ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง•ตอนที่ 15

กฎที่ต้องแหก

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"ดูเหมือนว่าผมจะเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญของคุณรินกับเลขาส่วนตัวเข้าซะแล้วสิครับ... จริงไหม?" ประโยคเจือรอยยิ้มเคลือบยาพิษของคีย์ลอยเคว้งอยู่ในอากาศ ทว่ากลับหนักอึ้งรา와มีก้อนหินถ่วงไว้กลางห้องทำงานส่วนตัว รินรดากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นรูปคมชัด ดวงตากลมโตคู่สวยที่ปกติมักจะใช้มองผู้คนด้วยความเหยียดหยาม บัดนี้กลับฉายแววคุกกรุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์ หล่อนเกลียดรอยยิ้มแบบนั้น รอยยิ้มของผู้ชายที่คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าตลอดเวลา แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาสติหลุดยิ่งกว่าคำพูดกวนประสาทของอดีตคนรัก... คือระยะห่างระหว่างหล่อนกับพริมาในวินาทีนี้ เมื่อครู่ ตอนที่เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับการผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาทของคีย์ รินรดากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายต่อหัวใจตัวเองเกินไป ปลายจมูกของหล่อนกับพริมาห่างกันไม่ถึงคืบ ไออุ่นจากลมหายใจของเลขาส่วนตัวยังวนเวียนอยู่บนพวงแก้ม และถ้าคีย์เข้ามาเร็กว่านี้อีกแค่สองวินาที ริมฝีปากของพวกหล่อนคงจะได้พิสูจน์แล้วว่ากฎข้อที่หนึ่งของห้องนี้มันไร้สาระขนาดไหน "รู้จักเคาะประตูให้มันเป็นมารยาทสังคมพื้นฐานก่อนจะเดินเข้าห้องคนอื่น มันยากนักหรือไงคะ คุณคีย์" รินรดาผละถอยหลังอย่างรวดเร็วจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แต่ใบหน้ายังเชิดขึ้นสูงพยายามรักษาฟอร์มของท่านประธานผู้เย่อหยิ่งไว้ให้ พริมาไม่ได้ขยับตัวหนีไปไหนไกลนัก หญิงสาวยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาคู่คมกริบราวกับแมวป่ากวาดมองผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งสงบ แต่ริมฝีปากบางกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย รอยยิ้มที่ตั้งใจส่งมาเพื่อปั่นประสาทรินรดาโดยเฉพาะ ทำเอาคนเป็นเจ้านายอยากจะยกแฟ้มเอกสารฟาดหน้าสวยๆ ของเลขาฯ ตัวแสบสักทีข้อหาทำตัวน่าหมั่นไส้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขบวนเช่นนี้ "ผมก็เคาะแล้วนะครับ แต่นโยบายต้อนรับแขกของประธานรินรดานี่คงเสียงดังไปหน่อย จนไม่ได้ยินเสียงเคาะของผม... หรือว่ากำลังคุยเรื่อง 'ลับ' กันอยู่จริงๆ ถึงได้สมาธิหลุดขนาดนี้" คีย์ก้าวเท้าเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต สายตาคมกวาดมองทั้งรินรดาที่มีรอยแดงจางๆ บนพวงแก้ม และพริมาที่ยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างใจเย็น บรรยากาศในห้องคุกรุ่นขึ้นมาทันที เคมีระหว่างคนสามคนประทะกันจนแทบจะเกิดประกายไฟ รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวล้อมรอบด้วยไฟบรรพ์กัลป์ ด้านหนึ่งคืออดีตแฟนเก่าที่จ้องจะทำลายความน่าเชื่อถือและดึงหล่อนกลับไปเป็นของตาย ส่วนอีกด้านคือเลขาส่วนตัวที่รู้จุดอ่อนทุกอย่าง และกำลังทำให้หัวใจที่ปิดตายของหล่อนสั่นคลอนอย่างควบคุมไม่ได้ "ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร เชิญออกไปค่ะ ห้องนี้สำหรับคนทำงาน ไม่ใช่ที่ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ" รินรดายกแขนขึ้นกอดอก