เศษกระจกบานใหญ่ที่แตกละเอียดกลายเป็นประกายระยิบระยับบนพื้นพรมราคาแพง ทว่าไม่มีใครมีสิทธิ์สนใจความเสียหายนั้น เมื่อเงาร่างของคีย์ทาบทับเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก มีดสั้นในมือสะท้อนแสงไฟนีออนวาววับจนรินรดาต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงตบโต๊ะดังสนั่นก็แหวกลมหายใจตึงเครียดขึ้นเสียก่อน
"เชิญค่ะคุณคีย์ ทางออกอยู่ทางนั้น หรือจะให้ดิฉันโทรเรียก รปภ. มาเชิญออกไปพร้อมกับข้อหาบุกรุกและพยายามทำร้ายร่างกายดีคะ?"
พริมาไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อย เลขานุการสาวก้าวขึ้นมาขวาง1ก้าวเต็ม ร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปยืนหยัดด้วยความมั่น and สายตาคมกริบจ้องตรงไปที่อดีคนคนรักเก่าของเจ้านายอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวสวยล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดปลดล็อกหน้าจอเตรียมพร้อมอย่างเลือดเย็น
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุดิgitมองเลยผ่านพริมาไปสบตากับรินรดาที่ยืนหน้าซีดอยู่ด้านหลัง "เธอเลี้ยงหมาเฝ้าบ้านได้ดุดีนี่ริน... ระวังมันจะแว้งกัดเข้าสักวัน"
"คนที่น่าสมเพชที่สุดในห้องนี้คือคุณค่ะคีย์ ออกไปซะ!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน แม้ขาจะสั่นเทาด้วยความตกใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่ศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งถูกดึงกลับมาตั้งกำแพงทันทีเมื่อมีพริมายืนอยู่เคียงข้างในระยะประชิด
เมื่อเสียงประตูกระจกปิดลงพร้อมกับการมาถึงของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่พริมาแอบส่งสัญญาณเรียกผ่านระบบภายใน ความเงียบอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมห้องทำงานใหญ่อีกครั้ง เศษกระจกถูกมองข้ามไปชั่วขณะ แต่สงครามประสาทยังคงคุกรุ่นยิ่งกว่าเดิม
รินรดาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังแท้ด้วยความหงุดหงิดระคนหวาดระแวง อกบางกระอมกระแอมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่ยังไม่สงบดีนัก ดวงตากลมโตตวัดมองเลขาฯ ของตัวเองที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ใครใช้ให้เธอเข้าไปขวางเขาเมื่อกี้? บ้าหรือเปล่าพริมา ถ้ามันแทงเธอขึ้นมาฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!" รินรดาเปิดฉากต่อว่าทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในใจ น้ำเสียงตวาดแว้ดด้วยความเคยชินแต่นัยน์ตากลับไหวระริก
"เป็นห่วงดิฉันเหรอคะคุณริน?" พริมาย้อนถามเสียงใส ใบหน้าสวยเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย "นึกว่าคุณรินจะดีใจเสียอีกที่มีคนมาปกป้อง... แต่ถ้าคุณรินกลואהว่าดิฉันจะเป็นภาระ ทำไมไม่ลองมาแข่งกันหน่อยล่ะคะ ว่างานโปรเจกต์ด่วนชิ้นนี้ ใครจะเป็นคนเคลียร์มันให้เสร็จและเพอร์เฟกต์ที่สุดโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร"
รินรดาหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจับผิด "หึ ท้าทายเหรอ? เธอกล้าดียังไงมาท้าฉัน พริมา เธอเป็นแค่เลขาฯ นะ!"
"เลขาฯ คนนี้แหละค่ะที่จะทำให้คุณบอสเห็นว่า โลกใบนี้ไม่ได้หมุนรอบความเย่อหยิ่งของคุณคนเดียว" พริมายิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองที่มีกองเอกสารตั้งสูงเป็นภูเขาเลิกรา "ภายในสามสัปดาห์นี้ ใครทำยอดขายและแผนกลยุทธ์ให้บอร์ดบริหารยอมรับไม่ได้ ต้องเป็นฝ่ายแพ้... และคนที่แพ้ จะต้องทำตามคำสั่งผู้ชนะทุกอย่าง หนึ่งเดือนเต็มๆ ว่าไงคะ? กล้ารับคำท้าไหมล่ะ"
คำว่า 'ทำตามคำสั่งทุกอย่าง' กระตุกต่อมความอยากเอาชนะของรินรดาเข้าอย่างจัง ทายาทตระกูลดังไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยิ่งเป็นเลขาฯ ปากกล้าคนนี้ด้วยแล้ว เธอยิ่งไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด
"รับคำท้า!" รินรดาตบโต๊ะเสียงดังลั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "อย่าหาว่าฉันรังแกคนไม่มีทางสู้ก็แล้วกัน พริมา เธอเตรียมตัวเก็บข้าวของย้ายไปทำงานที่แผนกเอกสารใต้อาคารได้เลย!"
นับจากวินาทีนั้น สงครามเย็นในห้องทำงานสุดหรูจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
บรรยากาศในห้องทำงานคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดที่แทบจะจุดไฟติด ทุกตารางเมตรเต็มไปด้วยการแข่งขันอันดุเดือด ทั้งสองคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานแข่งกับเวลา เสียงแป้นพิมพ์ดีดรัวราวมطرฝนตกกระทบหลังคา แฟนเอกสารพลิกผ่านด้วยความเร็วสูง และไม่มีใครยอมปริปากพูดคุยกันนอกเหนือจากเรื่องงานที่จำเป็น รินรดาแสดงออกถึงความเนี๊ยบระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกตัวอักษรในรายงานกลยุทธ์ถูกตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยสายตาพิถีพิถันเพื่อไม่ให้มีจุดบกพร่องแม้แต่มิลลิเมตรเดียว
ในขณะที่พริมาเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า สมองอันชาญฉลาดและสายตาเฉียบคมกวาดอ่านข้อมูลตลาดอย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวพิมพ์ข้อเสนอทางธุรกิจที่เฉียบขาดและทันสมัยลงไปในสไลด์นำเสนอด้วยความมั่นใจ ทั้งคู่ต่างหันมามองค้อนใส่กันเป็นระยะเมื่อเอกสารกองใหม่ถูกส่งมาวางบนโต๊ะของอีกฝ่ายด้วยความรวดเร็วรากับปีศาจแห่งความขยัน
เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าสู่ช่วงดึก แสงไฟนีออนในออฟฟิศเริ่มเงียบสงบลง เหลือเพียงโคมไฟบนโต๊ะทำงานของทั้งคู่ที่ยังคงส่องสว่างแข่งกัน รินรดาลอบมองใบหน้าด้านข้างของเลขาฯ สาวที่ตอนนี้เส้นผมคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน ขอบตารักเร่ของพริมาเริ่มมีความอ่อนล้าปรากฏให้เห็นเล็กน้อย ทว่าแววตาแห่งความมุ่งมั่นกลับไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว
ความรู้สึกบางอย่างวูบไหวเข้ามาในอกของรินรดา—ความชื่นชมที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความหย่อหยิ่ง... ยัยนี่ อึดเป็นบ้าเลยแฮะ
ในจังหวะที่รินรดากำลังเอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟบนมุมโต๊ะ ปลายนิ้วเรียวของเธอกลับไปปัดโดนกองแฟ้มเอกสารหนาจนมันร่วงหล่นกระจายลงบนพื้นเสียงดังโครมใหญ่ รินรดาสบถเบาๆ ในลำคอแล้วก้มตัวลงเก็บมันทันที ทว่าในขณะเดียวกัน พริมาที่ได้ยินเสียงก็รีบผุดลุกขึ้นแล้วเดินตรงเข้ามาช่วยเก็บโดยอัตโนมัติ
มือของทั้งคู่เอื้อมไปคว้าแฟ้มเล่มเดียวกันพร้อมกัน!
ปลายนิ้วของรินรดาแตะเข้ากับหลังมืออุ่นของพริมาอย่างไม่ตั้งใจ กระแสไฟประหลาดแล่นแปล๊บไปตามผิวสัมผัสจนรินรดาต้องชะงักค้าง ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของเลขาฯ สาวที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดรดร่องแก้มท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานยามวิกาล
จังหวะหัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธและแข่งขัน กลับเปลี่ยนเป็นจังหวะกระหน่ำรัวด้วยความหวั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่ พริมาไม่ได้ชักมือกลับ เช่นเดียวกับรินรดาที่เผลอกำปลายนิ้วนั้นไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
"ดึกป่านนี้... ยังไม่นอนอีกเหรอคะคุณบอส" เสียงกระซิบแผ่วเบาของพริมาดังขึ้นชิดริมหีบปาก ทว่าก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งสติหรือเอ่ยปากตอบโต้ เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—พร้อมกับร่างสูงของใครบางคนที่ไขกุญแจเปิดเข้ามาหน้าตาเฉย!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและใจสั่นไปด้วยกันนะคะ แล้วมาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันค่ะ!
ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง•ตอนที่ 9
สงครามประสาท
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!