"หุ้นสี่สิบล้านโกลด์ของตระกูลคาร์ไลล์ถูกเทขายออกจนหมดเกลี้ยงในเวลาเพียงสามนาที… เอวาลินน์คะ คุณคิดจริงๆ หรือว่าเกมตบหน้าเด็กอมมือในตลาดหุ้นวันนี้ จะทำให้คุณรอดพ้นจากเงื้อมมือของคนที่กุมเส้นเลือดใหญ่ของจักรวรรดิแห่งนี้ได้?"
เสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กรีดแทรกผ่านเครื่องส่งสัญญาณเสียงส่วนตัว ไม่เพียงแต่สะท้อนก้องในห้องทำงานหรูหราสไตล์นีโอคลาสสิก หากแต่มันยังมาพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลจากบรรยากาศรอบตัวที่อุณหภูมิลดฮวบลงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง เอวาลินน์ คาร์ไลล์ ไม่ได้แม้แต่จะกะพริบตา เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีชาด นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือลูกไม้สีดำสนิทเคาะเบาๆ ลงบนแฟ้มเอกสารลับที่ระบุตัวเลขมูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่งถูกโยกย้าย
บนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า ตัวเลขสีแดงฉานกำลังกระพริบเตือนถึงการสูญเสียมูลค่าตลาดชั่วขณะ แต่ทว่าริมฝีปากอิ่มสีชาดกลับยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันอันเป็นเอกลักษณ์
"การเทขายสี่สิบล้านโกลด์ในตลาดมืด เพื่อแลกกับการเปิดเผยเส้นทางการเงินที่ซุกซ่อนไว้ในบัญชีลับของท่านดยุก... เป็นกลยุทธ์ที่สิ้นคิดเสียจนฉันเกือบจะรู้สึกสงสาร" เสียงหวานใสทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนเอ่ยตอบกลับไปอย่างไม่สะทกสะท้าน "ท่านลอร์ดวาล็อตต์ ผู้บงการที่หลบอยู่หลังม่านเงามาตลอดหลายปี คิดจริงๆ หรือคะว่าอำนาจเงินตราปลอมๆ ที่ท่านกอบโกยมาจากการรีดไถประชาชน จะมีค่าพอกลบเกลื่อนรอยร้าวบนบัลลังก์ที่กำลังจะถล่มลงมาทับตัวท่านเอง"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ ปลายสายฝั่งนั้นสะดุดไปเล็กน้อยกับความเยือกเย็นที่เกินกว่าเด็กสาววัยเดียวกันจะพึงมี สำหรับเอวาลินน์แล้ว การเผชิญหน้ากับศัตรูหมายเลขหนึ่งของตระกูลไม่ใช่เรื่องน่าหวาดกลัว หากแต่มันคือช่วงเวลาที่เธอรอคอยมานาน—ช่วงเวลาที่จะได้กระชากหน้ากากของคนที่เคยเหยียบย่ำครอบครัวเธอให้ลงมาคุกเข่าอ้อนวอน
"ปากกล้าดีนี่… แต่หวังว่าเมื่อถึงงานเลี้ยงเต้นรำประจำฤดูหนาวคืนนี้ เธอจะยังมีลมหายใจมาพูดจาอวดดีต่อหน้าฉันได้นะ เอวาลินน์" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยจิตสังหารเอotปนคำขู่ก่อนที่สัญญาณจะตัดขาดไปพร้อมกับเสียงบี๊บยาว
เพล้ง!
แก้วคริスタルราคาแพงในมือของเซดริก เวสเทิร์น ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้องมาโดยตลอด ถูกบดขยี้จนแตกละเอียดคามือ เศษแก้วคมกริบบาดลึกจนหยดเลือดสีแดงเข้มรินไหลลงสู่พรมเปอร์เซียราคาแพง แต่ชายหนุ่มกลับไม่แสดงความเจ็บปวดออกมาแม้แต่น้อย นัยน์ตาสคมกริบคู่นั้นทอประกายแสงสีทองวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"ปล่อยให้มันเหิมเก่งไปก่อนเถอะค่ะ เซดริก" เอวาลินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดราตรีผ้าไหมสีมรกตเข้ารูปขับเน้นสัดส่วนสง่างามและทรงอำนาจ เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่คิดและเงาตามตัว มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดมาซับรอยเลือดบนฝ่ามือให้อย่างเบามือ "หมาที่เห่าเสียงดัง มักจะไม่ค่อยมีพิษสงอะไรหรอกค่ะ สิ่งที่เราต้องทำในคืนนี้ คือการทำให้มันรู้ว่า... ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของเงินตราที่แท้จริงในอาณาจักรนี้"
เซดริกมองดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวและมั่นใจ ความโกรธในอกมลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความลุ่มหลงและภักดีอย่างที่สุด เขากุมมือเรียวนั้นไว้แนบแก้ม น้ำเสียงทุ้มต่ำเอמהลอดไรฟันอย่างอบอุ่นและทรงพลัง
"ต่อให้มันจะขนกองกำลังทั้งทวีปมาขวางคุณ ผมก็จะใช้ทรัพย์สินทั้งหมดของเวสเทิร์น กรุยทางให้คุณเหยียบย่างขึ้นสู่บัลลังก์อย่างสง่างามที่สุด... ไม่มีใครหน้าไหนทำร้ายคุณได้ทั้งนั้น เอวาลินน์"
