ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป•ตอนที่ 10

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"ถ้าพวกมันไม่ยอมกระโดดลงหลุมที่เราขุดไว้ด้วยความโลภ เราก็แค่ผลักมันลงไปให้ลึกกว่าเดิมค่ะ... เซดริก" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อiนเอ่ยขึ้น ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวของห้องประชุมลับชั้นบนสุดของตระกูลคาร์ไลล์ เอกสารกองโตบนโต๊ะหินอ่อนถูกกวาดตามองด้วยสายตาที่คมกริบดั่งใบมีด เอวาลินน์ คาร์ไลล์ ในชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นความสง่างามเย้ายวนแต่ทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจ เธอกำลังจดจ้องหน้าจอแสดงกราฟราคาหุ้นของตระกูลวอล์คเกอร์ คู่ปรับเก่าที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอในอดีต บนหน้าจอเวลานี้ หุ้นของวอล์คเกอร์กำลังพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่งจากข่าวลือที่จงใจปล่อยออกไปว่าพวกเขากำลังจะได้ครอบครองเหมืองแร่ทองคำมูลค่ามหาศาล เซดริก เวสเทิร์น ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนื้อดี ยืนประชิดอยู่เบื้องหลังเงียบๆ ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความน่าเกรงขามที่ยากจะต่อกร มือเรียวยาวรินไวน์แดงลงในแก้วคริสตัลก่อนจะยื่นให้หญิงสาว ดวงตาคมกราบกวาดมองแผ่นหลังบางด้วยความลุ่มหลงและเทิดทูน ในสายตาของมหาเศรษฐีผู้กุมเศรษฐกิจโลกเช่นเขา เอวาลินน์ไม่ใช่แค่คู่หมั้นที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่ในวันที่ตระกูลคาร์ไลล์ล่มสลาย แต่เธอคือ "ราชินี" ผู้กุมเกมกระดานการเงินที่น่ากลัวที่สุด "ข่าวลือแพร่สะพัดไปถึงหูของบารอนวอล์คเกอร์เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณหนู" เซดริกเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง "พวกมันกำลังระดมทุนครั้งใหญ่เพื่อกว้านซื้อหุ้นเพิ่ม แม้กระทั่งการจำนองคฤหาสน์และทรัพย์สินทั้งหมดที่มีเพื่อเก็งกำไรในรอบนี้" เอวาลินน์ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่งดงามแต่หยาดเยิ้มไปด้วยพิษสง ความโลภเป็นเครื่องสังเวยที่ดีที่สุดเสมอสำหรับเกมธุรกิจ "ดีค่ะ... ปล่อยให้พวกมันสำลักความโลภไปให้เต็มที่" เธอกลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ "อีกไม่ถึงสามชั่วโมง ข่าวกรองชุดที่สองที่ฉันเตรียมไว้จะถูกส่งต่อไปยังสำนักข่าวเศรษฐกิจทุกแห่ง ข่าวที่ว่าเหมืองทองคำนั้นเป็นเพียงแค่บ่อร้างที่เต็มไปด้วยหนี้สินและสารพิษ" จังหวะนั้นเอง บรรยากาศภายในห้องก็ตึงเครียดขึ้นเมื่อแผนการอันแยบยลกำลังดำเนินมาถึงจุดไคลแม็กซ์ รวดเร็ว ฉับไว และไม่เปิดโอกาสให้เหยื่อได้ตั้งตัว นี่คือสไตล์ของเอวาลินน์—การทำลายล้างคู่ต่อสู้ให้ย่อยยับคาตลาดหุ้นโดยไม่ต้องใช้กำลังแม้แต่น้อย ณ ตลาดหลักทรัพย์กลาง เมืองหลวงอันโชติช่วง เสียงกริ่งเตือนภัยการซื้อขายดังสนั่นหวั่นไหว บารอนวอล์คเกอร์นั่งเหงื่อกาฬแตกพลั่กอยู่หน้าจอเทรดดิ้งด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ เม็ดเงินมหาศาลถูกเทหมดหน้าตักลงไปในหุ้นของตนเองตามคำแนะนำของแหล่งข่าววงในที่เขาเชื่อสนิทใจ โดยไม่รู้เลยว่า ทุกคำสั่งซื้อ ทุกบาททุกสตางค์ที่เขาโอนออกไป