เสียงกุญแจกระทบกันยามที่ถูกดึงออกจากรูกุญแจดังขึ้นกริ๊กเดียว ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของ ‘คีย์’ จะก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตความเป็นส่วนตัวของห้องทำงานบนชั้นเพนต์เฮาส์ราวกับเป็นเจ้าของเสียเอง
รินรดาขยับตัวถอยหลังตามสัญชาตญาณเมื่อบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญปรากฏกายขึ้น ทว่าสะโพกอิ่มกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานกระจกเข้าอย่างจัง ขณะที่พริมาซึ่งยืนประชิดตัวเธออยู่ก่อนหน้านี้ไม่ยอมขยับหนีแม้แต่น้อย เลขานุการสาวกลับอาศัยจังหวะชุลมุนนี้แสร้งทำเป็นเสียหลักโน้มตัวลงมาซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ของเธอเพื่อซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"อุ๊ย... แขกยามวิกาลมาเยือนแบบนี้ เสียมารยาทแย่เลยนะคะคุณบอส" พริมาจงใจกระซิบชิดใบหูของรินรดาด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้บุคคลที่สามได้ยินชัดเจน ลลมหายใจอุ่นที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ หัวใจเต้นรัวแรงด้วยความตกใจปนความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
"คีย์! ใครอนุญาตให้คุณเข้ามา" รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองอดีคนรักเก่าที่ยืนถือวิสาสะกวาดสายตามองมาที่พวกเธอทั้งสองด้วยรอยยิ้มเย็นชา ความเย่อหยิ่งถูกยกขึ้นมาเป็นเกราะป้องกันทันทีตามวิสัยของคุณหนูตระกูลดัง
คีย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาสีเข้มกวาดมองสภาพที่ค่อนข้างล่อแหลมของเจ้านายและเลขานุการสาวสลับกันไปมา "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ฉันก็แค่นึกว่าเป็นห่วง... ไม่คิดเลยนะคะว่าจะได้เห็นภาพเด็ดสะระตี่ขนาดนี้ รินดาขา... เผลอแป๊บเดียว รสนิยมเปลี่ยนไปชอบเลขาฯ ตัวเองแล้วเหรอคะ"
คำพูดเชิงเหน็บแนมนั้นทำเอารินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ทว่าก่อนที่เธอจะได้สวนกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือน พริมาก็เป็นฝ่ายผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว
"ถ้าตาไม่บอดจนเกินไป ก็น่าจะมองออกนะคะว่าเรากำลังคุยเรื่องงานกันอยู่... หรือว่าสมองของคุณคีย์จะจำกัดความคำว่า 'งาน' ไว้ในรูปแบบอื่นคะ ถึงได้จินตนาการไปไกลถึงไหนต่อไหน" พริมาสวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่มนวลแต่เจ็บแสบถึงทรวงใน รอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษนั้นทำให้คีย์หน้าตึงขึ้นมาทันที
"ปากเก่งดีนี่... หวังว่าเก่งแต่ปากแบบนี้ จะช่วยให้บริษัทนี้รอดพ้นจากวิกฤตที่ฉันกำลังจะเอามาฝากนะคะ" คีย์โยกแฟ้มเอกสารในมือลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังปึง ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปพร้อมรอยยิ้มทิ้งทวนที่น่าขนลุก "ฝันดีนะคะรินดา... ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ เพราะหมาป่ามันไม่ได้มีแค่ตัวเดียว"
ประตูห้องปิดสนิทลงพร้อมกับการจากไปของคีย์ ทิ้งความอึดอัดไว้เบื้องหลังชั่วขณะหนึ่ง รินรดาระบายลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ด้วยความเหนื่อยล้า เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง ปัญหารุมเร้าจากภายนอกยังไม่น่าปวดหัวเท่ากับคนใกล้ตัวที่ยืนตีหน้าเฉยอยู่ตรงหน้า
"มองอะไรคะคุณเลขาฯ จะยืนเป็นอนุสาวรีย์อยู่ตรงนั้นอีกนานไหม" รินรดาเอ่ยเสียงห้วน ปัดป้องความรู้สึกวูบวาบที่ยังคงหลงเหลือจากสัมผัสเมื่อครู่
