ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง•ตอนที่ 34

วันที่หัวใจว่างเปล่า

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
แก้วกาแฟราคาแพงระยับในมือรินรดาร้าวรากยาวเป็นริ้ว... มันไม่ได้แตกละเอียดคามือในทันที แต่รอยร้าวเส้นบางๆ นั้นลามเลียจากขอบแก้วลงมาถึงฐานราวกับความรู้สึกอ้างว้างที่กัดกินหัวใจเธอมาตลอดเจ็ดสัปดาห์เต็ม นับตั้งแต่เครื่องบินเที่ยวบินตรงสู่ปารีสทะยานขึ้นฟ้าทิ้งให้เธอเคว้งคว้างอยู่บนเพนต์เฮาส์หรูอย่างไร้จุดหมาย เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอสมาร์ทโฟนสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองมันด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างคาดหวังกับความชิงชังระคนกัน แต่พอลดสายตาลงอ่านข้อความจาก ‘คีย์’ ที่ส่งเข้ามาทวงถามเรื่องโครงการร่วมทุน นิ้วเรียวที่เคลือบเล็บเจลสีนู้ดเรียบหรูจึงกดบล็อกเบอร์นั้นอย่างไร้ความลังเล เธอไม่ได้ใจร้าย... เธอแค่เหนื่อยล้าเกินกว่าจะเล่นเกมตบตาฉาบฉวยกับผู้ชายที่เกือบทำลายทุกอย่างในชีวิตเธอให้พังทลายลงกับมือ เพนต์เฮาส์กว้างขวางตระการตาที่เคยอัดแน่นไปด้วยเสียงบ่นกระปอดกระแปด กลิ่นหอมของกาแฟดริปฝีมือใครบางคน และรอยยิ้มเยาะกวนประสาทที่คอยจี้จุดให้เธอสติหลุด บัดนี้มันกลับเงียบงันจนน่ากลัว เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นสะท้อนก้องกังวานในความว่างเปล่า รินรดาทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังแท้ราคาเจ็ดหลักอย่างหมดแรง แววตาที่เคยหยิ่งผยองและเฉียบคมในฐานะผู้บริหารสาวไฟแรงกลับไหวระริกด้วยความเปราะบางที่ไม่มีใครเคยได้เห็น "ยัยตัวแสบ..." เธอพึมพำกับความว่างเปล่า ชื่อของพริมาลอยวนอยู่ในห้วงความคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับมลพิษทางใจที่เธอเสพติดมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ยัยเด็กนั่น... กล้าดียังไงถึงหนีเธอไปต่างประเทศจริงๆ! คำประกาศกร้าวในวันก่อนลาออกยังคงดังชัดอยู่ในโสทประสาท *‘ถ้าคุณหนูรินรดาคิดว่าดิฉันเป็นแค่เลขานุการมีไว้ให้สั่งซ้ายหันขวาหันล่ะก็... เชิญหาคนใหม่มาปวดหัวแทนเถอะค่ะ’* รินรดาแค่นหัวเราะให้กับความอวดดีนั้น แต่นัยน์ตากลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอเคยคิดว่าการไม่มีพริมาคอยกวนใจจะทำให้ชีวิตเธอกลับมาสงบสุข ไร้ซึ่งรอยด่างพร้อยและความวุ่นวาย แต่เธอกลับคิดผิดถนัด... ความเงียบสงบที่เธอโหยหานั้น แท้จริงแล้วมันคือความเหงาอันหน็บหนาวที่กัดกินวิญญาณทีละน้อย โต๊ะทำงานตัวนั้นยังคงสะอาดเอี่ยม เอกสารจัดวางเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยเลขานุการคนใหม่ที่ทางฝ่ายบุคคลจัดหามาให้ แต่ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้ว เธอยังไม่เคยเปิดแฟ้มเอกสารจากมือคนใหม่ด้วยซ้ำ เพราะทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มจอมปลอมและท่าทีนอบน้อมเกินเหตุ หัวใจมันก็ยิ่งโหยหาความพยศและแววตาท้าทายคู่นั้นจนแทบคลั่ง รินรดายกมือขึ้นกุมขมับ ถอนหายใจยาวเหยียดเพื่อขับไล่ความอ่อนแอที่กำลังกัดกินความมั่นใจของเธอจนหมดสิ้น เธอคือรินรดา ทายาทมหาเศรษฐีผู้กุมบังเหียนบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ เธอยอมจำนนให้ความเหงาเล่นงานผู้หญิงอย่างเธอได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นครูดขึ้นอีกครั้ง รินรดากัดริมฝีปากแน่น คิดว่าน่าจะเป็นเลขาคนใหม่โทรมาเรื่องตารางงาน แต่เมื่อชำเลืองมองหน้าจอ หัวใจของเธอกลับกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น