"ฉันเตือนคุณแล้วว่าเกมนี้น่ะ... เดิมพันด้วยกระดูกสันหลัง ไม่ใช่แค่เศษกระดาษทิชชูที่พวกคุณใช้เช็ดคราบความโลภ"
เสียงหัวเราะเยียบเย็นของเอวาลินน์ คาร์ไลล์ ดังสะท้อนก้องห้องโถงหินอ่อนของตระกูลดยุคแบล็กวูด ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสยาวสีดำสนิทราวกับมัจจุราชจำแลงก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะเจรจา ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนเอกสารสัญญาควบรวมกิจการด้วยจังหวะที่แม่นยำราauf เมترอนอม ความกดอากาศในห้องลดฮวบลงจนพวกขุนนางเฒ่าที่เคยลอยหน้าลอยตาดูถูกเธอในอดีต ถึงกับต้องกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ใบหน้าของพวกเขายับย่นด้วยความหวาดกลัวเมื่อตัวเลขในบัญชีทรัพย์สินกำลังถูกดูดซับเข้าสู่พอร์ตโฟลิโอของเธอทีละหลักอย่างเลือดเย็น
ตระกูลคาร์ไลล์ที่เคยถูกเหยียบย่ำจนจมดิน บัดนี้กลับผงาดขึ้นเหนือทุกหย่อมหญ้าด้วยมันสมองและเล่ห์เหลี่ยมทางการเงินที่ไร้พ่ายของเธอเอง
"คุณ... คุณมันปีศาจชัดๆ!" ผู้นำตระกูลแบล็กวูดแผดเสียงสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกโพ้างos เมื่อตระหนักว่าอาณาจักรธุรกิจร้อยปีของบรรพบุรุษกำลังจะกลายเป็นอากาศธาตุด้วยการเซ็นชื่อเพียงครั้งเดียว
"ปีศาจหรือคะ?" เอวาลินน์เอטיยหน้าเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างงดงามแต่กลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความตาย "ถ้าฉันเป็นปีศาจ พวกคุณก็คงเป็นแค่ฝูงไฮยีน่าที่รอเศษเนื้อ... น่าเสียดายนะคะที่ตอนนี้ แม้แต่กระดูกสักชิ้นพวกคุณก็ไม่มีสิทธิ์แทะแล้ว"
ฉับพลัน ในวินาทีที่ปากกาหมึกซึมราคาแพงกำลังจะจรดลงบนกระดาษ สัญชาตญาณดิบของนักล่าที่ถูกหล่อหลอมจากความตายในชาติก่อนก็กรีดร้องเตือนภัยอย่างรุนแรง!
*ฉัวะ!*
เสียงแหวกอากาศของวัตถุความเร็วสูงดังขึ้นเสี้ยววินาทีก่อนที่กระจกใสกันกระสุนบานยักษ์จะแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เงาดำทมิฬสายหนึ่งพุ่งแหวกความมืดเข้ามาด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ เป้าหมายไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือศีรษะของเอวาลินน์ที่ยืนอยู่ตรงกลางห้อง!
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนสมองแทบประมวลผลไม่ทัน ท่ามกลางเสียงกรีดร้องหวีดหวิวของพวกขุนนางที่วิ่งหนีตายอลหม่าน ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็พุ่งเข้ากระโจนใส่เธออย่างไม่คิดชีวิต แรงปะทะทำให้ร่างของเอวาลินน์ล้มกลิ้งไปกระแทกกับเสาหินอ่อนอย่างแรง กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงทันที
เมื่อเอวาลินน์ตั้งสติได้และลืมตาขึ้น โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุน
เซดริก...
ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจลึกลับและอยู่เคียงข้างเธอมาตลอด ร่างกายกำยำภายใต้ชุดสูททาร์ซิโด้สีเข้มบัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยเลือด สีหน้าของเขาไม่ได้แสดงความเจ็บปวดออกมาเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เธอด้วยความห่วงใยระคนโล่งอก ขณะที่มือหนาข้างหนึ่งกำลังกุมแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ซ้าย ซึ่งคมมีดอาบยาพิษสีม่วงเข้มกำลังกัดกินเนื้อผ้าและผิวหนังจนเกิดควันจางๆ
"คุณ... เซดริก!" เสียงของเอวาลินน์ขาดห้วง ความเยือกเย็นทั้งหมดที่เธอสะสมมาพังทลายลงในพริบตา มือเรียวสั่นเทาเอื้อมไปประคองร่างที่กำลังทรุดลงของเขาไว้อย่างลนลาน "ทำไม... ทำไมคุณถึงทำแบบนี้ ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันจัดการเองได้!"
เซดริกกระตุกยิ้มมุมปาก ฝืนความเจ็บปวดด้วยการยกมือขึ้นปัดเศษกระจกที่ติดอยู่บนไหล่ของเธอออกอย่างเบามือ "ผมยอมให้โลกพังทลายได้... แต่ผมยอมให้เกิดรอยขีดข่วนบนตัวคุณไม่ได้แม้แต่นิดเดียวหรอกครับ... เอวา"
พิษร้ายเริ่มลุกลามอย่างรวดเร็ว ผิวบริเวณรอบแผลของเซดริกเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ ลมหายใจเริ่มติดขัด ทว่าสายตาที่เขามองเธอยังคงอบอุ่นและมั่นคงเช่นเดิม ไม่มีแม้แต่แววตาแห่งความหวาดกลัวต่อความตาย มีเพียงความห่วงหาที่รั้งตรึงเธอไว้ไม่ให้สติหลุดลอย
ความโกรธเกรี้ยวระดับสูงสุดแผ่ซ่านออกจากร่างของเอวาลินน์ ดวงตาสง่างามที่เคยพราวระยับด้วยประกายแห่งความฉลาด บัดนี้กลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล เธอตวัดสายตากลับไปมองมือสังหารที่ยืนอยู่บนขอบหน้าต่าง ซึ่งกำลังง้างหน้าไม้เล็งคมเข็มพิษมาทางพวกเขาอีกครั้ง
มือสังหารเงื้ออาวุธขึ้นเตรียมซัดนัดสุดท้ายเพื่อปิดบัญชี เอวาลินน์ขยับตัวจะหยิบปืนพกที่ซ่อนไว้ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะสัมผัสเหล็กเย็นเฉียบ เสียงคำรามกึกก้องของเครื่องยนต์เฮลิคอปเตอร์ทหารนับสิบลำก็ดังสนั่นหวั่นไหวเหนือหลังคาคฤหาสน์ แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลนับร้อยดวงสาดส่องทะลุหน้าต่างเข้ามาจนสว่างจ้าไปทั่วห้อง
ลำตัวเครื่องบินสีดำสนิทไร้สัญลักษณ์สลักตราประทับใดๆ ค่อยๆ ลดระดับลงอย่างอุกอาจ แรงลมมหาศาลพัดกระโชกจนข้าวของกระจัดกระจาย ประตูห้องโดยสารเปิดออกเผยให้เห็นชายฉกรรจ์ในชุดสูททหารรับจ้างนับสิบชีวิตที่ถือปืนไรเฟิลจู่โจมพร้อมลั่นไก และตรงกลางนั้น... ร่างของบุคคลลึกลับในหน้ากากเงินสลักลายกุหลาบดำผู้กุมอำนาจเครือข่ายการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังก้าวเท้าลงมาจากบันไดเหล็กด้วยท่าทีเยือกเย็นราชาผู้ครองบัลลังก์
สายตาคมกริบใต้หน้ากากเงินคู่นั้นกวาดมองสภาพห้องที่นองเลือด ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของเซดริกที่กำลังจะหมดสติในอ้อมแขนของเอวาลินน์ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องคุกเข่าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
"บังอาจนัก... กล้าดียังไงมาแตะต้อง 'นายเหนือหัว' ของพวกเรา?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป•ตอนที่ 24
ความตายที่เฉียดใกล้
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!