พริมาเพียงแต่ยิ้มมุมปาก เธอเดินเข้าไปใกล้เก้าอี้ทำงานก่อนจะโน้มตัวลงใช้มือสองข้างเท้าพนักพิง โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "ก็มองคนที่กำลังหน้าแดงเพราะเขินฉันอยู่ไงคะ... หรือว่าจะให้ทวนความจำเรื่องเมื่อกี้ซ้ำอีกรอบดีล่ะคะ คุณบอส"
ความร้อนพุ่งขึ้นริ้วบนพวงแก้มของรินรดาอย่างควบคุมไม่ได้ เธอผลักไหล่บางของพริมาออกเบาๆ "เพ้อเจ้อ! กลับบ้านไปได้แล้วค่ะ ดึกมากแล้ว"
การเดินทางกลับลงมาจากเพนต์เฮาส์ในยามวิกาลเต็มไปด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด ทว่าในขณะเดียวกันบรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความอุ่นร้อนบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก รินรดากดลิฟต์ลงไปยังชั้นจอดรถ VIP โดยมีพริมายืนอยู่เคียงข้างอย่างแนบชิดเนื่องจากพื้นที่จำกัด
แสงไฟนีออนสีนวลภายในลิฟต์ส่องกระทบลงบนเส้นผมและผิวเนียนละเอียดของคนข้างกาย รินรดาเหลือบสายตามองเสี้ยวหน้าของพริมาเงียบๆ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือสตรอว์เบอร์รีจางๆ ลอยกรุ่นเข้ามาแตะจมูก ทุกครั้งที่ลิฟต์เคลื่อนตัวลงต่ำ แรงโน้มถ่วงทำให้ร่างของทั้งคู่เซเข้าหากันโดยไม่ได้ตั้งใจ
ติ๊ง! เสียงเตือนเมื่อลิฟต์หยุดลงที่ชั้นจอดรถดังขึ้นเบาๆ แต่ทว่าไม่มีใครขยับตัวก้าวออกไป รินรดายังคงยืนนิ่งขวางประตูลิฟต์ไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง ขณะที่พริมาถูกต้อนให้ถอยหลังจนแผ่นหลังแนบชิดกับผนังกระจกเย็นเฉียบของลิฟต์
สายตาของทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด ความเงียบงันรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนหายไปเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน
"ทำไมไม่ยอมออกไปล่ะคะ" พริมาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความซุกซน ทว่าลมหายใจที่สะดุดเล็กน้อยกลับทรยศความนิ่ง
รินรดาไม่ตอบ เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกนิด มือเรียวยาวเอื้อมไปกดปุ่มปิดประตูลิฟต์ซ้ำอีกครั้งจนไฟสถานะติดค้าง บรรยากาศสีชมพูละมุนตาโรยตัวลงมาโอบล้อมคนทั้งคู่ไว้ในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้ กลิ่นน้ำหอมที่ติดใจจากกายสาวลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูกจนรินรดารู้สึกมึนศีรษะอย่างประหลาด
"ยังไม่อยากออกไปค่ะ..." รินรดากระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากบางเฉียบขยับเข้าใกล้ใบหูของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ "เพราะฉันยังมีเรื่อง... ที่ต้องคิดบัญชีกับคุณเลขาฯ จอมแสบคนนี้ให้รู้เรื่องเสียก่อน"
พริมายิ้มรับความท้าทายนั้นอย่างไม่เกรงกลัว เธอยกมือขึ้นโอบรอบลำคอระหงของเจ้านายสาว ปลายเล็บสะกิดเบาๆ ที่ท้ายทอยจนรินรดาต้องสะดุ้งสุดตัว "ถ้าอย่างนั้น... คุณบอสกล้าพอที่จะรับมือกับฉันจนถึงเช้าไหมล่ะคะ"
ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหากันเพื่อปิดระยะห่างสุดท้าย เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของตึกก็ดังลั่นสนั่นหูพร้อมกับไฟในลิฟต์ที่กะพริบและดับวูบลงเหลือเพียงแสงไฟสำรองสีแดงก่ำที่สาดส่องลงมาสลับกับเสียงประกาศจากระบบรักษาความปลอดภัยที่ดังแทรกเข้ามา...
— "แจ้งเตือนภัย! พบผู้บุกรุกบริเวณชั้นจอดรถ VIP กรุณาตรวจสอบความปลอดภัยด่วน!" —
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนระทึกในตอนนี้ด้วยกันนะคะ ห้ามพลาดตอนหน้าเด็ดขาดค่ะ! 🍓✨
ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง•ตอนที่ 10
กลิ่นน้ำหอมที่ติดใจ
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!