแขนงอยู่บนพื้นหินแกรนิต ลูคัสรู้ดีว่าหากแจ้งอาจารย์คุมสอบตอนนี้ กว่าหน่วยสนับสนุนจากหอคอยเวทมนตร์จะมาถึง นักเรียนกลุ่มนี้คงกลายเป็นเหยื่อของเขี้ยวอสูรไปเสียก่อนแล้ว
"ถ้าฉันถอย... ใครจะช่วยพวกเธอเก็บกวาดความซุ่มซ่ามของระบบโรงเรียนนี้ล่ะคะเนี่ย"
เสียงพึมพำเรียบเรื่อยที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของเด็กหลังห้องไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันเต็มไปด้วยความระอาใจเจือรอยยิ้มมุมปากที่ฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด ลูคัสล้วงมือข้างหนึ่งเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุม สัมผัสกับแผ่นศิลาจารึกอักขระโบราณที่อาจารย์มาเรียแอบยัดใส่มือไว้เมื่อตอนพักเที่ยง—*‘หากยามวิกฤต จงใช้มันเพื่อเปิดทาง... แต่จ้าวจงระวัง อย่าให้ใครเห็นรากเหง้าที่แท้จริงของธาตุ’*
ตู้ม!
อสูรเงาเกราะเหล็กสะบัดหางฟาดเข้าใส่บาตรป้องกันจนเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ เศษหินและประกายไฟจากการปะทะกระจายว่อนทั่วทิศทาง แรงลมมหาศาลซัดจนผมสีดำสนิทของลูคัสปลิวสยาย แววตาของเขาเปลี่ยนจากความขี้เล่นเป็นความจริงจังในเสี้ยววินาที
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น และเกราะป้องกันสุดท้ายกำลังจะพังทลายลง ลูคัสจึงตัดสินใจปลดผนึกสติปัญญาและพลังงานที่ซ่อนเร้นไว้ลึกที่สุดในห้วงจิตวิญญาณ
เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ปล่อยให้กระแสมานาบริสุทธิ์ไหลเวียนผ่านเส้นชีพจรเวททั้งสี่สายในร่างกายอย่างเป็นระบบ ธาตุดิน น้ำ ลม และไฟ ที่ปกติจะถูกกดทับไว้ด้วยกลไกการจำกัดพลังของนักเรียนชั้นปีต้น บัดนี้เริ่มตื่นตัวและหลอมรวมกันภายใต้การควบคุมอันแม่นยำราitheนาฬิกาจักรกลชั้นยอด
"ถ้าจะแสดงให้สมบทบาทเด็กหลังห้องผู้โชคดี... อย่างน้อยก็ต้องทำให้เนียนที่สุดสินะคะ"
ลูคัสก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พร้อมกับที่ฝ่ามือขวาถูกยกขึ้นระดับอก แผ่นศิลาในกระเป๋าเสื้อเรืองแสงสีทองสว่างวาบก่อนจะสลายกลายเป็นละอองฝุ่น พลังงานความร้อนระอุพุ่งทะยานจากจุดศูนย์กลางฝ่ามือ ทว่าสิ่งที่ปรากฏออกมาหาใช่เปลวเพลิงสีแดงฉานธรรมดาไม่ แต่มันคือเปลวเพลิงสีฟ้าครามสว่างจ้าที่อัดแน่นด้วยความร้อนระอุระดับบรรลัยกัลป์—พลังธาตุไฟขั้นสูงสุดที่แม้แต่ศาสตราจารย์อาวุโสยังต้องใช้เวลาฝึกฝนเป็นสิบๆ ปี!
พรึบ! เสียงอากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นความหนาแน่นสูง เปลวเพลิงสีฟ้าสว่างวาบราวกับดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ ถูกอัญเชิญมาไว้กลางลานประลอง ความร้อนแผดเผาจนพื้นหินแกรนิตใต้ฝ่าเท้าเริ่มหลอมละลายกลายเป็นลาวาเหลวหนืดในพริบตาเดียว
อสูรเงาเกราะเหล็กที่พุ่งเข้ามาหมายจะตะปบเหยื่อ ชะงักกึกทันที สัญชาตญาณดิบของมันกรีดร้องเตือนภัยถึงอันตรายถึงชีวิต ดวงตาสีดงเพลิงของอสูรเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว มันพยายามจะถอยร่นหนี แต่ทว่าสายลมรอบตัวถูกลูคัสควบคุมให้หมุนวนปิดกั้นทุกเส้นทางหนีทีไล่ไว้หมดสิ้นแล้ว
"ระ... ร้อน! นั่นมันไฟอะไรกันทำไมถึงเป็นสีฟ้าล่ะ!" เอลิซาเบธเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนลืมความกลัว เธอและเพื่อนๆ ต่างอ้าปากค้าง มองภาพเด็กหนุ่มที่พวก1เขาเคยมองว่าเป็นเพียง "ตัวถ่วงการบ้านประจำกลุ่ม" ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิงศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ได้รับอันตรายแม้แต่น้อย
ลูคัสกวาดสายตาคมกริบมองเป้าหมาย เขาไม่ได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา—ตามคำเตือนของมาเรีย การใช้พลังธาตุไฟเพียงครึ่งเดียวก็เพียงพอที่จะหลอมละลายโครงสร้างเวทมืดของอสูรตัวนี้ให้สลายกลายเป็นไอโดยไม่ทิ้งหลักฐานเรื่องความสมบูรณ์ของธาตุทั้งสี่
นิ้วเรียวยาวดีดเข้าหากันเบาๆ กลางอากาศ
เปรี้ยง!
