เสียงกริ่งเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยในลานจอดรถ VIP ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท แต่วินาทีนี้ รินรดาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหันกลับไปมองกล้องวงจรปิดด้วยซ้ำ ในเมื่อเบื้องหน้าของเธอกำลังเผชิญหน้ากับ "ตัวปัญหา" ที่อุกอาจยิ่งกว่าผู้บุกรุกหน้าไหนๆ
พริมาไม่ได้ขยับหนี
เลขาสาวตัวแสบยืนพิงสะโพกติดกับประตูรถยนต์คันหรูของเจ้านายสาว ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่ทำเอารินรดาอยากจะยกมือขึ้นมานวดขมับให้รู้แล้วรู้รอด
"คุณรินจะยืนทำหน้าเป็นยักษ์ปักหลั่นอีกนานไหมคะ หรือว่าติดใจบรรยากาศลานจอดรถตอนตีสอง จนไม่อยากไปรีสอร์ตที่เขาใหญ่แล้ว" เสียงหวานใสเอ่ยแซะอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืด นัยน์ตาคู่สวยกวาดมองร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปที่ยังคงยืนกอดอกแน่น
"พริมา!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ "นี่เธอยังมีอารมณ์มาเล่นลิ้นอีกเหรอคะ เสียงเตือนภัยดังขนาดนั้น เธอยังไม่รู้อีกหรือไงว่าคีย์มันส่งคนสะกดรอยตามเรา!"
"รู้ค่ะ หูฉันไม่ได้หนวกนะคะคุณบอส" พริมาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะขยับตัวเข้ามาประชิดร่างสูงขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวลอยมาแตะจมูกจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "แต่ถ้าเรามัวแต่ตื่นตูมตามเกมของเขา เราก็จะเป็นฝ่ายวิ่งตามหลังเขาอยู่ร่ำไป... อีกอย่าง ฉันจัดการล็อกล้อรถไอ้คุณชายอดีตคนรักเก่าของคุณเรียบร้อยแล้วค่ะ ตั้งแต่ตอนที่คุณมัวแต่ยืนอึ้งอยู่บนลิฟต์นั่นแหละ"
ดวงตากลมโตของทายาทตระกูลดังเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "เธอ... ทำอะไรนะ?"
"ก็ทำให้เขาขับตามเราไม่ได้สักพักใหญ่ๆ ไงคะ" พริมายิ้มพราย รอยยิ้มที่ชวนให้คนมองทั้งหมั่นไส้และใจสั่นในเวลาเดียวกัน "รีบขึ้นรถเถอะค่ะคุณริน ระยะทางจากกรุงเทพฯ ไปเขาใหญ่ไม่ได้ใกล้เลยนะคะ แล้วถ้าฉันต้องนั่งรถไปกับคนหงุดหงิดตลอดทาง มีหวังหูฉันคงชาจนถึงที่หมายพอดี"
พูดจบ เลขาสาวก็เปิดประตูฝั่งผู้โดยสารแล้วหย่อนตัวลงไปนั่งอย่างถือวิสาสะ ทิ้งให้รินรดายืนนิ่งค้างอยู่กลางลานจอดรถ สมองประมวลผลไม่ทันกับความกะล่อนที่เหนือชั้นกว่าทุกครั้งของอีกฝ่าย
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้ชักจะกำแหงเกินไปใหญ่แล้วนะคะ!
รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากอาคารสำนักงานใหญ่ฝ่าความมืดของมหานครยามวิกาล บรรยากาศภายในห้องโดยสารอบ ล้วนเต็มไปด้วยความเงียบงันที่มีน้ำหนักถ่วงทับ หัวใจของคนทั้งคู่เต้นผิดจังหวะด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน รินรดากุมพวงมาลัยแน่น สายตาทอดมองถนนเบื้องหน้าที่มีแสงไฟจากเสาข้างทางสาดส่องเป็นระยะ ด้านข้างคือพริมาที่เอนเบาะพิงพนัก หลับตาพริ้มราวกับไม่มีเรื่องเครียดใดๆ ในโลก
ผ่านไปเกือบชั่วโมงเต็ม บนทางหลวงสายหลักที่มุ่งสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ความเงียบก็ถูกทำลายลง
"คุณรินคะ"
เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด รินรดาเหลือบสายตามองกระจกมองหลังแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมามองถนน "มีอะไรคะ ง่วงก็หลับไปสิ ยังต้องขับรถอีกไกล"
"ไม่ได้ง่วงค่ะ แค่สงสัย" พริมาลืมตาขึ้น ชำเลืองมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเจ้านายสาวที่ดูเคร่งเครียด "ทำไมคุณถึงยังเก็บรูปถ่ายใบนั้นไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานล่ะคะ"
รินรดาชะתงมือที่จับพวงมาลัยเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบ รูปถ่ายใบนั้น... รูปคู่ระหว่างเธอกับคีย์เมื่อสมัยยังคบหากัน ซึ่งถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดในชั้นลับของโต๊ะทำงาน ทำไมพริถึงรู้?
