เสียงแจ้งเตือนจากระบบนิรภัยระดับสูงสุดดังขึ้น *ตี๊ด... ตี๊ด...* ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่หายนะ ทว่าภายในห้องทำงานส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกาแฟคั่วชั้นดีและกระดาษเอกสารราคาแพง เอวาลินน์ คาร์ไลล์ กลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า ตัวอักษรสีแดงฉานที่สะท้อนอยู่ในม่านตาของเธอกำลังสั่นคลอนรากฐานทุกอย่างที่เธอและเซดริกเพิ่งร่วมกันสร้างขึ้นมาหยิบมือ ชื่อของ "วิกเตอร์ แวน ไดーク" ปรากฏหราอยู่บนบัญชีลับนอกชายฝั่ง—มนุษย์ผู้ควรจะนอนเน่าเฟะอยู่ในคุกใต้ดินมืดมิดตลอดชีวิต กลับกลายเป็นผู้ถือครองหุ้นลับที่สามารถลقล้างมติบอร์ดบริหารของคาร์ไลล์กรุ๊ปได้ในพริบตาเดียว
“ช่างเป็นแมลงสาบที่ตายยากเสียจริงนะคะ”
เอวาลินน์พึมพำกับตัวเอง มุมปากบางเฉียบยกยดขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ไปไม่ถึงดวงตา ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะทำงานไม้ฮอกกานีเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าเต็มไปด้วยพลังแห่งการคำนวณ ในโลกธุรกิจที่ไร้ความปรานีแห่งนี้ ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวหมายถึงการถูกฉีกทึ้งจนไม่เหลือชิ้นดี แต่สำหรับเธอ... การกลับชาติมาเกิดใหม่ไม่ได้มอบโอกาสให้เธอยอมจำนนต่อโชคชะตา แต่มอบมันสมองที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนเพื่อสะสางบัญชีแค้นต่างหาก
ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงโปรสง่าของเซดริก เวสเทิร์นก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบงันราวกับเสือดาวล่าเหยื่อ เสื้อสูทสั่งตัดเข้ารูปขับเน้นไหล่กว้างและสัดส่วนสมบูรณ์แบบ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเอวาลินน์มากที่สุดไม่ใช่ความหล่อเหลาบาดใจหรืออำนาจมืดที่เขากุมไว้ในมือ หากแต่เป็นแววตาคู่คมที่ทอดมองมาที่เธอ... แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งมีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์นั้น
“คุณเห็นมันแล้วใช่ไหมครับ—เอ่อ ดิฉันหมายถึง คุณเห็นมันแล้วสินะคะ” เซดริกเปลี่ยนสรรพนามอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสีหน้าของเธอ ชายหนุ่มก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ทำงาน ก่อนจะวางมืออุ่นจัดลงบนไหล่บอบบางของเธออย่างแผ่วเบา
เอวาลินน์ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่เคยด้านชาและเต้นเป็นจังหวะเพื่อผลกำไรและการแก้แค้นมาโดยตลอด กลับกระตุกวูบอย่างแปลกประหลาด ไออุ่นจากฝ่ามือของเซดริกแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาถึงแผ่นหลัง ราวกับเปลวไฟดวงน้อยที่คอยต้านทานความหนาวยะเยือกของโลกภายนอก
“ค่ะ... ฉันเห็นแล้ว” เอวาลินน์ตอบเสียงแผ่ว เบนสายตาจากหน้าจอโฮโลแกรมขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนค้ำอยู่เหนือเธอ “วิกเตอร์กำลังเล่นเกมจิตวิทยา เขารู้ว่าถ้าล้มบริษัทไม่ได้ เขาก็จะเล่นงานความสัมพันธ์ของเรา... หุ้นก้อนนั้นถูกซื้อผ่านนอมินีที่เชื่อมโยงกับบัญชีลับของตระกูลเวสเทิร์นบางสายที่แปรพักตร์ เซดริกคะ พวกเขากำลังพยายามบีบให้คุณต้องเลือกระหว่างอำนาจกับฉัน”
เซดริกไม่ได้ตอบทันที เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นห้อง เพื่อให้ระดับสายตาของเขาอยู่ในระนาบเดียวกับเธอ ดวงตาคู่นั้นลุ่มลึกและจริงจังจนเอวาลินน์แทบจะจมดิ่งลงไป
