"เอกสารการโอนเงินสองล้านเหรียญทองเข้าบัญชีลับในหมู่เกาะเคย์แมนเมื่อสามวันก่อน... ท่านพี่จะอธิบายว่าอย่างไรคะ หรือต้องให้ฉันเชิญผู้ตรวจสอบบัญชีอิสระเข้ามานั่งตรวจสอบตัวเลขเหล่านี้ต่อหน้าบอร์ดบริหารทั้งหมดดีคะ?"
เสียงหวานใสแต่เยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลกของ เอวาลินน์ คาร์ไลล์ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของตระกูล คาร์ไลล์ บรรยากาศภายในห้องถูกกดทับจนแทบหายใจไม่ออก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามขมับของ ‘คาร์ล คาร์ไลล์’ พี่ชายคนโตผู้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารในปัจจุบัน เขากำลังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะไม้มะฮอกกานีราคาแพง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกเปิดโปงกลางที่ประชุม
เอวาลินน์ในชุดสูดเข้ารูปสีดำสนิทปักดิ้นเงินประณีตหรูหรา ก้าวเดินด้วยจังหวะมั่นคง ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานดั่งเสียงเคาะระฆังแห่งความตายสำหรับคนทรยศ เธอกวาดสายตาคมกริบมองเหล่าคณะกรรมการบริหารที่ก้มหน้าหลบตา ไม่กล้าสบสายตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยอำนาจและความเฉลียวฉลาดที่พวกมันเคยดูถูกเหยียดหยาม
"เอวาลินน์... แก... แกกำลังพูดเรื่องเหลวไหลอะไร!" คาร์ลเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาฟอร์มและอำนาจเก่า "ฉันเป็นพี่ใหญ่ เป็นหัวหน้าครอบครัวนี้! แกมีสิทธิ์อะไรเอาเอกสารปลอมๆ พวกนี้มากล่าวหากันกลางที่ประชุม!"
"ปลอมหรือคะ?" เอวาลินน์แย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา เสียงกระดาษกระทบพื้นโต๊ะดัง "ปัง" เบาๆ แต่กลับหนักอึ้งในความรู้สึกของทุกคน "ลายเซ็นนี้ ตาประทับตราประจำตำแหน่งนี้ รวมถึงรหัสธุรกรรมดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง... ถ้าท่านพี่บอกว่าปลอม ฉันคงต้องให้ตำรวจกองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจมาพิสูจน์ความจริงด้วยตัวเองแล้วล่ะค่ะ"
ชื่อของหน่วยงานตำรวจเศรษฐกิจทำให้สีหน้าของคาร์ลซีดเผือดลงทันที ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงตาของเขาฉายแววหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด เงินก้อนนั้นคือเงินกองทุนฟื้นฟูสุดท้ายของตระกูลที่เขาตั้งใจจะยักยอกไปใช้หนี้การพนันในสนามแข่งม้าใต้ดินและซื้อคฤหาสน์หรูให้ชู้รัก แต่เขายังไม่ทันได้เสวยสุข ความฝันทั้งหมดก็ต้องพังทลายลงด้วยน้ำมือของน้องสาวคนเล็กที่เขาเคยคิดว่าเป็นแค่ดอกไม้ประดับตระกูลที่รอวันถูกขายกินเท่านั้น
"แก... แกคิดจะทำลายตระกูลของเราหรือไง!" คาร์ลตบโต๊ะลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยว ขาดสติจนลืมภาพลักษณ์ผู้บริหารผู้ทรงเกียรติ "ตระกูลคาร์ไลล์จะพังเพราะความอวดดีของนังเด็กอย่างแกนี่แหละ!"
