"เซ็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดเสียสهمร... แล้วฉันจะไว้ชีวิตไอ้สุนัขรับใช้ข้างกายเธอ"
เสียงหัวسาะเยียบเย็นของดยุกโรเจอร์ ดังก้องกังวานไปทั่วห้องโถงหินอ่อนของตระกูลคาร์ไลล์ แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลสาดส่องกระทบใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภของเขา บนพื้นห้องเบื้องหน้า ดอกเตอร์เซดริก เวสเทิร์น ในคราบองครักษ์ผู้เงียบขรึมกำลังคุกเข่าอยู่ ร่างกายของเขามีร่องรอยบาดแผลจากการต่อสู้จนหยดเลือดสีแดงเข้มรินไหลลงสู่พื้นผิวสะท้อนแสง แต่ดวงตาสสีรัตติกาลคู่นั้นยังคงทอประกายคมกริบเย้ยหยันราวกับมองตัวตลกบนเวที
เอวาลินน์ คาร์ไลล์ ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้า หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสีดำสนิทราวกับมัจจุราชผู้สง่างาม รัศมีรอบตัวเธอกดดันจนผู้คุ้มกันของดยุกถึงกับต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน
ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะความโกรธเกรี้ยวที่กำลังแผดเผาอยู่ในอก
"คุณชายโรเจอร์ ท่านช่างกล้าดียังไง... ถึงบังอาจยื่นคำขาดกับเจ้าของที่แท้จริงของแผ่นดินนี้" เอวาลินน์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าเยือกเย็นเสียจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที
ดยุกโรเจอร์แค่นหัวเราะพรวด "เจ้าของที่แท้จริงงั้นรึ? เอวาลินน์ ลูกไก่ในกำมืออย่างเธอตอนนี้เหลืออะไรบ้างล่ะ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ถูกฉันกว้านซื้อจนหมด บัญชีธนาคารถูกอายัด ตระกูลคาร์ไลล์ของเธอตอนนี้ก็แค่ศาลาผีสิงรอวันรื้อถอน! ถ้าไม่อยากให้ไอ้สุนัขรับใช้คนนี้หัวหลุดจากบ่า ก็รีบจดปากกาลงบนสัญญาโอนทรัพย์สินร้อยเปอร์เซ็นต์ซะ!"
สายตาของโรเจอร์เหลือบมองเซดริกด้วยความเหยียดหยาม ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจลึกลับที่คนทั้งเมืองคิดว่าเป็นแค่ "คนสนิทตกอับ" ของเอวาลินน์ ไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อหยาบขององครักษ์ผู้นี้ คือมหาเศรษฐีผู้สามารถซื้อเกาะทั้งเกาะได้ด้วยเงินเพียงเศษเสี้ยว
แต่ในตอนนี้... เพื่อไม่ให้ตัวตนที่แท้จริงของเซดริกถูกเปิดเผยและทำลายแผนการใหญ่ในการลากคอพวกกบฏเข้าสู่คุกมืด เอวาลินน์จึงต้องเป็นผู้เล่นเดินเกมนี้ด้วยตัวเอง
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก Scent ของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบดำและกฤษณาจางๆ ลอยอบอวลในอากาศ เธอก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้โอ๊กโบราณ ดึงปากกาหมึกซึมด้ามหรูประดับเพชรออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุม
"คุณหนูครับ... อย่าทำแบบนั้น" เสียงทุ้มต่ำของเซดริกดังขึ้นเป็นครั้งแรก ดวงตาคมกริบมองมาที่เธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ทั้งห่วงใย ทั้งดุดัน และแฝงไปด้วยอำนาจมืดที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ หากเขาขยับนิ้วเพียงนิดเดียว กองกำลังทหารรับจ้างนอกกฎหมายนับร้อยชีวิตของดยุกโรเจอร์คงกลายเป็นจุลไปในพริบตา
"เงียบซะ เซดริก" เอวาลินน์ปรายตามองเขาด้วยแววตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง *'เชื่อฉันนะ... เกมนี้ฉันเป็นคนคุม'*
เธอกลับมาเผชิญหน้ากับดยุกโรเจอร์อีกครั้ง มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับทำให้สันหลังของดยุกเยือกเย็นวาบอย่างไร้สาเหตุ
"ท่านอยากได้ตระกูลคาร์ไลล์นักใช่ไหมคะ... ท่านอยากได้ทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อเอาไปประเคนให้ราชสำนักเพื่อแลกกับบรรดาศักดิ์ปลอมๆ นั่นสินะ" เอวาลินน์กวาดตามองเอกสารสัญญาในมือโรเจอร์ "ตกลงค่ะ... ดิฉันยอมเซ็นสละทรัพย์สินทุกบาททุกสตางค์ของตระกูล เพื่อแลกกับอิสรภาพของเซดริก"
จรดปลายปากกาลงบนกระดาษ—เสียงขีดเขียนดัง *แกร็ก* แผ่วเบา แต่ทรงพลังราวกับเสียงระฆังแห่งความพินาศที่ดังขึ้น
ดยุกโรเจอร์อ้าปากค้างด้วยความสะใจ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโลภ "ฮ่าๆๆๆ! โง่เง่าสิ้นดี! ผู้หญิงก็คือผู้หญิง เอาอนาคตทั้งชีวิตมาทิ้งเพราะผู้ชายคนเดียว! ส่งสัญญามาให้ฉัน!"
