รอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่เคลือบยาพิษของคีย์ยังคงค้างอยู่บนใบหน้าคมคาย ทว่าบรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของรินรดากลับลดอุณหภูมิดิ่งลงจนติดลบในชั่วพริบตา
คำทักทายอันน่ารังเกียจเมื่อครู่เปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงมากลางผิวน้ำนิ่งสนิท แรงกระแทกนั้นไม่เพียงแต่สร้างระลอกคลื่นแห่งความน่ารำคาญ หากแต่มันยังไปสะกิดแผลเก่าที่รินรดาพยายามฝังกลบมันเอาไว้ด้วยหยาดเหงื่อและความเย่อหยิ่งมาตลอดหลายเดือน
"คุณเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต... และมารยาททรามๆ แบบนี้ มันก็สมกับที่คุณยังเป็นตัวน่ารำคาญไม่เปลี่ยนเลยนะคะ คีย์"
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ ตอนนี้กลับปรับเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเรียบเฉยได้อย่างน่าทึ่ง เธอไม่อมพะนำที่จะซ่อนความรังเกียจไว้ภายใต้รอยยิ้มหยัน ทว่ามือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกลับเผลอจิกเข้าหากันจนปลายนิ้วซีดเผือด
พริมาที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากรัศมีของเจ้านายสาวปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งสนิท เลขานุการสาวไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือลนลานแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับขยับตัวเข้ามาใกล้รินรดาก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณของการปกป้อง—แม้ว่าภายนอกทั้งคู่จะเพิ่งปะทะคารมกันไปหมาดๆ ก็ตามที
"ดูเหมือนคุณคีย์จะเข้าใจอะไรผิดไปเยอะนะคะ" พริมาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมจนอีกฝ่ายต้องหันมาให้ความสนใจ "นี่คือห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูง ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะที่คุณจะเดินเข้ามาเหยียบย่ำเวลาไหนก็ได้ ถ้าไม่มีธุระสำคัญ กรุณาเชิญออกไปค่ะ ทางเราไม่มีนโยบายต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ"
คีย์หันมามองพริมา ดวงตาคมปลาบกวาดสำรวจเลขาฯ สาวหัวรั้นตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มเยาะ
"ปากเกร็งดีนี่สมกับเป็นลูกน้องคนโปรด... หรือควรจะเรียกว่า 'คนรู้ใจ' ดีล่ะครับคุณพริมา? ถึงว่า... ทำไมคุณหนูรินรดาถึงได้กล้าพยศใส่ผมนัก เพราะมีคนนี้คอยหนุนหลังนี่เอง" คีย์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานเรื่อยๆ "แต่ก็น่าเสียดายนะ... ความลับที่ผมกุมไว้ มันคงทำให้เก้าอี้ตัวนี้สั่นคลอนได้ไม่น้อยเลยล่ะ ริน"
สรรพนามที่อีกฝ่ายจงใจใช้เรียกสนิทสนมทำให้รินรดากรามกระตุก
"หุบปากของคุณซะ คีย์!" รินรดากระแทกเสียงกร้าว ความอดทนที่เหลืออยู่น้อยนิดกำลังจะหมดลง เธอเกลียดท่าทีคุกคามและความพยายามที่จะควบคุมชีวิตเธอของเขาที่สุด "นายคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้าเข้ามาเห่าหอนในบริษัทของฉัน! อยากได้เงินเพิ่มนักหรือไง ถึงได้ตามมาขandรังควานฉันไม่เลิก!"
"เงินเหรอ? หึ... ผมไม่ได้อยากได้เงินจากคุณหรอก ริน" คีย์ย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดันสายตา "สิ่งที่ผมต้องการ... คือการได้เห็นคุณกลับมาอยู่ใต้บังคับบัญชาของผมต่างหากล่ะ ผู้หญิงอวดดีอย่างคุณ... เวลาที่ไม่มีใครเอาและต้องคุกเข่าขอร้องผมน่ะ มันน่ามองที่สุดเลยรู้ไหม?"
บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันทางจิตวิทยาถาโถมเข้าใส่รินรดาอย่างหนักหน่วง ภาพความทรงจำอันเลวร้ายในอดีต—ช่วงเวลาที่เธอเคยถูกบงการ ถูกทำลายความเชื่อมั่น และถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีโดยผู้ชายคนนี้กำลังไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกกรอซ้ำ
รินรดาพยายามจะเชิดหน้าขึ้นสู้ ทว่าร่างกายเจ้ากรรมกลับเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ความเย่อหยิ่งที่เธอใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดชีวิตกำลังถูกกะเทาะออกทีละน้อย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความโกรธแค้นผสมผสานกับความหวาดกลัวที่ถูกฝังลึก
พริมาสังเกตเห็นความผิดปกติที่ฉายชัดผ่านดวงตาคู่สวยที่เริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ แม้รินรดาจะพยายามกะพริบตาไล่ความอ่อนแอนั้นออกไปสักแค่ไหนก็ตามที หัวใจของเลขานุการสาวกระตุกวูบ ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะระเบิด เมื่อตระหนักได้ว่าผู้ชายสารเลวคนนี้กำลังทำลายเกราะป้องกันสุดท้ายของผู้หญิงที่เธอปฏิเสธไม่ได้ว่า... รู้สึกห่วงใยเหนือเกณฑ์มาตรฐาน
"ถอยออกไปจากคุณรินเดี๋ยวนี้ค่ะ!"