น้ำเสียงเย็นชาจนติดจะเหวี่ยง "โอ้ ใจร้ายจังนะครับ ทั้งที่เราเคย..." คีย์จงใจเว้นวรรคเพื่อสร้างความกำกวม สายตาเจ้าเล่ห์มองเลยไปยังพริมา "อ้อ จริงสิ ผมลืมไปว่าตอนนี้คุณรินมีคนดูแลคนใหม่ที่ใกล้ชิด... จนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้วนี่นะ เลขาพริมาคงดูแลดีมากใช่ไหมครับ ถึงได้ทำให้ท่านประธานหน้าแดงได้ขนาดนี้" พริมาที่เงียบมานานขยับยิ้มหวานหยด น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทิ่มแทงใจดำดังขึ้นทันที "ท่านประธานเป็นคนเลือดลมสูบฉีดดีค่ะคุณคีย์ คงจะไม่คุ้นชินกับการที่มีคนไร้มารยาทพรวดพราดเข้ามาตอนที่เจ้านายกำลัง... ตั้งใจทำงานมั้งคะ ถ้าคุณคีย์มีปัญหาเรื่องระบบประสาทสัมผัส ถึงขนาดฟังเสียงเคาะประตูไม่ได้ แนะนำให้ไปแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูของตึกนี้นะคะ ดิฉันยินดีทำเรื่องเบิกค่ารักษาให้เป็นกรณีพิเศษค่ะ" รินรดาแอบกลั้นยิ้มไว้แทบไม่ทัน หล่อนเหลือบมองพริมาด้วยหางตา *ปากคอเราะรายสมเป็นยายตัวแสบจริงๆ... แต่ให้ตายเถอะ สะใจชะมัด!* คีย์หน้าตึงขึ้นมาทันที รอยยิ้มจอมปลอมแทบจะหลุดออกจากใบหน้า ผู้ชายอย่างคีย์ไม่เคยยอมให้ผู้หญิงคนไหนมาหยามเกียรติ โดยเฉพาะเลขาฯ กระจอกๆ ในสายตาของเขา "ปากเก่งดีนี่ครับ เลขาพริมา ระวังเถอะ... คนที่ทำตัวปีนเกลียวเกินหน้าที่ มักจะตกม้าตายไม่เป็นท่า" คีย์หันมามองพริมาด้วยแววตาคุกคาม ก่อนจะหันกลับมาหารินรดา "แต่ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อปากต่อคำกับลูกจ้างของคุณหรอกนะริน... ผมมีข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้มาคุยกับคุณ เรื่องโปรเจกต์ใหญ่ที่เราเคยร่วมมือกัน ถ้าคุณไม่อยากให้ความลับบริษัทหลุดออกไปล่ะก็..." "ขู่เหรอคะ?" รินรดาย้อนถาม เสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ดังขึ้นอย่างเย้ยหยัน "คิดว่าวิธีสกปรกแบบนี้จะทำให้ฉันกลัวงั้นเหรอ คุณคีย์คะ... คุณประเมินรินรดาคนนี้ต่ำไปหน่อยแล้วล่ะค่ะ" "งั้นก็ลองดูครับว่าคุณจะปากแข็งได้สักแค่ไหน" คีย์ทิ้งท้ายด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง พร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังสนั่นสะท้อนความตึงเครียดที่ยังคงค้างคา เมื่อประตูปิดสนิทลง ความเงียบก็เข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างอีกครั้ง รินรดาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง หล่อนยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุบๆ ความเครียดจากเรื่องธุรกิจและเกมประสาทของคีย์กำลังบีบคั้นสติสัมปชัญญะของหล่อนให้เหลือน้อยเต็มที สัมผัสอุ่นจัดที่วางลงบนบ่าทำให้รินรดาสสะดุ้งเล็กน้อย หล่อนเงยหน้าขึ้นมอง และพบว่าพริมายืนอยู่ใกล้เกินความจำเป็นอีกแล้ว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเลขาฯ สาวลอยมาแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกแปลกประหลาดที่หล่อนพยายามกดมันเอาไว้ "เลิกทำหน้าเครียดได้แล้วค่ะท่านประธาน รอยย่นบนหน้าผากมันทำให้คุณดูแก่ไปสามปีนะคะ" พริมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาที่มองมาไม่มีร่องรอยของการเย้าแหย่หลงเหลืออยู่ มีเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้ายตามนิสัย "นี่คุณกล้าว่าฉันแก่เหรอพริมา อยากโดนไล่ออกนักใช่ไหม" รินรดาบ่นอุบอิบ แต่มือเรียวกลับไม่ได้ปัดมือของพริมาที่วางอยู่บนบ่าออก หล่อนปล่อยให้ความอบอุ่นนั้นแทรกซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาในความรู้สึก "ไล่ออกตอนนี้ ใครจะช่วยคุณจัดการกับอีตาคีย์ล่ะคะ... จริงไหม?" พริโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างใบหูของรินรดา ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดต้นคอจนคนเป็นเจ้านายขนลุกซู่ หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หล่อนรู้ดีว่านี่คือการละเมิดกฎเหล็กที่ตัวเองเป็นคนตั้งขึ้นมา กฎที่ว่าห้ามมีความสัมพันธ์เกินเจ้านายกับลูกน้อง ห้ามใจสั่นกับรอยยิ้มของอีกฝ่าย และห้ามปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวเข้ามามีอิทธิพลเหนือเหตุผล... แต่วินาทีนี้ กำแพงที่หล่อนสร้างไว้มันพังทลายลงไม่เป็นท่าแล้ว หล่อนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับพริมาที่โน้มตัวลงมาใกล้ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบจะเป็นศูนย์ ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งนาน รามีแรงดึงดูดบางอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้ รินรดาเห็นความต้องการที่สะท้อนอยู่ในแววตาคู่สวยนั้น และหล่อนเองก็รู้ดีว่าตัวเองกำลังโหยหาสิ่งเดียวกัน "พริมา..." รินรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและสั่นพร่ากว่าทุกครั้ง ความเย่อหยิ่งทิฐิที่มีถูกถอดทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงผู้หญิงขี้เหงาคนหนึ่งที่กำลังโหยหาความอบอุ่น พริมายิ้มละมุน ริมฝีปากบางเคลื่อนเข้าไปใกล้เรียวปากอิ่มของรินรดามากขึ้นเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่ผสานเป็นหนึ่งเดียว หล่อนกำลังจะทำลายกฎข้อสุดท้ายที่เหลืออยู่... "ก๊อกๆ! ขอโทษทีครับคุณริน พอดีผมลืม..." ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอย่างไม่น่าเชื่อ! ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าอีกครั้ง พร้อมกับร่างของคีย์ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะที่ค้างอยู่บนใบหน้า ก่อนที่เขาจะชะงักกึกเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—เจ้านายสาวคนสวยกับเลขาส่วนตัวที่ริมฝีปากห่างกันไม่ถึงเซนติเมตร! "อุ๊ย... ดูเหมือนว่าผมจะเข้ามาขัดจังหวะอะไรที่ 'ลึกซึ้ง' กว่าเดิมซะแล้วสิครับ... แบบนี้ต้องเรียกว่าละเมิดกฎบริษัทหรือเปล่านะ?" คีย์หัวเราะในลำคอด้วยความสะใจ ขณะที่รินรดาสถดตัวผละออกจากพริมาด้วยความตกใจ ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยความโกรธและอับอายจนแทบจะระเบิดเป็นจุล รอยยิ้มพึงพอใจของคีย์เลือนหายไปทันทีเมื่อพริมาหันขวับมามองเขาด้วยแววตาน่ากลัวชนิดที่สามารถฆ่าคนได้ทั้งเป็น และก่อนที่ใครจะทันได้พูดอะไร ประตูลิฟท์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงจากชั้นใต้ดินก็เปิดผางออก พร้อมกับร่างของประธานบริหารใหญ่ตระกูลดัง—"คุณปู่" ของรินรดา ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและดุดันจนทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ! "เกิดอะไรขึ้นเสียงดังโวยวายมาถึงข้างนอก... แล้วทำไมพวกเธอถึงมายืนกอดกันกลมแบบนั้น รินรดา!" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกปั่นป่วนหัวใจบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%