กลิ่นอายของดินปืนและกลิ่นอลูมิเนียมจากการเผาไหม้ของเอกสารลับในเตาผิงยังไม่ทันจางหาย เสียงเคาะประตูห้องทำงานส่วนตัวสามครั้งก็ดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของเซดริก
บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กเนื้อดี เอกสารทางบัญชีนับร้อยหน้าที่เพิ่งถูกกู้คืนมาจากห้องใต้ดินของตระกูลดิ่งเหว กำลังบอกเล่าเรื่องราวความเน่าเฟะที่พวกสภาสูงพยายามฝังกลบมันไว้ชั่วกาลนาน เอวาลินน์ คาร์ไลล์ ในชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิทปักด้ายเงินระยิบระยับเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ดวงตาสีไพลินคู่คมกวาดมองบุรุษตรงหน้า ผู้ซึ่งในยามปกติมักจะสวมชุดทหารรับจ้างเรียบง่าย แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ กลับยืนหยัดตระหง่านราวกับเสาหลักที่ไม่มีวันโค่นล้ม
"คุณตรวจสอบบัญชีของเขตตะวันตกเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เซดริก?" น้ำเสียงของเอวาลินน์ราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคมที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกฝ่ายที่คิดจะเล่นตลก
"เรียบร้อยแล้วครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง เรียบร้อยแล้วค่ะ" เซดริกชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างนึกขันในความเผลอไผลของตนเอง ก่อนจะวางแฟ้มหนังสีดำสนิทลงตรงหน้าเธอ "พวกมันยักยอกเงินไปกว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์ผ่านบริษัทบังหน้า และถ้าเอกสารชุดนี้หลุดไปถึงมือสำนักพิมพ์... ตระกูลมอร์ганคงล้มละลายภายในสามชั่วโมง"
เอวาลินน์รับแฟ้มนั้นมาพลิกดูอย่างรวดเร็ว สมองของเธอกำลังคำนวณตัวเลขมหาศาลด้วยความเร็วสูงราวกับเครื่องจักรกลอัจฉริยะ ทว่า... ในจังหวะที่ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอพลิกหน้ากระดาษ ปลายนิ้วนั้นบังเอิญไปแตะโดนหลังมือของเซดริกที่ยังคงวางอยู่บนโต๊ะ
ความเย็นเฉียบของเครื่องเพชรบนแหวนประจำตระกูลปะทะกับความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขา
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างใหญ่พลันเงียบสงบลงอย่างประหลาด เสียงกระดาษพลิกไหวหยุดชะงัก เอวาลินน์ชะوกหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาสีอำพันที่ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสนุกของเซดริก ในเสี้ยววินนั้น หัวใจที่เคยด้านชาและถูกหล่อหลอมด้วยความแค้น กลับเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาปกป้องเธอจากเงื้อมมือของศัตรู ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาอยู่เคียงข้างในยามที่ทรัพย์สินของตระกูลเหลือเพียงศูนย์บาท และไม่ใช่ครั้งแรกที่รอยยิ้มมุมปากของเขาทำให้เธอรู้สึกว่า ต่อให้คนทั้งโลกหันหลังให้ เธอก็ยังมี ‘ผู้ชายคนนี้’ ยืนอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่เสมอ
*ตั้งแต่มือเรียวคู่นั้นบรรจงสวมรองเท้าแก้วให้ในคืนงานเลี้ยงประมูล... หรือตั้งแต่ตอนที่เขาเอาตัวเข้ามารับกระสุนแทนเธอในโกดังร้างกันแน่นะ ที่ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขาเริ่มเปลี่ยนไป?*
เอวาลินน์หลบสายตาอย่างเนียนๆ เธอแสร้งทำเป็นสนใจตัวเลขกำไรขาดทุนในหน้าถัดไป แต่พวงแก้มขาวเนียนกลับขึ้นสีระเรื่ออย่างควบคุมไม่ได้ "คุณทำงานได้ดีมากค่ะ... เซดริก บางครั้งฉันก็สงสัยนะว่าภายใต้หน้ากากขององครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ คุณซ่อนตัวตนที่แท้จริงอะไรไว้กันแน่"
เซดริกโน้มตัวลงมาใกล้ขึ้น กลิ่นอายบุรุษเพศอันเย้ายวนผสมผสานกับกลิ่นอปุนจากป่าสนลอยเข้าแตะจมูก "ต่อให้ผมจะเป็นใคร หรือกุมอำนาจเงินตรามหาศาลไว้แค่ไหน... ตำแหน่งที่แท้จริงของผม ก็คือการได้ยืนอยู่ข้างๆ คุณในฐานะคู่ชีวิตต่างหากล่ะครับ... อ๊ะ ขออภัยค่ะ ดิฉันติดปากพูดคำว่า ครับ ไปเสียสนิท" เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
เอวาลินน์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ความเยือกเย็นที่เธอใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดพังทลายลงอย่างง่ายดายด้วยคำพูดและสายตาคู่นั้น เธอตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า เซดริกไม่ได้เป็นเพียงแค่หมากตัวสำคัญในกระดานธุรกิจแก้แค้น แต่เขาคือคนเดียวที่เธอไม่อาจสูญเสียไปได้
ทว่า ความหวานชื่นในบรรยากาศกลับถูกกระชากกระชั้นด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาทางระเบียงด้านนอก!
ก่อนที่เอวาลินน์จะได้เอ่ยปากถาม กระจกหน้าต่างบานใหญ่ก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงระเบิด! สะเก็ดไฟและควันสีดำพวยพุ่งเข้ามาพร้อมกับร่างของเงาดำสามร่างที่ถือดาบอาบยาพิษพุ่งตรงมายังพวกเขา!
เซดริกขยับตัวด้วยความเร็วแสง มือหนาคว้าเอวบางของเอวาลินน์เข้าหาตัวก่อนจะหมุนตัวหลบคมดาบที่เฉียดหัวไหล่ไปอย่างฉิวเฉียด ดวงตาสีอำพันที่เคยอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นประกายอำมหิตเย็นยะเยือกในชั่วพริบตา
"ดูเหมือนว่าพวกหนูสกปรกจะไม่อยากรอให้ถึงรุ่งสางสินะคะ" เอวาลินน์เอ่ยเสียงเย็น เยื่อใยแห่งความอ่อนหวานถูกเก็บพับลงไปทันที เหลือเพียงสตรีเหล็กผู้พร้อมจะล้างบางผู้บุกรุก
เซดริกกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม มืออีกข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิททำจากโลหะหายากที่ไม่มีวันหมดวงเงินออกมาคีบไว้ระหว่างนิ้ว พร้อมกับกดปุ่มฉุกเฉินที่เชื่อมต่อกับระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ
"เตรียมตัวให้ดีนะที่รัก..." เซดริกกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นัยน์ตากลับกวาดมองมือสังหารด้วยจิตสังหารอันรุนแรง "เพราะคืนนี้... ผมจะซื้อเกาะส่วนตัวสักแห่งไว้ให้เราไปฮันนีมูนกัน หลังจากกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากแล้ว"
สิ้นเสียงคำสั่ง เสียงใสหรืองานระบบอัตโนมัติก็ดังขึ้นจากกำแพงห้องทำงาน—*“ระบบโดรนพิฆาตและทีมหน่วยรบพิเศษ กำลังบินลงจอด ณ ลานดาดฟ้าใน 10... 9... 8...”*
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่ผลิบานท่ามกลางคราบเขม่าควันของความแค้นนะคะ!
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป•ตอนที่ 12
ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!