เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาบนโต๊ะทำงานไม้สักทองดังสนั่น กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยลดทอนอุณหภูมิความคุตรุ่นที่กำลังแผดเผาอยู่ในอกของพริมาเลยแม้แต่น้อย เลขาฯ สาวสายสตรองยืนกอดอก แว่นทรงเก๋ถูกดันขึ้นด้วยปลายนิ้วเรียวเล็กอย่างใช้ความคิด ทว่าดวงตากลมโตที่จ้องมองไปยังร่างระหงของเจ้านายสาวตัวดีกลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความท้าทาย
“คุณรินรดาคะ... กรุณาเลิกเล่นเกมซ่อนหาทางสายตากับดิฉันเสียทีค่ะ” พริมาเปิดฉากด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท แต่เฉียบคมจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “เราไม่ใช่เด็กๆ ที่จะมาวิ่งไล่จับความรู้สึกกันไปวันๆ ถ้าคุณยังเห็นว่าความสัมพันธ์ของเรามันมีค่าพอ คุณช่วยตอบให้มันเคลียร์เสียทีค่ะว่า... สรุปแล้วดิฉันอยู่ในสถานะอะไรสำหรับคุณกันแน่?”
รินรดาชะงักมือที่กำลังหมุนปากกาหมึกซึมราคาแพง ดวงตากลมโตคู่สวยที่มักจะใช้มองคนอื่นด้วยความเย่อหยิ่งและเหยียดหยาม ไหววูบไปชั่วขณะ เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานหรูอยู่หลายอึดใจ ก่อนที่หญิงสาวจะหัวเราะในลำคอเบาๆ พยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอกด้วยท่าทีเย่อหยิ่งตามสัญชาตญาณ
“สถานะเหรอคะ?” รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวช้าๆ เข้ามาประชิดตัวเลขาฯ สาวจนพริมาต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว “ทำไมคะ คุณพริมา... แค่ตำแหน่งเลขาฯ หน้าห้องที่ต้องคอยตามเช็ดตามล้างปัญหาให้ฉัน มันยังไม่สะใจพอเหรอ ถึงได้อยากเลื่อนขั้นมาเป็นเจ้าหนี้ชีวิตฉันอีกคน”
“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะคะ!” พริมาสวนกลับทันควัน ดวงตาคู่นคมวาววับด้วยความโกรธกรุ่น “ดิฉันไม่ได้อยากเป็นเจ้าหนี้ชีวิตใคร และไม่ได้อยากเป็นแค่เบี้ยล่างให้คุณคอยปั่นหัวเล่นตามอำเภอใจ! วันก่อนคุณทำตัวเหมือนคนหึงหวงดิฉันจะเป็นจะตายกับคีย์ แต่วันนี้คุณกลับทำตัวเย็นชาเหมือนเราเป็นแค่คนแปลกหน้า... คุณรินรดาคะ สนุกมากไหมคะกับการปั่นหัวคนอื่นเล่นจนหัวปั่นแบบนี้?”
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจทำเอารินรดาชะงักงัน เธอจ้องมองใบหน้างามที่กำลังขึ้นสีระเรื่อด้วยความโกรธ ความจริงแล้ว... หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ความใกล้ชิดที่ระเหิดความเย็นชาออกไปทีละน้อย ทำให้รินรดารู้สึกว่าเกราะกำบังที่เธอสร้างไว้รอบตัวกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า แต่ความกลัวที่จะต้องพ่ายแพ้และความหยิ่งยโสที่ค้ำคออยู่ ก็ทำให้ริมฝีปากบางเฉียบนั้นยังคงเลือกที่จะพ่นคำพูดร้ายกาจออกไปเพื่อปกป้องตัวเอง
“ถ้าคุณคิดว่าฉันกำลังเล่นสนุก... งั้นคุณก็คงโง่มากนะคะที่อนุญาตให้ตัวเองอินไปกับเกมของฉัน” รินรดาเชิดหน้าขึ้นสูง แว้งกัดด้วยน้ำเสียงที่ตั้งใจจะให้เจ็บแสบที่สุด “จำไว้ด้วยค่ะพริมา คนอย่างรินรดาไม่เคยเอาหัวใจมาทิ้งไว้กับใคร... โดยเฉพาะกับเลขาฯ ปากเก่งอย่างคุณ!”
