“เกิดอะไรขึ้นเสียงดังโวยวายมาถึงข้างนอก... แล้วทำไมพวกเธอถึงมายืนกอดกันกลมแบบนั้น รินรดา!”
เสียงตวาดแหลมสูงของคีย์ดังแทรกทะลุความเงียบของห้องทำงานส่วนตัวเข้ามาอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง ประตูบานหรูที่ควรจะปิดล็อกไว้กลับถูกผลักเปิดอ้าซ่าด้วยฝีมือของอดีคนรักเก่าที่ตอนนี้ทำตัวราวกับเจ้าเข้าเจ้าของ รินรดาถึงกับสะดุ้งสุดตัว สติที่กระเจิดกระเจิงไปกับสัมผัสอุ่นวาบบริเวณเอวเมื่อครู่ถูกดึงกลับมาสู่ความเป็นจริงอย่างรวดเร็ว เธอรีบผละตัวออกจากพริมาทันที ราวกับโดนกระแสไฟแรงสูงช็อตเข้าที่กลางใจ
พริมาเองก็เซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน เลขาฯ สาวตวัดสายตาคมกริบมองผู้มาใหม่ด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด มือเรียวจัดเสื้อสูทของตัวเองให้เข้าที่อย่างใจเย็น ต่างจากรินรดาที่ตอนนี้พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เย่อหยิ่ง และทรงอำนาจตามแบบฉบับท่านประธานคนเก่ง ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับยังเต้นรัวโคมkร่าจนแทบจะกระกระเด็นออกมานอกอก
“นี่คุณเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง ใครอนุญาตไม่ทราบคุณคีย์!” รินรดาแหวใส่ทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ น้ำเสียงตึงเครียดและแววตาแข็งกร้าวพยายามสร้างกำแพงสูงลิ่วขึ้นมาอีกครั้ง
“ผมเคาะประตูแล้ว แต่พวกคุณมัวแต่... ทำอะไรกันอยู่หรือเปล่าถึงไม่ได้ยิน” คีย์ยิ้มหยัน กวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยแววตาวิเคราะห์และจับผิด เดินนินทาเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ได้รับเชิญ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทแบรนด์เนมดูขัดตาขัดใจพริมาเป็นที่สุด
“ถ้าตาไม่บอดก็คงเห็นนะคะว่าเรากำลัง ‘คุย’ งานกันอยู่” พริมาสวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่เชือดเฉือนพอกัน เธอป้องปากยิ้มบางๆ อย่างเย้ยหยัน “แต่ดูท่าทางคุณคีย์จะมีปัญหาเรื่องมารยาททางสังคมนะคะ ถึงได้ถือวิสาสะบุกรุกห้องทำงานส่วน In-1 ของผู้บริหารระดับสูงแบบนี้ หรือว่าที่บริษัทเก่าของคุณเขาไม่เคยสอนเรื่องการเคาะประตูและรอรับอนุญาตคะ?”
รินรดาแอบลอบมองเลขาฯ ของตัวเองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ยอมรับเลยว่าในยามที่พริมาแปลงร่างเป็นแม่เสือสาวฝีปากกล้าคอยปกป้องเธอนั้น มันช่าง... น่ามองและชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเสียเหลือเกิน แม้ปากจะบอกว่ารำคาญ แต่ลึกๆ แล้วมุมปากของท่านประธานกลับกระตุกยิ้มขึ้นมานิดหน่อยอย่างห้ามไม่อยู่
“พริมา! เธอมีสิทธิ์อะไรมาพูดจาแบบนี้กับฉัน ฉันเป็นใคร เธอมันก็เป็นแค่ลูกจ้างกระจอกๆ!” คีย์หน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อโดนยอกย้อนจนเสียหน้า เขาหันไปฟ้องรินรดาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “ริน... คุณปล่อยให้เลขาฯ ของคุณมาปีนเกลียวผมได้อย่างไร ผู้หญิงคนนี้คิดจะเลื่อยขาเก้าอี้คุณอยู่แล้วนะ คุณไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมเธอรึไง”
“คนที่กำลังปีนเกลียวและทำตัวไร้มารยาทที่สุดในห้องนี้ไม่ใช่พริมาค่ะคุณคีย์... แต่คือคุณ!” รินรดาเสียงแข็งขึ้น ดวงตาสวยคมตวัดมองอดีตคนรักด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง เธอเกลียดที่สุดเวลาที่มีใครมาหยามหน้าคนของเธอ แม้ว่าปากเธอจะชอบบ่นชอบด่าพริมาแค่ไหนก็ตาม “แล้วก็กรุณาเรียกชื่อฉันให้มันถูกต้องด้วย เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น... เชิญออกไปจากห้องฉันค่ะ ก่อนที่ฉันจะให้ฝ่ายรักษาความปลอดภัยมาลากตัวคุณออกไปจริงๆ”
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงจนติดลบ คีย์ขบกรามแน่นด้วยความแค้นเคือง สายตาคมกวาดมองรินรดากับพริมาสลับกันไปมาด้วยความสงสัยเคลือบแคลง เขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ความสัมพันธ์ของนายจ้างกับเลขาฯ คู่นี้มันเลยคำว่าเจ้านายลูกน้องไปไกลมากแล้ว และนั่นคือสิ่งที่เขาไม่อาจยอมรับได้
“ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะรินรดา... ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้หวังดีกับตระกูลของคุณหรอก วันหนึ่งเธอจะแว้งกัดคุณจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก” คีย์ทิ้งท้ายด้วยคำขู่ อาฆาตมาดร้าย ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทកเท้าออกจากห้องไปพร้อมกับกระแทកประตูปิดเสียงดังสนั่น
ปัง!
ความเงียบสงบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่ทว่าบรรยากาศกลับอวลไปด้วยความอึดอัดและประหม่า พริมาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้านายสาวที่ตอนนี้ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าสวยเชิดขึ้นตามนิสัย แต่แก้มนวลกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
“มองอะไรคะ?” รินรดาเอ่ยถามเสียงห้วนเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่ยังหลงเหลืออยู่
“เปล่าค่ะ... แค่กำลังคิดว่า ท่านประธานของเรานี่เวลารักษาคนของตัวเองก็ดูเท่ไม่เบานะคะ” พริมาแกล้งแซวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ขยับก้าวเข้าไปใกล้ร่างบางอีกนิดจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน
“ใคร... ใครบอกว่าฉันปกป้องเธอ ฉันแค่รำคาญตาต่างหากล่ะที่เขามาทำตัวกร่างในห้องทำงานของฉัน” รินรดาปฏิเสธเสียงสูง หลบสายตาทรงเสน่ห์ของเลขาฯ สาวที่จ้องมองมาอย่างรู้ทัน หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน
“เหรอคะ... แต่เมื่อกี้ตอนที่เขากระชากเสียงใส่ ฉันเห็นคุณบอสสะดุ้งแล้วรีบวิ่งมาหลบข้างหลังฉันแจเลยนะคะ” พริมาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ๆ ริมหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนสั่นประสาททำเอารินรดาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ความใกล้ชิดที่กลับมาอีกครั้งทำให้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวของพริมาลอยเข้าจมูกจนแทบไม่มีสติ
“พริมา! ถอยไปเลยนะ เธอชักจะล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ” รินรดาใช้มือเรียวผลักไหล่บางของเลขาฯ ออกเบาๆ แต่พริมากลับไม่มีทีท่าว่าจะถอย แถมยังเอื้อมมือมาจับข้อมือของเธอไว้ แล้วค่อยๆ ประสานปลายนิ้วเข้าหากันอย่างถือวิสาสะ
ดวงตากลมโตของพริมาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของรินรดาอย่างลึกซึ้ง ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ ระหว่างเรา มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบ ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามอดกลั้นและซ่อนเร้นมานานนับแรมเดือน กำลังจะทะลักทลายออกมาในวินาทีนี้
“ถ้าฉันล้ำเส้น... แล้วคุณบอสจะทำไมคะ?” พริมาเอ่ยถามเสียงกระซิบแผ่วเบา ใบหน้าของเราห่างกันเพียงคืบเดียว จนรินรดารู้สึกได้ถึงไออุ่นที่เป่ารดริมฝีปาก
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้การควบคุมนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาก็แผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาขัดจังหวะมารผจญอีกครั้ง รินรดาผละสายตาออกจากริมฝีปากของพริมาอย่างเสียดาย ก้มมองหน้าจอที่ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าจาก "คุณปู่"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ แต่พริมากลับยื่นมือไปคว้าเครื่องนั้นขึ้นมาเสียก่อน เลขาฯ สาวก้มมองหน้าจอแวบหนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากรุ้มกริ่ม
“รับดีไหมคะ... หรือจะปล่อยให้ท่านผู้มีพระคุณโทรมาขัดจังหวะความสุขของเราต่อไปดี?” พริมายิ้มละมุนแต่แววตากลับพราวระยับท้าทาย
“ส่งโทรศัพท์มานะพริมา นั่นปู่ฉัน...” รินรดายื่นมือจะไปแย่ง แต่พริมากลับแกล้งยกมือถือหลบ ร่างบางเซถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเลขาฯ สาวโดยอัตโนมัติอีกครั้ง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประตูห้องทำงานที่เพิ่งถูกปิดไปเมื่อครู่ก็ถูกผลักเปิดออกผางโดยฝีมือของใครอีกคนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนสายไหมคนนี้นะคะ!
ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง•ตอนที่ 16
คืนที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!