ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป•ตอนที่ 3

องครักษ์ผู้จงรักภักดี?

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
รอยยิ้มของลอร์ดมิลلرเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงคำนึง ราวกับรอยแผลเป็นที่กรีดลึกบนเนื้อเยื่ออันเปราะบางของตระกูลคาร์ไลล์ ประโยคทิ้งท้ายที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและท้าทายนั้น ดังสะท้อนก้องอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ หกสิบล้านเหรียญทองคำคือตัวเลขที่สามารถเนรมิตอาณาจักรขนาดย่อมขึ้นมาได้ แต่สำหรับเอวาลินน์แล้ว มันเป็นเพียงราคาของความอัปยศที่เธอพร้อมจะชำระคืนด้วยดอกเบี้ยมหาศาล เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่สม่ำเสมอราศรีกระซิบผ่านพรมขนสัตว์หนานุ่ม ดึงสติของฉันให้กลับคืนสู่ปัจจุบัน ร่างสูงโปร่งของเซดริกปรากฏขึ้นในกรอบสายตา แผ่นหลังที่มักจะโค้งคำนับด้วยความนอบน้อมเสมอในฐานะองครักษ์ผู้จงรักภักดี บัดนี้กลับเหยียดตรงอย่างน่าประหลาด ไหล่กว้างที่เคยดูราวกับเป็นเพียงเงาคุ้มกันภัยให้ฉัน กลับแผ่ซ่านบรรยากาศอันเยือกเย็นและทรงอำนาจอย่างเงียบเชียบ "คุณหนูคะ ดึกมากแล้ว เอกสารกองนั้นยังรอการตรวจสอบอยู่... หรือว่าคุณกำลังกังวลเรื่องคำพูดของลอร์ดมิลเลอร์กันแน่คะ?" น้ำเสียงของเซดริกเอ่ยขึ้นด้วยความนุ่มนวลตามเคย ทว่าในโสตประสาทที่ผ่านการฝึกฝนจากสมรภูมิธุรกิจและการเมืองอันเคี่ยวกรำ เอวาลินน์กลับจับพิรุธบางอย่างได้อย่างชัดเจน มันไม่ใช่ความห่วงใยแบบที่ผู้ใต้บังคับบัญชาพึงมีต่อเจ้านาย แต่มันคือสายตาของ "ผู้ล่า" ที่กำลังเฝ้ามองหมากบนกระดานด้วยความสนุกสนาน ฉันวางปากกาขนนกในมือลง ช้าๆ และมั่นคง ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชุดสูทรpec-tailor ตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูป เนื้อผ้าขนสัตว์นำเข้าจากอิตาลีที่ต่อให้พนักงานกินเงินเดือนทั้งชีวิตก็ไม่มีทางซื้อได้... เสื้อผ้าชุดนี้มีราคาแพงกว่างบประมาณรายเดือนของตระกูลคาร์ไลล์ในยามนี้เสียอีก แล้วไฉนองครักษ์ยากจนที่อ้างว่าติดตามตระกูลเรามาตั้งแต่รุ่นพ่อ ถึงได้สวมใส่มันอย่างแนบเนียนราวกับเป็นเจ้าของแบรนด์? "เซดริก..." ฉันเอ่ยเสียงเรียบ ทอดสายตาผ่านโต๊ะทำงานไม้โอ๊กโบราณ "คุณตามฉันมานานเท่าไหร่แล้วนะ?" ชายหนุ่มชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที—เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่คนทั่วไปไม่มีทางสังเกตเห็น แต่มันไม่รอดพ้นสายตาของเอวาลินน์ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา ก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกหนึ่งก้าว ระยะห่างที่ลดลงนี้สร้างแรงกดดันอันมหาศาลโดยไม่ต้องใช้กำลังแม้แต่น้อย "สิบปีเต็มแล้วครับ... อ๊ะ ขออภัยค่ะคุณหนู ฉันเผลอใช้คำพูดติดปากไปเสียสนิท" เซดริกแก้คำพูดอย่างรวดเร็ว พร้อมรอยยิ้มเจ้าเลื้อยที่ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา นั่นแหละคือจุดผิดปกติข้อแรก คนรับใช้หรือองครักษ์ที่อยู่ด้วยกันมานับทศวรรษ ไม่มีทาง "เผลอ" ใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่งและที่สองแบบสูงศักดิ์เช่นนั้นได้ง่ายๆ เว้นเสียแต่ว่า... ตัวตนที่แท้จริงของเขาไม่ใช่คนรับใช้ และเขาไม่ได้มองฉันเป็นแค่ "เจ้านาย" "สิบปี..." เอวาลินน์ทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาลอดออกมาจากลำคออย่างเยียบเย็น "สิบปีที่ตระกูลคาร์ไลล์ตกต่ำลงเรื่อยๆ จนแทบจะไม่เหลือแม้แต่เศษอิฐ แต่น่าแปลกนะเซดริก บัญชีลับที่ใช้ซื้อหุ้นคืนจากตระกูลมิลเลอร์เมื่อช่วงบ่าย กลับถูกโอนมาจากธนาคารกลางในสวิสเซอร์แลนด์ผ่านบัญชีนิติบุคคลไร้ชื่อ... ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่นักลงทุนลึกลับผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกใช้กัน" ฉันลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของรองเท้าส้นสูงทำให้สายตาของเราอยู่ในระดับเดียวกัน ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่ปกเสื้อสูทรของเขาเบาๆ ราวกับจะสำรวจเนื้อผ้า แววตาของเซดริกไหววูบเล็กน้อยเป็นครั้งแรก เขาไม่ได้ถอยหนี แต่กลับโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ปล่อยให้ปลายนิ้วของฉันสัมผัสกับความหรูหรานั้นโดยไม่ขัดขืน "คุณหนูคิดว่าฉันเป็นใครกันแน่คะ? หรือว่า... คุณกำลังสงสัยว่าฉันคือคนที่แอบอยู่เบื้องหลังการล่มสลายของตระกูลคาร์ไลล์?" เสียงกระซิบของเซดริกทุบลงกลางหัวใจ บรรยากาศรอบตัวเริ่มอัดแน่นไปด้วยเคมีอันตรายที่ชวนให้หายใจติดขัด "เปล่าเลย..." ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาไม่หลบเลี่ยง "ฉันไม่ได้คิดว่านายเป็นคนทำลาย... แต่ฉันสงสัยว่า นายต่างหากที่เป็นคน 'ซื้อ' ตระกูลนี้ไว้ตั้งแต่แรก แล้วปล่อยให้ฉันดิ้นรนอยู่ในกำมือของนายเพื่อความบันเทิง!" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะทุ้งต่ำจะดังขึ้นมาจากลำคอของเซดริก รอยยิ้มที่เคยสุภาพอ่อนโยนบัดนี้มลายหายไป เหลือเพียงแววตาคมกลาที่ลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาและการครอบครอง "ฉลาดสมกับเป็นทายาทคนสุดท้ายของคาร์ไลล์จริงๆ ค่ะ... หมากกระดานนี้สนุกขึ้นเรื่อยๆ แล้วใช่ไหมล่ะคะคุณหนู" ทว่า ก่อนที่เอวาลินน์จะได้สวนกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือน เสียงกริ่งโทรศัพท์ฉุกเฉินบนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันตึงเครียด ฉันละสายตาจากนัยน์ตาคู่นั้นอย่างไม่เต็มใจนัก หยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมารับ สายตากวาดมองหน้าจอมอนิเตอร์ระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งใหม่ ข้อความแจ้งเตือนจากระบบการเงินหลักปรากฏขึ้นเป็นตัวอักษรสีแดงฉาน: *[แจ้งเตือน: ตรวจพบความเคลื่อนไหวทางการเงินมูลค่า 500 ล้านเหรียญทองคำ ถูกโอนเข้าบัญชีตระกูลคาร์ไลล์โดยไม่ทราบแหล่งที่มา... และในขณะนี้ ยานพาหนะส่วนบุคคลระดับวีไอพี กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตคฤหาสน์]* เซดริกยิ้มมุมปากอีกครั้ง เขายื่นสมาร์ทโฟนหรูหราหน้าจอไร้ขอบของตนเองมาตรงหน้าฉัน บนหน้าจอนั้นแสดงพิกัดจีพีเอสของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสามลำที่กำลังลดระดับลงจอดบนลานกว้างหน้าคฤหาสน์ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงถึงเบอร์ส่วนตัวของเขา *-- "ท่านประธานครับ ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว เจ้าหนี้ทุกคนของคาร์ไลล์มาคุกเข่ารออยู่ที่ประตูหน้าแล้วครับ"--* เอวาลินน์เบิกตากว้างเล็กน้อย ความตระหนักรู้สายฟ้าแลบพุ่งปะทะสมอง นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ... เซดริกไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยที่คอยสังเกตการณ์ แต่เขาคือ "มหาเศรษฐี" ผู้กุมอำนาจเงินตราทั้งหมดที่กำลังชักใยอยู่หลังฉาก! ก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง พร้อมกับการปรากฏตัวของพ่อบ้านประจำตระกูลที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความตกใจขีดสุด "คุณหนูครับ! คุณหนูรอง! แย่แล้วครับ... มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ผู้กุมอำนาจกองทุนเวสเทิร์นกรุ๊ป... เขา... เขามายืนรออยู่ที่ห้องโถงใหญ่แล้วครับ!" เอวาลินน์นิ่งงันไปชั่ววินาที สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วก่อนจะหันขวับกลับมามองชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องข้าง ซึ่งกำลังปลดกระดุมเสื้อสูทรออกช้าๆ เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและความท้าทายแบบเดียวกับที่ปรากฏบนหน้าจอข่าวเศรษฐกิจระดับโลก เซดริกเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของฉันเบาๆ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้ม เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูทำเอาหัวใจของนางร้ายผู้เยือกเย็นถึงกับกระตุกวูบ "ยินดีต้อนรับสู่เกมของฉันนะคะคุณหนูรอง... ทีนี้ คุณจะให้ 'องครักษ์' คนนี้ จัดการเช็คบิลพวกมันอย่างไรดีล่ะคะ?" *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* — เอวาลินน์ปลายพู่กันค่ะ
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%