"ถ้วยชาของคุณดูจืดชืดเสียเหลือเกินนะคะ เลดี้เรจิน่า... หรือเกรงว่าใบชาเกรดพรีเมียมจากอาณาจักรทางเหนือที่ดิฉันอุตส่าห์นำเข้ามา จะราคาแพงเกินกว่างบประมาณในบัญชีของตระกูลคุณในตอนนี้ไปเสียแล้ว?"
เสียงหัวเราะเบาๆ อย่างมีจริตจะก้านดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศในห้องรับรองสีทองอร่ามของคฤหาสน์คาร์ไลล์ กลิ่นหอมกรุ่นของกุหลาบขาวผสมกับความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนกันได้ด้วยมีด เอวาลินน์ คาร์ไลล์ นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาบาะกำมะหยี่สีเลือดนก ปลายเรียวนิ้วสวมแหวนเพชรเม็ดโตเคาะลงกับแก้วคริสตัลอย่างใจเย็น สายตาสีอำพันกวาดมองกลุ่มสตรีผู้สูงศักดิ์ที่เคยเย่อหยิ่งและเหยียดยหยามเธอในอดีต บัดนี้พวกนางกลับนั่งตัวลีบราวกับนกปีกหักอยู่ตรงหน้า
เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน *“เกมรอบนี้ สนุกพอที่จะทำให้เธอลืมหายใจหรือยังล่ะ… คุณหนูคาร์ไลล์?”* แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่กำลังจะสำลักความหวาดกลัวจนลืมหายใจ กลับไม่ใช่เอวาลินน์... แต่เป็นกลุ่มพันธมิตรจอมปลอมที่กำลังหันมาแว้งกัดกันเองต่างหาก
เลดี้เรจิน่าหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก นางพยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความอัปยศอดสูขณะที่มือสั่นเทาจนแทบประคองถ้วยชาไม่อยู่ "คุณ... คุณกำลังพูดเรื่องอะไรกันคะ เลดี้คาร์ไลล์ พวกเราล้วนเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้น..."
"พันธมิตรอย่างนั้นหรือคะ?" เอวาลินน์หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในรอบปี รอยยิ้มของเธองดงามแต่ทว่าเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ "น่าขันสิ้นดีค่ะ เลดี้เรจิน่า... บารอนเนสฮาร์เปอร์เจ้าค่ะ คุณช่วยบอกสหายรักของคุณหน่อยสิคะ ว่าเมื่อวานนี้ใครกันหนอที่ส่งจดลับพร้อมตัวเลขบัญชีลับเสนอขายหุ้นของบริษัทขนส่ง เพื่อแลกกับการเอาตัวรอดจากการล้มละลาย?"
พรวด!
บารอนเนสฮาร์เปอร์ที่นั่งอยู่ถัดไปสะดุ้งสุดตัว ทำน้ำชาหกเลอะกระโปรงราคาแพง ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก "เรจิน่า! เธออย่าไปฟังเธอนะ นังนี่มันกำลังเสี้ยมให้เราแตกคอกัน!"