กำลังไหลเข้าสู่กระเป๋าของบริษัทเชลล์คอมปานีที่เอวาลินน์ถือครองอยู่เบื้องหลัง "ท่านบารอนครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขาส่วนตัววิ่งหน้าตาตื่นพรวดพราดเข้ามาในห้องทำงาน ทำลายความเงียบงัน "มีอะไร! หุ้นฉันพุ่งไปถึงไหนแล้ว!" บารอนตวาดลั่นด้วยความกระวนกระวาย รอยยิ้มแห่งชัยชนะยังคงประดับอยู่บนใบหน้าอวบอิ่ม "ไม่ใช่ครับ... ทางสำนักข่าวเศรษฐกิจเพิ่งประกาศด่วน! เหมืองทองคำ... เหมืองทองคำเป็นของปลอมครับ! มันคือบ่อร้างที่ถูกสั่งปิดเพราะก่อมลพิษ แถมยังมีหนี้สินพันล้านที่ซุกซ่อนอยู่!" ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกลางวันแสกๆ หน้าของบารอนซีดเผือด ไร้สีเลือด มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาจนแทบหลุดร่วง กราฟราคาหุ้นบนหน้าจอเบื้องหน้าดิ่งเหวลงอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าการตกจากหน้าผา สีแดงฉานละลานตาบ่งบอกถึงความหายนะที่มาเยือน "ขาย! ขายหุ้นทั้งหมดเดี๋ยวนี้! เร็วเข้า!" บารอนกรีดร้องลั่นห้อง แต่ทว่า... มันสายเกินไปเสียแล้ว ในขณะเดียวกัน ที่ห้องประชุมลับของตระกูลคาร์ไลล์ เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารดิจิทัลระดับโลกดังขึ้นติดต่อกันไม่ขาดสาย *ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!* เอวาลินน์วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เธอกวาดตามองตัวเลขกำไรสุทธิที่ทะยานขึ้นหลักหมื่นล้านภายในเวลาชั่วพริบตา รอยยิ้มพึงใจระบายบนเรียวปากอิ่ม เซดริกโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าระรัวที่เต็มไปด้วยความเสน่หา "เกมนี้คุณชนะงดงามอีกแล้วครับที่รัก... และดูเหมือนว่าเหยื่อรายใหญ่กำลังจะมาเคาะประตูห้องเราด้วยตัวเองแล้ว" สิ้นเสียงของเซดริก เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของบารอนวอล์คเกอร์ผู้เนื้อตัวสั่นเทาและใบหน้าอาบหยาดเหงื่อพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสภาพราวกับสุนัขจนตรอก เขาทรุดตัวลงคุกเข่ากระแทกพื้นเบื้องหน้าเอวาลินน์ทันทีโดยไม่เหลือศักดิ์ศรีใดๆ ทั้งสิ้น "คุณหนูคาร์ไลล์... ได้โปรด... เมตตาผมด้วย!" บารอนร่ำไห้โฮ พยายามจะเอื้อมมือมาจับชายกระโปรงของเธอ แต่ถูกปลายรองเท้าส้นสูงสีดำของเซดริกเขี่ยออกอย่างรังเกียจ เอวาลินน์ก้มมองดูอดีตศัตรูผู้เคยเหยียบย่ำตระกูลเธอด้วยสายตาเย็นชาดั่งพญานาคราช เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับคนที่กำลังกวาดกลัวจนตัวสั่น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "จำวันที่คุณเหยียบย่ำพ่อของฉันได้ไหมคะ... บารอนวอล์คเกอร์? วันนี้ ฉันแค่นำดอกเบี้ยทบต้นมาคืนให้คุณเท่านั้นเองค่ะ" ทว่า ในวินาทีที่บารอนกำลังจะเอ่ยปากอ้อนวอนขอความตาย เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่แลนดิ้งลงบนดาดฟ้าตึกก็ดังสนั่นก้องไปทั่วบริเวณ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาทางระเบียง พร้อมกับเอกสารลับสุดยอดแผ่นหนึ่งที่ถูกโยนลงตรงหน้าเอวาลินน์—เอกสารที่ระบุว่า หนี้สินทั้งหมดที่เธอกว้านซื้อมาเมื่อครู่ แท้จริงแล้วถูกค้ำประกันไว้ด้วย "หัวใจ" ของตระกูลคาร์ไลล์เอง! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับเกมธุรกิจอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%