“อำนาจและเงินตราทั้งหมดในโลกนี้ ถ้าแลกมาด้วยการสูญเสียคุณไป... มันก็เป็นเพียงแค่เศษกระดาษไร้ค่าเท่านั้นแหละครับ... ค่ะ” เซดริกเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่รีบแก้คำลงท้ายอย่างน่ารักจนเอวาลินน์เกือบจะหลุดหัวเราะออกมาในสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้
“คุณนี่นะ...” เอวาลินน์ถอนหายใจยาว ยื่นมือเรียวออกไปสัมผัสแก้มสากของชายหนุ่ม นิ้วหัวแม่มือลูบไล้โครงหน้าคมคายนั้นอย่างทะนุถนอม ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจมานานแสนนาน กลับพรั่งพรูขึ้นมาอย่างไม่อาจต้านทาน ตลอดเวลาที่ผ่านมา เซดริกคือเงาที่คอยปกป้องเธอจากความมืดมิด เป็นเกราะกำบังในวันที่เธอล้มละลาย และเป็นมืออุ่นๆ ที่คอยดึงเธอขึ้นมาจากก้นเหวแห่งความสิ้นหวัง
เธอมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการคำนวณตัวเลข การชิงไหวชิงพริบ และการตบหน้าศัตรูให้สะใจ จนเกือบลืมไปว่า... ทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่เธอบังเอิญครอบครองได้ในชีวิตใหม่นี้ ไม่ใช่บัลลังก์เงินตราหรืออาณาจักรธุรกิจพันล้าน แต่มันคือหัวใจที่มั่นคงและภักดีของชายผู้ชายคนนี้ต่างหาก
“เราจะไม่ยอมให้มันชนะค่ะ เซดริก” เสียงของเอวาลินน์เปลี่ยนเป็นหนักแน่นขึ้น แววตาฉายประกายความเด็ดเดี่ยวที่เฉียบคมยิ่งกว่าเดิม “ในเมื่อวิกเตอร์อยากเล่นเกมสงครามการเงินนัก เราก็จะเปิดหน้าแลกด้วย ‘ทุนสำรองทั้งหมด’ ที่เรามี บัญชีลับของเขาถูกค้ำจุนด้วยธนาคารพาณิชย์ในสวิสใช่ไหมคะ? งั้นเราก็แค่... ซื้อธนาคารนั้นมารวมไว้ในพอร์ตการลงทุนของเราเสียเลยสิคะ!”
เซดริกยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทรงเสน่ห์และเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวหญิงสาวตรงหน้า เขาคว้ามือของเธอขึ้นมาจุมพิตเบาๆ ที่หลังมืออย่างอ่อนโยน “รับทราบตามบัญชาครับ—ค่ะ นายหญิงของผม”
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบที่เต็มไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว ทั้งสองคนประสานสายตากันราวกับจะสื่อสารผ่านโทรจิต ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดๆ เพิ่มเติม ความไว้วางใจและความรักที่ร่วมสุขร่วมทุกข์กันมาเนิ่นนานได้หลอมรวมจิตวิญญาณของทั้งคู่ให้เป็นหนึ่งเดียว
ทว่า ในขณะที่เกมรุกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัยส่วนตัวของเซดริกก็แผดเสียงดังลั่นห้องอีกครั้ง หน้าจอโฮโลแกรมหลักดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดบริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนดาดฟ้าตึก
ภาพที่ปรากฏทำเอาลมหายใจของเอวาลินน์สะดุดกึก
เฮลิคอปเตอร์สีดำสนิทไร้สังกัดลำหนึ่งกำลังร่อนลงจอดอย่างอุกอาจ และประตูห้องโดยสารก็เปิดออก เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวในชุดเดรสยาวสีแดงเพลิงผู้หนึ่ง ก้าวลงมาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งตรงมายังกล้อง... นางคือคนที่ควรจะตายไปในเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่เมื่อสามปีก่อน! และเธอกำลังถือเอกสารลับสุดยอดที่สามารถทำลายล้างความลับทั้งหมดของเซดริกได้ในวินาทีเดียว!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เอวาลินน์มาจนถึงบทนี้นะคะ
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป•ตอนที่ 18
เมื่อผลกำไรไม่ใช่เป้าหมายเดียว
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!