"ดิฉันไม่ได้เสี้ยมค่ะ บารอนเนสฮาร์เปอร์..." เอวาลินน์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ชุดกระโปรงยาวสีดำสนิทปักดิ้นทองระยิบระยับสะท้อนกับแสงไฟระย้า นางก้าวเดินเข้าไปใกล้ทีละน้อย ราวกับพญาเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "แต่ดิฉันกำลังพูดความจริง... ความจริงที่ว่า ตระกูลของคุณทั้งสามกำลังใช้เงินกู้ยืมจากกองทุนใต้ดินของตระกูลเวสเทิร์น โดยเอาที่ดินผืนสุดท้ายมาค้ำประกันร่วมกัน"
นางหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเลดี้เรจิน่าโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เย็นยะเยือกแต่ดังก้องไปทั่วห้อง "และตอนนี้... กำหนดชำระหนี้คือเที่ยงคืนวันนี้ค่ะ หากตระกูลใดตระกูลหนึ่งไม่ยอมถอนชื่อออกจากการสนับสนุนดยุกมอนท์โกเมอรี ดิฉันในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่ของกองทุน จะเป็นคนยึดที่ดินบรรพบุรุษของพวกคุณมาทำเป็นคอกม้าทั้งหมดเองค่ะ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องรับรองทันที เสียงลมหายใจสะอื้นไห้ของเลดี้เรจิน่าดังขึ้นท่ามกลางความกดดัน บรรยากาศเริ่มพังทลายลงจากภายใน ความระแวงและความเห็นแก่ตัวที่ฝังรากลึกในหมู่ชนชั้นสูงทำงานอย่างสมบูรณ์แบบตามที่เอวาลินน์คาดการณ์ไว้
"นังสารเลวเรจิน่า! เธอกล้าเอาที่ดินส่วนกลางไปค้ำประกันเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลเธอเองอย่างนั้นเหรอ!" บารอนเนสฮาร์เปอร์กรีดร้องพุ่งเข้าใส่เลดี้เรจิน่าทันที ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่สร้างมาหลายปีพังทลายลงในพริบตาเดียว เสียงโวยวาย ทุบตี และการด่าทอกันอย่างไม่รักษาภาพลักษณ์ดังระงมขึ้นท่ามกลางความชุลมุน
เอวาลินน์ถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวอย่างสง่างาม นางมองดูสตรีผู้สูงศักดิ์ที่เคยเหยียดหยามเธอกำลังจิกหัวฉีกหน้ากันเองด้วยความสมเพชเวทนา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการตลาดและจิตวิทยาที่เธอคำนวณไว้ไม่ผิดเพี้ยน
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องรับรองไม้สักทองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ต้องรับอนุญาต ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทของ 'เซดริก เวสเทิร์น' ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง กลิ่นอายอันตรายและทรงอำนาจแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนทุกคนต้องหยุดชะงัก
เซดริกไม่ได้ชายตามองกลุ่มผู้หญิงที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายบนพื้นเลยแม้แต่น้อย ดวงตาสคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นทอดมองมาที่เอวาลินน์ด้วยความลุ่มหลงและภาคภูมิใจ เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าหญิงสาว ก่อนจะบรรจงคว้ามือเรียวขึ้นมาจุมพิตที่หลังมืออย่างอ่อนโยน ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน
"เกมสนุกพอหรือยังครับ ยอดหญิงของผม?" เสียงทุ้มต่ำน่าฟังกระซิบถามใกล้ใบหู พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน
เอวาลินน์อมยิ้มรับสัมผัสอันอบอุ่นนั้น นางชำเลืองมองกลุ่มพันธมิตรที่แตกกระเจิงก่อนจะหันมาสบตาชายหนุ่มผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งค่อนโลก "ยังไม่จบหรอกค่ะ เซดริก... เพราะปลาตัวใหญ่ที่สุด ยังไม่ยอมติดเบ็ด"
เซดริกหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขายกมือขึ้นส่งสัญญาณบางอย่าง ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์ขนาดมหึมาก็คำรามก้องดังสนั่นมาจากระเบียงด้านนอก ลมพายุหมุนจากใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวพัดกระหน่ำเข้ามาจนผ้าม่านปลิวไสว
เฮลิคอปเตอร์สีดำสนิทสลักตราสัญลักษณ์เวสเทิร์นค่อยๆ ลดระดับลงจอดสนิทบนลานน้ำพุด้านหน้าคฤหาสน์อย่างอุกอาจ และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ประตูห้องก็เปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่อีกคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารราชการลับในมือ... บุคคลที่เอวาลินน์รอคอยมาตลอดทั้งเกม
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความสะใจนี้ค่ะ!
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป•ตอนที่ 16
งานเลี้ยงน้ำชาที่ไร้ความปรานี
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!