"คนที่กำลังทำลายตระกูลไม่ใช่ฉันค่ะ... แต่เป็นความโลภและความโง่เขลาของท่านพี่ต่างหาก"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังแทรกขึ้นจากมุมห้อง เซดริก เวสเทิร์น ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ในเงาสลัวมาโดยตลอดก้าวออกมา ร่างสูงสง่าในชุดสูดสั่งตัดพิเศษเผยให้เห็นออร่าของมหาเศรษฐีผู้กุมอำนาจการเงินระดับโลก แม้ภายนอกเขาจะสวมบทบาทเป็นเพียงองครักษ์และเลขาคนสนิทของเอวาลินน์ แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้คณะกรรมการทุกคนในห้องถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง
เซดริกเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเอวาลินน์อย่างปกป้อง สายตาคมกราบมองคาร์ลด้วยความดูแคลนราวกับมองมดปลวก ก่อนที่เรียนิ้วเรียวยาวจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทฝังเพชรเม็ดจิ๋ว—แบล็กการ์ดรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่มีเพียงสามใบในโลก—ขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ ในมือ
"คุณคาร์ลครับ" เซดริกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทรงพลัง "บัญชีธนาคารทั้งหมดของตระกูลคาร์ไลล์ รวมถึงหุ้นร้อยละเจ็ดสิบที่คุณแอบเอาไปจำนองไว้กับแก๊งปล่อยเงินกู้... ตอนนี้ถูกบริษัทโฮลดิ้งของผมซื้อหนี้ทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้วครับ พูดง่ายๆ คือ... ตอนนี้คุณไม่ใช่แค่หมดตัว แต่คุณกำลังเป็น 'ลูกหนี้' ของผมโดยสมบูรณ์"
คำพูดของเซดริกราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ คาร์ลทรุดฮวบนั่งลงบนเก้าอี้ทันที แรงสนับสนุนทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสิ้นหวัง เขาหันไปมองหน้าเอวาลินน์และเซดริกสลับกันด้วยความตื่นตระหนก เพิ่งจะตระหนักในวินาทีนี้เองว่า สองคนนี้ไม่ได้แค่มาเอาคืน... แต่พวกเขากำลังเล่นเกมที่เหนือกว่า และเขาก็ติดอยู่ในกรงขังที่ถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
เอวาลินน์โน้มตัวลงไปกระซิบใกล้ใบหูของพี่ชายผู้พ่ายแพ้ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบของปีศาจแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน
"เก้าอี้ประธานบริหารตรงนั้น... เหมาะกับคนฉลาดและซื่อสัตย์มากกว่านะคะ ท่านพี่คาร์ล เตรียมตัวเก็บ30กระเป๋าออกไปจากตระกูลคาร์ไลล์ได้แล้วค่ะ... เพราะชีวิตใหม่ที่ไร้เงินสักแดงเดียวของคุณกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว"
เธอยืดตัวขึ้นอย่างสง่างาม ไม่ชายตามองคนที่กำลังจะร้องไห้ฟูมฟายแม้แต่น้อย เอวาลินน์หันหลังให้คาร์ลแล้วเดินเคียงคู่ไปกับเซดริก มุ่งหน้าออกจากห้องประชุม ท่ามกลางความเงียบงันและสายตาดั่งต้องมนต์สะกดของทุกคนในห้อง
ทว่า ในจังหวะที่ทั้งสองก้าวพ้นประตูห้องประชุมใหญ่และกำลังจะเดินไปขึ้นลิฟต์ส่วนตัวเพื่อลงไปยังชั้นล่าง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายชุดดำจำนวนมากก็ดังขึ้นจากทางเดินฝั่งตรงข้าม ประตูลิฟต์อีกตัวเปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายชราผมสีดอกสะดอกในชุดสูดหรูผู้ทรงอิทธิพลแห่งตลาดหุ้นวอลล์สตรีท—บุคคลที่ควรจะอยู่ที่นิวยอร์กในเวลานี้—ก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมายังเอวาลินน์
"ไม่นึกเลยนะครับว่าคุณหนูรองคาร์ไลล์จะเล่นเกมได้รวดเร็วขนาดนี้... น่าสนใจจริงๆ หมากกระדานนี้คงยังไม่จบลงง่ายๆ หรอกกระมังครับ?"
— "เอวาลินน์ปลายพู่กัน" ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งเกมอำนาจและเล่ห์กลอันหอมหวานนี้นะคะ —
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป•ตอนที่ 2
หมากกระดานแรกของนางร้าย
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!