หน้าจอสีแดงฉานที่กะพริบวาบอยู่บนสมาร์ทโฟนราคาแพงสะท้อนลงบนดวงตาสีมรกตคู่สวยของเอวาลินน์ คาร์ไลล์ เธอยังคงยืนนิ่งสงท่ามกลางความโกลาหลของงานเลี้ยงการกุศลประจำปี เสียงกระซิบกระซาบของผู้ดีตระกูลเก่าที่เคยเหยียบย่ำเธอยังคงดังแว่วเข้าโสตประสาท แต่ในวินาทีนี้ ไม่มีคำดูถูกใดมีค่าพอจะดึงความสนใจจากข้อความมรณะนั่นได้เลยค่ะ
*“ยินดีต้อนรับกลับสู่เกมฆาตกรรมนะ เอวาลินน์… เกมรอบนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น”*
"เกมงั้นเหรอคะ..." เอวาลินน์พึมพำกับตัวเอง มุมปากบางเฉียบยกยิศยเยาะขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ด้วยความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในร่างของผู้หญิงที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็น 'นางร้ายผู้ตกอับ' คนนี้อีกต่อไปแล้ว มีเพียงความกระหายใคร่รู้ว่า สุนัขตัวไหนกันที่กล้ากลับมาเห่าหอนใส่เจ้าของที่เพิ่งหลุดพ้นจากตรวนโซ่
หมับ!
สัมผัสอบอุ่นจากมือหนาที่กุมทับลงบนมือเรียวบางของเธอช่วยดึงสติให้กลับมายังโลกความเป็นจริง เซดริก เวสเทิร์น องครักษ์หนุ่มผู้เงียบขรึมและยืนหยัดเคียงข้างเธอมาตลอดผ่านห้วງเวลาที่มืดมนที่สุด ขยับกายเข้าไปประชิดอย่างปกป้อง ไหล่กว้างของเขาเปรียบเสมือนกำแพงเหล็กที่พร้อมจะต้านทานพายุร้ายทั้งหมดแทนเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองไปรอบห้องโถงหรูหราด้วยรัศมีกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน
"ไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะคุณเอวา..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยความสุขุมนุ่มลึกที่แฝงไว้ด้วยอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว "ปล่อยให้สุนัขจรจัดพวกนั้นเห่าไปก่อนเถอะค่ะ เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า พวกมันจะไม่มีแม้แต่เสียงจะร้องขอชีวิต"
ทันใดนั้น เสียงทุ้มกังวานจากไมโครโฟนกลางงานก็ดังขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของลอร์ดมาร์คัส แฮร์ริสัน ผู้นำตระกูลแฮร์ริสันผู้มั่งคั่งและเป็นหนึ่งในคนที่ร่วมมือกันบดขยี้ตระกูลคาร์ไลล์ในอดีต เขายืนยิ้มเยาะอยู่บนเวที พร้อมด้วยสีหน้าของชัยชนะที่เสแสร้งจนน่าคลื่นไส้
"ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกท่านครับ..." มาร์คัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงดัดจริตชวนฟัง "ในค่ำคืนอันทรงเกียรตินี้ ผมมีเรื่องน่ายินดีจะประกาศให้ทุกท่านทราบ... เกี่ยวกับการควบกิจการครั้งประวัติศาสตร์ ที่จะทำให้ตระกูลคาร์ไลล์กลายเป็นเพียงแค่ฝุ่นผงในหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของมหานครแห่งนี้อย่าง 100% เต็ม!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น บรรดาไฮโซและนักธุรกิจต่างปรบมือเยินยอด้วยความเลียแข้งเลียขา สายตานับร้อยคู่พุ่งตรงมาที่เอวาลินน์ราวกับจะรอดูวินาทีที่เธอล่มสลายลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง
แต่เอวาลินน์กลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอยกแชมเปญขึ้นจิบช้าๆ อย่างสง่างาม ราวกับกำลังชมละครสัตว์ฉากหนึ่งที่ไร้ซึ่งความน่าสนใจ เธอหันไปสบตากับเซดริก ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันด้วยรอยยิ้มที่รู้ทันเกมทุกอย่าง
"ดูเหมือนว่าคุณมาร์คัสจะรีบตายเสียเหลือเกินนะคะ เซดริก" เอวาลินน์เอ่ยเสียงเรียบ
"ถ้าเขาอยากล้มละลายเร็วขึ้น เราก็ควรสนองความต้องการของเขาสิคะ" เซดริกตอบรับด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะยกข้อมือขึ้นกดปุ่มบนนาฬิกาอัจฉริยะเรือนหรู ส่งสัญญาณคำสั่งบางอย่างออกไปในพริบตา
เปรี้ยง!