"เธอรื้อค้นโต๊ะฉันเหรอพริมา!" น้ำเสียงของคนเป็นบอสเข้มขึ้นทันที หันขวับมามองเลขาด้วยความไม่พอใจ
"ไม่ได้เรียกว่ารื้อค่ะ เรียกว่า 'จัดระเบียบ' ต่างหาก" พริมาตอบหน้าตาเฉย ไม่มีความสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย "และบอกตามตรงนะคะ... สายตาที่คุณมองรูปนั้น กับสายตาที่คุณมองฉันตอนนี้ มันคนละเรื่องกันเลย"
"พริมา!"
"ฉันพูดความจริงนี่คะ" พริมาขยับตัวหันมาประจันหน้าในความมืด แสงไฟข้างทางที่วาดผ่านใบหน้าทำให้ดวงตาคู่นั้นดูประกายระยิบระยับ ชวนให้คนมองรู้สึกร้อนรุ่มในอกอย่างประหลาด "คุณยังติดค้างกับอดีต หรือแค่กลัวว่าตัวเองจะมีความสุขกับปัจจุบันกันแน่คะ คุณริน"
คำถามนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนกลางใจ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เผลอเหยียบคันเร่งโดยไม่รู้ตัวจนรถพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความอึดอัดและแรงดึงดูดบางอย่างที่รุนแรงเสียจนน่ากลัว
"เธอไม่มีสิทธิ์มาล่วงเกินความรู้สึกของฉันนะพริมา" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาเกราะกำบังอันเย่อหยิ่งเอาไว้ให้, ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ "เธอเป็นแค่เลขา... หน้าที่ของเธอคือทำตามคำสั่ง ไม่ใช่มาวิเคราะห์ชีวิตส่วนตัวของฉัน!"
พริมาไม่ถอย นัยน์ตาทอประกายความดื้อรั้นที่เด่นชัดขึ้นในความมืด "ถ้าฉันเป็นแค่เลขา... งั้นคำสั่งนี้ในฐานะเจ้านาย คุณช่วยหันมามองหน้าฉัน แล้วตอบคำถามเมื่อกี้ให้ได้ซิคะว่า... คุณยังต้องการผู้ชายคนนั้นอยู่จริงๆ เหรอ?"
รถยนต์หักเลี้ยวเข้าสู่พื้นที่รีสอร์ตหรูบนเนินเขาตามเป้าหมาย ยามวิกาลที่เงียบสงบโอบล้อมสถานที่ไว้ด้วยความหนาวเย็น รินรดาดับเครื่องยนต์ ความเงียบสงบกลับมาอีกครั้ง แต่หัวใจของคนทั้งคู่กลับเต้นระรัวราวกับกลองศึก
รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย ลมหายใจสะดุดติดขัดเมื่อพริมาไม่ได้ขยับลงจากรถ แต่มือเรียวกลับเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่หลังมือของเธอซึ่งยังวางอยู่บนเกียร์ แรงสัมผัสเพียงแผ่วเบานั้นกลับร้อนผ่าวราไฟลามทุ่ง
"คุณริน..." เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงลมหายใจดังชิดริมหู เมื่อพริมาโน้มตัวข้ามคั่นกลางมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่น รินรดาสบตากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววท้าทายและเว้าวอนในเวลาเดียวกัน "เลิกหลอกตัวเองสักทีได้ไหมคะ..."
ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดรดรอยต่อความรู้สึกที่พังทลายลงทีละน้อย รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความสับสนระคนตื่นเต้น
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะกระจกรถจากภายนอกดังขึ้นกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังอบอวลจนแตกกระเจิง
รินรดาสดุ้งสุดตัว ผละออกจากพริมาอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ ก่อนจะหันไปมองผ่านกระจกด้านคนขับ และหัวใจของเธอก็ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ร่างสูงโปรดของใครบางคนยืนยิ้มเยาะอยู่ภายใต้แสงไฟสลัวของรีสอร์ต—คีย์ยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับช่อกุหลาบสีแดงเพลิงในมือ และสายตาที่มองตรงมาด้วยความเย้ยหยันราวกับผู้ชนะ
เขามารออยู่ที่นี่ก่อนแล้ว...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความแสบปนหวานนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง•ตอนที่ 11
ทริปดูงานที่ไม่ได้มีแค่งาน
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!