ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป•ตอนที่ 20

รอยร้าวในความสัมพันธ์

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"ชื่อนั้น... ไม่ควรจะปรากฏอยู่บนหน้าจอของท่านในเวลานี้ค่ะ เซดริก" น้ำเสียงของเอวาลินน์ราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ทว่าทุกคำที่หลุดออกมากลับเย็นเยียบราวกับเศษน้ำแข็งที่กรีดแทงลงบนกลางใจ ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานส่วนตัวของคฤหาสน์คาร์ไลล์ในทันที บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกจนแทบหายใจไม่ออก แสงไฟจากโคมไฟระย้าคริスタルส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเซดริก เวสเทิร์น จนเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาสีมรกตคู่คมของเซดริกละออกจากหน้าจอแท็บเล็ตช้าๆ เขากวาดสายตามองหญิงสาวที่ยืนกอดอกอยู่เบื้องหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งคู่ในยามนี้ช่างสั้นนิดเดียว แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับถูกคั่นกลางด้วยหุบเหวแห่งกาลเวลาที่ลึกชัน "คุณกำลังระแวงฉัน เอวาลินน์" เซดริกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเหนื่อยอ่อนเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี มหาเศรษฐีผู้กุมตลาดการเงินระดับโลกผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อวิกฤตใดๆ กลับมีแววตาไหววับชั่วขณะเมื่อสบตากับหญิงสาวที่ร่วมเป็นร่วมตายเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตั้งแต่ตระกูลคาร์ไลล์ดิ่งลงสู่เหวลึก "ระแวงหรือคะ?" เอวาลินน์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอิ่มเคลือบด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น "ชื่อของ 'เอเลียนอร์ แลงلي' บุคคลที่ประกาศตัวเป็นศัตรูตัวฉกาจและกุมความลับในการล่มสลายของตระกูลฉันเมื่อยี่สิบปีก่อน... กลับโอนถ่ายเงินทุนก้อนโตเข้าสู่บัญชีสำรองลับของคุณเมื่อห้านาทีก่อน เซดริก คุณจะให้ฉันเรียกว่าอะไรดีคะ? ความบังเอิญอย่างนั้นหรือ?" ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วห้อง เซดริกไม่ได้ปฏิเสธ เขากลับเลือกที่จะนิ่งเงียบ ซึ่งความเงียบนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดแทงหัวใจของเอวาลินน์ให้ชาหนึบ ความลับที่เขาปกปิดไว้ภายใต้ท่าทีองครักษ์ผู้จงรักภักดีกำลังพังทลายลงทีละน้อย ภาพเหตุการณ์ในอดีตชาติที่แสนเจ็บปวดพรั่งพรูเข้ามาในห้วงความคิดของเอวาลินน์ ในชาติก่อน เธอก็ถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุดจนต้องจบชีวิตลงอย่างโดดเดี่ยวในห้องขังมืดมิด และในชาตินี้ เมื่อเธอยอมมอบหัวใจและเปิดประตูให้ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจเงินตราคนนี้ก้าวเข้ามาเคียงข้าง เขากลับมีความลับที่เชื่อมโยงกับศัตรูคู่อาฆาตที่เธอเกลียดชังที่สุด "ฉันมีเหตุผลของฉัน เอวาลินน์" เซดริกขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ ทว่าเอวาลินน์กลับถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อเว้นระยะห่าง การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยนั้นทำให้เซดริกชะงัก สีหน้าของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลฉายแววเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด "ทุกสิ่งที่ฉันทำ... ไม่เคยมีสักวินาทีเดียวที่ฉันทรยศคุณ" "คำพูดสวยหรูมักมาพร้อมกับความจริงที่เน่าเฟะเสมอค่ะ เซดริก" เอวาลินน์เชิดหน้าขึ้น ดวงตากลมโตจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าในอกข้างซ้ายจะรู้สึกปวดแปลบราวกับถูกบีบอัด "คุณบอกว่าคุณอยู่ข้างฉันตั้งแต่เรายังไม่มีอะไร คุณช่วยกอบกู้บริษัท ยอมเสี่ยงภัยเพื่อฉัน แต่ในขณะเดียวกัน คุณก็ติดต่อกับคนที่พยายามจะฆ่าฉันในอดีตอย่างลับๆ อย่างนั้นหรือคะ? คุณคิดว่าฉันเป็นตัวตลกในเกมธุรกิจของคุณหรือไง!" "ไม่ใช่แบบนั้น!" เซดริกขึ้นเสียงเล็กน้อยเป็นครั้งแรก มือหนาเอื้อมออกหมายจะคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้ แต่เอวาลินน์เบี่ยงตัวหลบได้อย่างรวดเร็ว สัมผัสที่เคยอบอุ่นและมั่นคงในยามวิกฤt บัดนี้กลับหลงเหลือเพียงความหวาดระแวงที่ก่อตัวขึ้นเป็นกำแพงสูงชัน "ถ้างั้นก็อธิบายสิคะ!" เอวาลินน์ตวาดกลับด้วยความอั้นตัน น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงความเฉียบคม "อธิบายให้ฉันฟังซิว่าทำไมบัญชีของคนที่ทำลายครอบครัวฉัน ถึงเชื่อมโยงกับกระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนตัวของคุณ! อธิบายสิว่าทำไมคุณถึงต้องปกปิดเรื่องนี้จากฉันมาตลอด!" เซดริกเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สันกรามของเขาขบเข้าหากันอีกครั้ง เขาเลือกที่จะเงียบ... ความเงียบที่เปรียบเสมือนยาพิษที่ค่อยๆ กัดเซาะความเชื่อใจที่พวกเขาสร้างร่วมกันมาอย่างยากลำบาก ในโลกธุรกิจ เขาอาจจะสามารถซื้อได้ทุกอย่างด้วยอำนาจเงินตรา แต่วินาทีนี้ เขากลับไม่สามารถซื้อความไว้ใจจากหญิงสาวตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย "คุณตอบไม่ได้ใช่ไหมคะ..." เอวาลินน์หลุบตาลงมองพื้นพรมราคาแพง หยดน้ำตาที่เอ่อคลออยู่หน่วยตาถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความหยิ่งทะนง เธอยืดตัวขึ้นตรง ปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาไร้ความรู้สึกอีกครั้ง แม้ว่าข้างในจะแตกสลายไม่มีชิ้นดี "ถ้าอย่างนั้น... เราคงต้องทบทวนสถานะของเราใหม่แล้วล่ะค่ะ" "เอวาลินน์ เดี๋ยวก่อน..." เซดริกเอ่ยเสียงพร่า เมื่อเห็นร่างบางหมุนตัวหันหลังให้และก้าวเดินไปยังประตูกู้อย่างเด็ดเดี่ยว "อย่าตามมาค่ะ เซดริก" เธอหยุดฝีเท้าลงชั่วขณะโดยไม่หันกลับมามอง "คืนนี้... ให้เวลาเราทั้งคู่ได้ทบทวนตัวเองเถอะค่ะ ว่าสิ่งที่เราสร้างมาด้วยกัน มันคือนวัตกรรมของความจริงใจ หรือเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาจากเกมแก้แค้นกันแน่" เสียงประตูปิดลงเบื้องหลังพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ห่างออกไป ทิ้งให้เซดริกยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่กว้างใหญ่ ความรู้สึกหนתหน่วงเข้าเกาะกุมหัวใจของมหาเศรษฐีผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าความลับที่เขาพยายามเก็บงำไว้เพื่อปกป้องเธอในท้ายที่สุด จะกลายเป็นหอกที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของพวกเขาเสียเอง ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในคฤหาสน์กำลังดิ่งลงสู่จุดที่หนེวที่สุด เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเซดริกก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมกับข้อความสั้นๆ จากหมายเลขที่ไม่ระบุตัวตน แต่กลับทำให้ดวงตาสีมรกตของเซดริกเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจขีดสุด — *'แผนการกวาดลุ้นหุ้นครั้งสุดท้ายเริ่มขึ้นแล้ว นายหญิงคาร์ไลล์กำลังเดินเข้าสู่กับดักที่เคน ริชมอนด์ เตรียมไว้ที่ท่าเรือหมายเลข 7'*. เซดริกคว้าเสื้อโค้ทตัวยาวขึ้นมาสวมด้วยความเร็วแสง ร่างสูงพุ่งตัวออกจากห้องทำงานทันทีโดยไม่ลังเล แม้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะกำลังร้าวรานถึงขีดสุด แต่ชีวิตของเอวาลินน์คือสิ่งเดียวที่เขายอมแลกได้ด้วยทุกสิ่งที่มี! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%