คลื่นเปลวเพลิงสีฟ้าพุ่งทะยานออกไปเป็นรูปมังกรเพลิงคำรามก้อง มันพุ่งทะลุผ่านเกราะเหล็กหนาเตอะของอสูรเงาในชั่วพริบตา ความร้อนมหาศาลไม่ได้ทำลายล้างแค่ตัวอสูร แต่ยังเผาผลาญไอหมอกความมืดรอบบริเวณให้สลายหายไปอย่างไร้ร่องรื่น กลิ่นอายความกดดันที่ปกคลุมโรงเรียนเวทมนตร์มาตลอดทั้งวันมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงละอองแสงสีฟ้าอ่อนที่ล่องลอยระยิบระยับราวกับหิ่งห้อยในยามค่ำคืน
ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วทั้งลานประลอง ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่คนเดียว ทุกสายตาจับจ้องไปที่แผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่กำลังลดมือลงช้าๆ ลมหายใจของทุกคนสะดุดกักไว้ที่ลำคอเมื่อตระหนักได้ว่า เหตุการณ์เมื่อครู่นี้ไม่ใช่ปาฏิหาริย์จากความบังเอิญ แต่มันคือการควบคุมพลังเวทที่เหนือชั้นระดับที่สั่นคลอนรากฐานของสถาบันได้เลยทีเดียว
ลูคัสพรูลมหายใจออกยาวเพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกายให้เข้าที่ เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อเบาๆ ทำราวกับว่าเมื่อครู่เขาแค่เพิ่งจัดการกับแมลงตัวเล็กๆ ไม่ใช่การทำลายอสูรระดับสามด้วยธาตุไฟบรรลัยกัลป์
"57 เปอร์เซ็นต์... ควบคุมได้ไม่เลวเลยนี่คะ" ลูคัสพึมพำกับตัวเองเบาๆ ในใจ ขณะที่ระบบแจ้งเตือนภารกิจในจิตใต้สำนึกเริ่มส่งเสียงเตือนถี่รัว
[ติ๊ง! ตรวจพบการปลดปล่อยพลังงานธาตุไฟบรรลัยกัลป์ เกินขีดจำกัดนักเรียนชั้นปีที่ 2]
[ระบบทำการประเมินสถานะใหม่... ระดับความอันตราย: SSS]
[คำเตือนจากหอคอยต้องห้าม: มีผู้กำลังเฝ้าสังเกตการณ์การกระทำของคุณจากระยะไกล และบุคคลผู้นั้นกำลังมุ่งหน้ามายังลานประลองในอีก 3 นาทีข้างหน้า]
ดวงตาสีรัตติกาลของลูคัสหรี่ลงทันทีเมื่ออ่านข้อความแจ้งเตือนบรรทัดสุดท้าย เขารีบหันขวับไปมองยังทิศทางของระเบียงทางเดินบนหอคอยใหญ่ ที่ซึ่งเงาร่างของใครบางคนกำลังก้าวออกมาจากความมืดพร้อมกับรอยยิ้มที่แม้จะมองไม่ชัดเจนจากระยะไกล แต่กลับทำให้สันหลังของเขาเย็นวาบ
ร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นอาจารย์มาเรีย ที่ยืนกอดอกพิงเสาหินด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแววตาภายใต้กรอบแว่นทรง The Lenses กลับเป็นประกายลุกวาวด้วยความพึงพอใจระคนท้าทาย และก่อนที่ลูคัสจะทันได้ขยับตัวถอยหนี เสียงก้องกังวานของเธอก็สะท้อนผ่านกระแสจิตตรงมายังโสตประสาทของเขาโดยตรง—
*"ทำได้ดีมากนี่คะ... เจ้าเด็กหลังห้อง แต่ดูเหมือนว่า 'ท่านผู้นำสูงสุดแห่งสภาเวทมนตร์' ที่แอบซุ่มดูอยู่บนหอคอยฝั่งตะวันออก จะไม่คิดว่านี่เป็นแค่เรื่องบังเอิญเสียแล้วล่ะนะ..."*
----------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางมากับลูคัสในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนะคะ!
แอสทริดธาตุมนต์
ท่านประธานครับ นักเรียนหลังห้องคนนี้เก่งเกินไปแล้ว•ตอนที่ 16
พลังที่แท้จริงถูกปลดปล่อย
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ นักเรียนหลังห้องคนนี้เก่งเกินไปแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!