มือหนาตะครุบแผ่นกระดาษขึ้นมาดูด้วยความดีใจเนื้อเต้น ลายเซ็นของเอวาลินน์ คาร์ไลล์ ปรากฏเด่นชัดตามกฎหมายทุกประการ ทรัพย์สิน ที่ดิน หุ้น และกิจการในเครือถูกโอนถ่ายสิทธิ์มายังชื่อของเขาอย่างไร้ข้อกังขา
"เยี่ยม! เยี่ยมมาก! ตอนนี้เธอเนื้อตัวเปล่าเปลืองแล้ว เอวาลินน์! ไสหัวออกไปจากคฤหาสน์ของฉันได้แล้ว!" ดยุกโรเจอร์หัวร่อต่อกระซิกด้วยความลำพองใจ สั่งให้ทหารยามเข้ามาลากตัวทั้งสองคนออกไป
เอวาลินน์ไม่ได้ขัดขืน เธอย่อตัวลงพยุงเซดริกให้ลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มขยับตัวเข้ามาใกล้ ใบหน้าคมคายโน้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้งจนหัวใจเธอเต้นระส่ำ
"เล่นสนุกพอหรือยังครับ... ราชinีของผม"
เอวาลินน์ยกยิ้มมุมปาก ดวงตาสีไพลินทอประกายระยับราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด เธอกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคม
"ยังหค่ะ... ละครฉากใหญ่เพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก"
ขณะที่ทั้งสองกำลังก้าวเดินหันหลังให้ประตูคฤหาสน์ ทันใดนั้น... เสียงสัญญาณเตือนภัยดิจิทัลระดับฉุกเฉินก็ดังลั่นสนั่นหวั่นไหว *ตี๊ด! ตี๊ด! ตี๊ด!*
หน้าจอโทรศัพท์มือถือของดยุกโรเจอร์และเหล่าสมุนในห้องโถงพร้อมใจกันสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง ข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานเด้งขึ้นมาพร้อมกันนับร้อยรายการ
ดยุกโรเจอร์ขมวดคิ้วด้วยความฉุนเฉียว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอแสดงผลระบบการเงินระดับโลกที่ประกาศกร้าว:
*[แจ้งเตือนด่วน: หุ้นทั้งหมดของตระกูลโรเจอร์ถูกเทขายอย่างหนักในเวลาเดียวกันโดยกลุ่มทุนนิรนาม "V-Capital" มูลค่าความเสียหายทะลุแสนล้านภายในสามวินาที... และบัญชีธนาคารกลางของท่าน ถูกอายัดโดยคำสั่งศาลสูงสุดเนื่องจากพบหลักฐานการฟอกเงินระดับชาติ!]*
ใบหน้าที่เคยเปื้อนยิ้มด้วยความลำพองใจของดยุกโรเจอร์ซีดเผือดลงทันที สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนกจนแทบเสียสติ เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยคู่ดังกระหน่ำมาจากนอกประตู พร้อมกับเสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวนับสิบลำที่บินมาล้อมรอบคฤหาสน์เอาไว้ทุกด้าน!
ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของชายผู้กุมอำนาจการเงินของครึ่งค่อนโลกก้าวเข้ามา พร้อมกับทนายความประจำตระกูลที่ถือแฟ้มเอกสารคดีอาญาชิ้นโต
และก่อนที่ดยุกโรเจอร์จะทันได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิต เซดริก เวสเทิร์น ก็ปรายตามองเขาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ พร้อมกับเสียงกระซิบอันทรงพลังที่สั่นประสาทคนฟังจนแทบสิ้นสติ—
"น่าเสียดายนะท่านดยุก... สัญญาที่คุณเพิ่งเซ็นรับโอนมาเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่ทรัพย์สินของตระกูลคาร์ไลล์..."
เซดริกหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคปิดตายที่ทำให้วิญญาณของโรเจอร์แทบหลุดออกจากร่าง
"แต่มันคือ 'หนี้สินมหาศาล' มูลค่าสאนล้านที่บริษัทเชลล์คอมpany ของผมเพิ่งโอนถ่ายให้คุณรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว... ต้อนรับสู่การล้มละลายอย่างเป็นทางการครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป•ตอนที่ 23
เดิมพันด้วยบัลลังก์
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!