ข้อความจากเบอร์แปลก... แต่เป็นเบอร์ที่เธอจำขึ้นใจแม้ไม่ได้บันทึกไว้ *[ปารีสอากาศดีมากค่ะคุณหนู... เสียดายจังที่แถวนี้ไม่มีคนคอยยืนกอดอกทำหน้ายักษ์ใส่เวลาฉันกินกาแฟแกล้งยั่วประสาท]* รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างลืมตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ลลมหายใจสะดุดกึก มือบางกำโทรศัพท์แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ยัยตัวแสบ... ยัยเด็กบ้านี่กล้าดียังไงถึงส่งข้อความมาปั่นหัวเธอเล่นหลังจากหายหัวไปตั้งสองเดือน! รัวนิ้วพิมพ์ข้อความกลับไปแทบไม่ทัน ความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์ที่อัดอั้นมานานระเบิดออกมาเป็นตัวอักษร *[กลับมาเดี๋ยวนี้นะพริมา! เธอมีสิทธิ์อะไรมาทิ้งงานทิ้งหน้าที่แล้วระเหิดไปไกลถึงยุโรปแบบนี้ อยากโดนฟ้องข้อหาละทิ้งหน้าที่จนหมดตัวหรือไง!]* ส่งข้อความไปแล้ว รินรดาก็จ้องหน้าจอใจระทึก รอคอยการตอบกลับอย่างใจจดใจจ่อราวกับคนใกล้ขาดใจตาย ไม่ถึงสามวินาทีถัดมา ข้อความตอบกลับก็เด้งขึ้นมาทันที *[ถ้าอยากให้กลับนัก... ก็มาตามสิคะ ฉันให้เวลาคุณถึงเที่ยงคืนนี้เท่านั้น ถ้ารินรดากล้าพอจะยืนอยู่ตรงหน้าฉันที่ล็อบบี้โรงแรมเดิมในปารีส... ฉันอาจจะพิจารณากลับไปรับตำแหน่งเดิม]* รินรดายืนนิ่งค้าง ราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุกระดูกซี่โครง เวลาในกรุงเทพฯ ตอนนี้คือบ่ายสามโมงเย็น ถ้าเธอจะบินไปปารีสให้ทันเที่ยงคืนของที่นั่น... มันบ้าสิ้นดี! มันคือตารางเวลาที่แทบเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำสำหรับการเดินทางกะทันหันข้ามทวีป แต่ทว่า... รินรดากลับไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น รอยยิ้มหยิ่งผยองถูกจุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งอย่างท้าทาย ในเมื่อยัยตัวแสบกล้าท้าทายอำนาจเงินและศักดิ์ศรีของเธอถึงขนาดนี้ เธอก็พร้อมจะบินไปขยี้ความอวดดีนั้นให้คาเท้าเลยทีเดียว! ร่างระหงหันขวับคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมคู่ใจและกุญแจรถเตรียมจะก้าวออกจากห้องทำงาน แต่ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมถึงลูกบิดประตู เสียงกริ่งหน้าเพนต์เฮาส์กลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน *ติ๊งหน่อง!* รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด ใครกันที่กล้ามาบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของเธอในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เธอเดินกระแทកส้นเท้ากลับมาที่ประตูหน้ากระชากเปิดออกด้วยใบหน้าบึ้งตึงเตรียมจะเหวี่ยงใส่แขกไม่ได้รับเชิญให้กระเด็น "บอกแล้วไงว่าฉันไม่รับแขก...!" คำพูดทั้งหมดกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อดวงตากลมโตสบเข้ากับร่างสูงโปรดของใครบางคนที่ยืนยันกายอยู่หน้าประตู ใบหน้าคมคายคุ้นตา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เธอหมั่นไส้มาตลอดชีวิต และแววตาระยิบระยับที่ซ่อนความคลั่งรักไว้มิดชิด พริมายืนถือแก้วกาแฟเย็นแก้วโปรดของรินรดากลับมาส่งตรงหน้า พร้อมกับคำทักทายหน้าตาเฉยที่ทำเอาโลกทั้งใบของเจ้าของเพนต์เฮาส์หยุดหมุน "กาแฟแก้วโปรดค่ะคุณหนู... พอดีฉันบินกลับมาเร็วกว่ากำหนด เพราะกลัวว่าแถวนี้จะเหงาตายเสียก่อนที่จะได้เคลียร์บัญชีกันให้รู้เรื่องนะคะ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่เดินทางร่วมหัวจมท้ายกับความแซ่บและคราบน้ำตามาถึงตอนนี้ "สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี" สัญญาว่าความฟินระดับพรีเมียมจะยิ่งทวีคูณในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%