คืนนั้น ณ คฤหาสน์หินอ่อนใจกลางมหานคร แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าคริスタルส่องกระทบชุดราตรีหรูหราของเหล่าชนชั้นสูง เสียงดนตรีบรรเลงคลอเคล้าไปกับการสนทนาอันจอมปลอม ทว่าทันทีที่บานประตูไม้สักทองแกะสลักถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง ทุกสายตาก็จับจ้องมาที่ผู้มาใหม่เป็นตาเดียว
เอวาลินน์ก้าวเข้ามาด้วยก้าวย่างมั่นคงดั่งราชสีห์ โดยมีเซดริกในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเดินเคียงข้างในฐานะผู้ติดตามผู้ทรงอิทธิพล รัศมีอันเย่อหยิ่งและเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจนผู้คนต้องหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ
ที่ปลายห้องโถง ท่านลอร์ดวาล็อตต์ยืนรออยู่พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย เขายกแก้วแชมเปญขึ้นจิบพลางก้าวเข้ามาหาด้วยท่าทางเหนือกว่า "นึกว่าจะไม่กล้ามาเสียแล้ว แม่ตัวร้ายตกอับ… รู้ไหมว่าเอกสารสิทธิ์ที่ดินทั้งหมดของตระกูลเธอ ตอนนี้อยู่ในมือฉันเรียบร้อยแล้ว เตรียมตัวไสหัวออกจากคฤหาสน์ตระกูลคาร์ไลล์ได้เลย"
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบห้อง เหล่าขุนนางที่เคยสอพลอต่างพากันถอยห่างด้วยความหวาดกลัว เพราะรู้ดีว่าการถูกลอร์ดวาล็อตต์หมายหัวหมายถึงจุดจบทางการเงิน
เอวาลินน์แย้มยิ้มบางเบາ รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้พิษ เธอยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้เซดริก
ชายหนุ่มหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิททำจากโลหะหายากไร้น้ำหนัก—บัตรอภิสิทธิ์สูงสุดที่ออกโดยธนาคารกลางจักรวรรดิ ซึ่งมีวงเงินไม่จำกัดและมีเพียงบุคคลระดับมหาเศรษฐีโลกสามคนเท่านั้นที่ถือครอง—ส่งให้เธอนิ่งๆ
เอวาลินน์รับบัตรใบนั้นมาถือไว้ ก่อนจะเสียบมันลงบนเครื่องอ่านข้อมูลไร้สายที่เชื่อมต่อกับระบบการเงินส่วนกลางของสภาขุนนาง ซึ่งฉายภาพขึ้นจอโฮโลแกรมกลางงานเลี้ยงให้ทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจน
"ท่านลอร์ดวาล็อตต์คะ... ท่านแน่ใจหรือคะว่าเอกสารสิทธิ์เหล่านั้นยังเป็นของท่าน?" เสียงหวานเอמהถามอย่างใจเย็น นิ้วเรียวกดปุ่มยืนยันการทำธุรกรรม
ติ๊ด! เสียงสัญญาณผ่านฉลุยดังขึ้นก้องห้องโถง
บนหน้าจอโฮโลแกรม ปรากฏตัวเลขมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลวาล็อตต์ที่ถูกโอนย้ายเข้าสู่บัญชีของ 'เอวาลินน์ คาร์ไลล์' แบบเรียลไทม์ จนตัวเลขเงินสดในบัญชีของอีกฝ่ายกลายเป็นศูนย์ในพริบตาเดียว!
สีหน้าของลอร์ดวาล็อตต์เปลี่ยนจากเย่อหยิ่งเป็นซีดเผือด สติหลุดลอยเมื่อตระหนักว่าทรัพย์สมบัติและอำนาจทั้งหมดของตนถูกซื้อขาดและกวาดล้างจนหมดสิ้นด้วยการรูดบัตรเพียงครั้งเดียว!
"เป็นไปไม่ได้! นี่มัน..." ลอร์ดวาล็อตต์ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นหินอ่อนอย่างหมดสภาพ ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของแขกเหรื่อทั้งงาน
เอวาลินน์ก้มลงมองศัตรูหมายเลขหนึ่งที่กำลังสั่นเทาอยู่เบื้องล่าง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนริมฝีปาก
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของท่านค่ะ... แต่ทว่า ความบันเทิงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น"
ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะประกาศชัยชนะเด็ดขาด เสียงปรบมือช้าๆ และน่าขนลุกก็ดังขึ้นจากมุมมืดหลังเสาหินทึบ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลปริศนาในชุดคลุมยาวสีดำสนิทที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเยือนในสถานที่แห่งนี้—บุคคลที่ถือครองกุญแจลับซึ่งสามารถทำลายล้างทุกสิ่งที่เอวาลินน์สร้างมาด้วยมือได้ในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป•ตอนที่ 22
ศัตรูหมายเลขหนึ่งปรากฏตัว
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!