พริมาก้าวเข้าไปแทรกกลางระหว่างคีย์กับโต๊ะทำงานทันที แรงผลักอันทรงพลังที่ไม่ได้ตั้งตัวทำให้คีย์เซถอยหลังไปสองก้าว เลขานุการสาวแผ่รังสีความดุดันออกมาอย่างไม่เกรงกลัว แววตาแข็งกร้าวคู่นั้นจ้องมองคีย์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ถ้าไม่อยากให้ฉันเรียก รปภ. มาลากคอคุณออกไปละก็ กรุณาไสมหัวออกไปจากห้องนี้ซะ!"
คีย์หน้าเสียไปชั่วขณะเมื่อถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ ไล่ตะردอย่างไม่ไว้หน้า เขาปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน
"ฝากไว้ก่อนเถอะ... หวังว่าความลับที่คุณปกปิดไว้น่ะ มันจะเหนียวแน่นพอที่จะทนแรงกระแทกไหววันที่ความจริงเปิดเผยนะคุณหนูรินรดา" คีย์ส่งยิ้มหยันให้อีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้าออกจากห้องไปอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้บรรยากาศอันหนักอึ้งและความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ
ปัง!
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับการลับสายตาของคีย์ ทว่าความตึงเครียดในห้องไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
พริมาถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันกลับมามองเจ้านายสาวที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม มือเรียวทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องานนิ้วขาวซีด ไหล่บางเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยอย่างน่าใจหาย
"คุณริน..." พริมาเรียกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวช้าๆ ทว่าทันทีที่เอื้อมมือจะแตะลงบนไหล่บาง รินรดาก็สะดุ้งสุดตัวและปัดมือเธออกทันที
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!"
เสียงที่ตวาดออกมานั้นแหบพร่าและสั่นเครือจนผิดปกติ เมื่อพริมาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่มักจะเชิดหยิ่งและเปี่ยมด้วยความมั่นใจเสมอในยามนี้ กลับพบกับภาพที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
หยาดน้ำตาเม็ดโตกำลังไหลรินลงมาอาบแก้มเนียนอย่างเงียบงัน รินรดากำลังร้องไห้... ร้องไห้ต่อหน้าเธอ—ผู้หญิงที่เธอเคยประกาศกร้าวว่าเป็นแค่ลูกจ้างและคู่ปรับตัวฉกาจ
มันไม่ใช่เสียงสะอื้นฟูมฟาย แต่มันคือหยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจ ความเจ็บปวด และความเปราะบางที่ถูกเก็บกดเอาไว้ภายใต้กำแพงความหย่อหยิ่งมาเนิ่นนาน และในวินาทีที่กำแพงบานนั้นพังทลายลง รินรดาก็ไม่เหลือเกราะป้องกันใดๆ อีกต่อไป
พริมานิ่งอึ้งไปชั่ววินาที หัวใจกระตุกวาบด้วยความเจ็บแปลกประหลาดที่แล่นริ้วเข้ามาในอก ภาพความร้ายกาจทั้งหมดของรินรดาเลือนหายไปในพริบตา เหลือเพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัวและโดดเดี่ยวท่ามกลางโลกอันโหดร้าย
ไม่รอให้ความคิดอื่นใดมาขัดจังหวะ พริมาตัดสินใจก้าวเข้าไปประชิดตัว ดึงร่างที่กำลังสั่นเทานั้นเข้ามากอดแนบอกอย่างแนบแน่นทันที
"ปล่อยนะ... ฮッ... บอกว่าอย่ามายุ่งไง..." รินรดาพยายามทุบตีไหล่ของพริมาด้วยแรงอันน้อยนิด พร้อมกับเสียงสะอื้นที่เริ่มเล็ดลอดออกมาจากลำคอ เธอยิ่งดิ้นรนเท่าไหร่ อ้อมกอดของพริมาก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นเท่านั้น
"ร้องออกมาเถอะค่ะ... ไม่มีใครอยู่ตรงนี้แล้ว" พริมากระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเธอ มือเรียวอีกข้างลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยอย่างอ่อนโยน ไร้ซึ่งร่องรอยของการประชดประชันหรือการปั่นประสาท มีเพียงความอบอุ่นจริงใจที่ส่งผ่านไปให้อีกฝ่ายได้รับรู้ "ถ้าเหนนัก... ก็พิงพักไว้ที่ฉันก่อนก็ได้ค่ะคุณริน"
รินรดาชะงักกึก แรงขัดขืนค่อยๆ
ละลายหายไปตามหยดน้ำตาที่ซึมซับลงบนเสื้อเชิร์ตของพริมา สุดท้าย เธอก็ยอมทิ้งมาดคุณหนูจอมหยิ่ง ยอมซบใบหน้าลงกับลาดไหล่ของเลขาฯ สาว และปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใครเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งอยู่ในช่วงเวลาแห่งความเปราะบางและอ้อมกอดที่อบอุ่นเกินกว่าหน้าที่การงาน...
แกร็ก!
เสียงบิดลูกบิดประตูด้านนอกที่ควรจะถูกล็อกไว้ ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ โดยที่พวกเธอไม่มีทางคาดคิดมาก่อนเลยว่า... เขาคนนั้นจะมาปรากฏตัวในเวลานี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชอบความอบอุ่นปนเปื้อนน้ำตานี้ค่ะ!
ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง•ตอนที่ 27
กำแพงที่พังลง
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!