ราวกับปาฏิหาริย์ หน้าจอ LED ขนาดยักษ์บนเวทีที่เคยฉายกราฟธุรกิจของตระกูลแฮร์ริสัน กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารกลางและตลาดหลักทรัพย์ระดับโลก พร้อมกับเสียงโทรศัพท์มือถือของแขกเหรื่อทุกคนในงานที่ดังระรัวขึ้นพร้อมกันราวกับเสียงหรีดหร่วงในฤดูร้อน!
มาร์คัสบนเวทีหน้าถอดสี รอยยิ้มเสแสร้งแข็งค้างในทันทีเมื่อเขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู มือหนาของมหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่สั่นเทาจนแทบถือเครื่องไม่อยู่ ตัวเลขในพอร์ตลงทุนของตระกูลแฮร์ริสันกำลังดิ่งลงเหวแบบ Free Fall ดิ่งลงอย่างไร้ก้นบึ้ง เงินทุนมหาศาลนับหมื่นล้านถูกแช่แข็งในเวลาไม่ถึงสามวินาที!
"มะ... มันเกิดอะไรขึ้น! ใครทำอะไรกับระบบของผม!" มาร์คัสแผดเสียงตะโกนลั่นเวทีด้วยความตื่นตระหนก เหงื่อกาฬไหลโทรมกายจนสูญเสียมาดผู้ดีจนหมดสิ้น
ในวินาทีนั้นเอง ประตูบานคู่แกะสลักทองคำแท้ของห้องโถงใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเป็นจังหวะของกลุ่มชายชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคนเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ
และคนที่ก้าวเข้ามาตรงกลาง... คือชายหนุ่มผู้กุมอำนาจทางการเงินที่แท้จริงของโลกใบนี้ ร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บพิเศษรับกับใบหน้าคมคายที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันตรายและอำนาจล้นเหลือ ทว่า... เขากลับเดินตรงมาหยุดอยู่เบื้องหลังเอวาลินน์ คาร์ไลล์ ก่อนจะโค้งศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความเคารพอย่างสูงสุด ท่ามกลางความตกตะลึงจนกรามค้างของคนทั้งห้อง
"ทุกอย่างเรียบร้อยตามบัญชาของท่านแล้วครับ... ท่านประธานสูงสุดแห่งเวสเทิร์นโฮลดิ้งส์ และผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ของตระกูลแฮร์ริสัน" เซดริกเอ่ยด้วยเสียงกังวานชัดเจนไปทั่วทั้งห้องที่เงียบกริบเป็นป่าช้า
พรึบ!
ทั้งห้องหันขวับมามองที่เซดริกและเอวาลินน์เป็นตาเดียว มาร์คัสบนเวทีทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี ดวงเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมที่ยืนอยู่ข้างกายผู้หญิงที่ตนเหยียดหยามมาตลอด แท้จริงแล้วคือปีศาจผู้กุมอำนาจเงินตราที่สามารถซื้อลมหายใจของตระกูลแฮร์ริสันได้ในพริบตาเดียว!
เอวาลินน์ก้าวเท้าเดินช้าๆ เข้าไปใกล้มาร์คัสที่กำลังสั่นเทาอยู่เบื้องล่าง ส้นสูงสีแดงเพชรระยิบระยับหยุดยืนตรงหน้าเขาพอดี เธอก้มตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางของอดีตคู่หมั้นผู้โง่เขลาให้เงยขึ้นสบตากับดวงตาสีมรกตที่เต็มไปด้วยความสะใจอย่างถึงที่สุด
"ยินดีต้อนรับสู่เกมฆาตกรรมนะคะ... คุณมาร์คัส" เอวาลินน์กระซิบเสียงหวานหยาดเยิ้ม แต่กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "เพราะตอนนี้ ตาฉันเป็นฝ่ายเดินเกมแล้วค่ะ"
ทว่า ในขณะที่รอยยิ้มแห่งชัยชนะกำลังแต้มอยู่บนริมฝีปากของเอวาลินน์ จู่ๆ หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือของเซดริกก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับภาพวิดีโอสดจากกล้องวงจรปิดหน้าคฤหาสน์ตระกูลคาร์ไลล์ที่ถูกส่งตรงเข้ามา... ภาพของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิท กำลังยืนถือดอกกุหลาบสีแดงสดวางไว้หน้าประตูบ้าน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังผ่านลำโพงโทรศัพท์ว่า:
*“เกมรอบนี้ สนุกพอที่จะทำให้เธอลืมหายใจหรือยังล่ะ… คุณหนูคาร์ไลล์?”*
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เอวาลินน์ปลายพู่กัน" เสมอมานะคะ!
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป•ตอนที่ 15
อำนาจที่แท้จริง
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!