เพล้ง!
ไม่ใช่เสียงแก้วแตก แต่เป็นเสียงสะั่นไหวในความรู้สึกของพริมาที่ขาดผึ่งลงตรงนั้น ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาด้วยความคับแค้นใจ แต่หญิงสาวกลับเลือกที่จะกลืนมันลงคออย่างเด็ดเดี่ยว เธอแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นการหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนานโดยสิ้นเชิง
“ค่ะ! ดิฉันมันโง่เองที่เคยคิดว่าภายใต้ท่าทางเย่อหยิ่งไร้หัวใจของคุณ มันจะมีพื้นที่ให้คนอื่นได้เข้าไปยืนบ้าง” พริมาก้าวเข้าไปประชิดรินรดาบ้าง ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจสั่นสะท้าน “ในเมื่อคุณยืนยันว่ามันเป็นแค่เกม... งั้นเราก็จบกันแค่นี้ค่ะ เชิญคุณเล่นเกมคนเดียวไปตามสบายเถอะค่ะคุณรินรดา ดิฉันขอลาออก!”
คำว่า ‘ลาออก’ กระแทกเข้าเต็มหน้าอกของทายาทตระกูลดังราวกับถูกตบด้วยมือเปล่า รินรดาเบิกตากว้าง ความเย่อหยิ่งทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา ความตื่นตระหนกแล่นพล่านขึ้นมาเกาะกุมหัวใจจนเธอเผลอยื่นมือออกไปคว้าข้อมือเรียวของพริมาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
“เดี๋ยวสิคะ... คุณหมายความว่ายังไง!” รินรดาเผลอหลุดเสียงหลง ความแข็งกร้าวเมื่อครู่วันนี้หายไปไหนหมด เหลือเพียงความหวาดกลัวลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาคู่นั้น “คุณไม่มีสิทธิ์มาบอกลาออกนะพริมา! ฉันยังไม่อนุญาต!”
“ดิฉันเป็นลูกจ้างค่ะ ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ย” พริมาสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างเด็ดขาด แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความผิดหวังและเยдя เย็นชา “ปล่อยค่ะ... ดิฉันหมดธุระกับคนใจร้ายอย่างคุณแล้ว”
พริมาหมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินออกจากห้องทำงานนั้นทันที หัวใจของเธอเจ็บแปลบจนแทบหายใจไม่ออก แต่เธอก็ไม่อินทรีย์พอที่จะยอมยืนให้คนใจร้ายคนนี้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีเล่นได้อีกต่อไปแล้ว รินรดากลั้นใจ มองตามแผ่นหลังบางที่กำลังจะก้าวพ้นขอบประตู ความตระหนกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดกำลังกรีดร้องบอกว่า ถ้าปล่อยให้คนคนนี้เดินออกไปจากชีวิตตอนนี้ เธอจะไม่มีวันได้เธอกลับคืนมาอีกเลย
“พริมา! เดี๋ยว...!” รินรดาร้องเรียกเสียงหลง ก้าวเท้าจะพุ่งตามไปคว้าตัวไว้
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของรินรดาจะเอื้อมไปถึงชายเสื้อของเลขาฯ สาว ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาด้วยแรงมหาศาลจากบุคคลภายนอก พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาเสียก่อน
“อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย... คุณริน”
เสียงนั้นทำให้ทั้งพริมาและรินรดาต้องชะงักค้าง หันขวับไปมองผู้มาใหม่ที่ยืนยันรอยยิ้มพราวเสน่ห์อยู่ที่หน้าประตู... คีย์ ก้าวเข้ามาพร้อมกับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ แววตาคมกริบกวาดมองคนทั้งสองสลับกันไปมาด้วยความหมายที่ซ่อนเร้นบางอย่าง ซึ่งทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุน "สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี" เสมอมานะคะ!
ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง•ตอนที่ 19
พริมาไม่ยอมเป็นของเล่น
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!