“คุณกำลังเล่นเกมที่ตัวเองไม่มีวันชนะหรอกนะคะ รินรดา”
น้ำเสียงของศจีไม่ได้ดัง แต่มันกรีดแทงบรรยากาศในห้องทำงานหรูจนแทบขาดวิ่น ร่างระหงของอดีตคนรักเก่ายืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีเหนือกว่า โดยมีคีย์ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง รอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มส่งประกายความสมเพชเวทนาเจือความเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง ขณะที่บนโต๊ะทำงานตรงหน้า เอกสารสำคัญในโครงการร่วมทุนมูลค่าหลายพันล้านกำลังถูกเปิดกระจัดกระจาย ราวกับพายุย่อมๆ เพิ่งพัดผ่านไปเมื่อนาทีที่แล้ว
พริมาที่ยืนอยู่ข้างกายรินรดาขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตคมกริบกวาดมองเอกสารพวกนั้นสลับกับใบหน้าของศจีอย่างรวดเร็ว สมองอันปราดเปรียวของเลขาสาวประมวลผลสถานการณ์ในเสี้ยววินาที เธอไม่ได้ตกใจจนเสียอาการ ตรงกันข้าม เลือดนักสู้ในตัวกลับสูบฉีดจนปลายนิ้วเย็นเฉียบ
“อุ๊ย ตายจริงค่ะ... เดินเข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียง แบบนี้เขาไม่เรียกว่าแขกผู้มีเกียรติหรอกนะคะ เขาเรียกว่า ‘ผู้บุกรุก’ มากกว่า” พริมาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มหวานหยดแต่แฝงไปด้วยพิษสงถูกยกขึ้นประดับมุมปากอย่างเยือกเย็น “หรือว่าสมองส่วนการจดจำมารยาททางสังคมของคุณศจีมันฝ่อไปตามอายุขัยแล้วคะ ถึงได้แยกแยะไม่ออกว่าห้องนี้ใครเป็นเจ้าของ”
ศจีหุบยิ้มฉับ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนย้อนเกล็ดเข้าให้ “ปากเก่งนักนะพริมา ระวังตัวไว้เถอะค่ะ ว่าเธอกำลังจะตกงานโดยไม่รู้ตัว”
“พอค่ะ ศจี”
รินรดาเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น แม้ใบหน้าสวยเชิดจะยังคงความเย่อหยิ่งและถือดีไว้ได้อย่างแนบเนียน แต่ดวงตากลับไหววับอย่างน่ากลัว หญิงสาวกวาดสายตามองหน้าคีย์กับศจีสลับกัน ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคออย่างดูแคลน “คิดว่าทำเรื่องตื้นเข่นแค่นี้แล้วบริษัทของฉันจะล่มสลายงั้นเหรอคะ? พวกคุณนี่มัน... ประเมินฉันต่ำไปหน่อยกระมัง”
“ไม่ได้ประเมินต่ำไปหรอกครับริน... แต่คุณต่างหากที่ไว้ใจคนผิดมากเกินไป” คีย์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด ดวงตาคมกวาดมองรินรดาด้วยความอาลัยอาวรณ์จอมปลอม “เอกสารชุดนั้นไม่ใช่แค่โครงการธรรมดา แต่เป็นข้อมูลลับที่ส่งตรงถึงคู่แข่งทางการค้า... ซึ่งบังเอิญว่าเป็นบริษัทของผมเอง”
รินรดาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่เพราะกลัวความเสียหายทางธุรกิจ แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่า... มีคนทรยศหักหลังเธอจากข้างใน และหลักฐานทั้งหมดมันชี้ชัดว่าคนคนนั้นคือศจีที่ฉวยโอกาสเข้ามาค้นโต๊ะในจังหวะที่เธอเผลอ
“คุณเห็นไหมคะ คุณริน!” พริมาหันไปคว้าแขนเจ้านายสาวไว้แน่น น้ำเสียงร้อนรนปนความโกรธเกรี้ยวพรั่งพรูออกมา “หลักฐานคาตาขนาดนี้ เอกสารในมือคุณศจีก็คือร่างสัญญาที่พวกมันแอบเอามาเปลี่ยน! ผู้หญิงคนนี้เข้ามาเพื่อขโมยข้อมูลไปขายให้คุณคีย์ชัดๆ ทำไมคุณถึงยังนิ่งอยู่ได้ล่ะคะ!”
ทว่า... รินรดากลับดึงแขนตัวเองกลับอย่างนุ่มนวล ใบหน้าสวยเชิดนิ่งสนิท ดวงตาคู่สวยมองพริมาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ราวกับกำแพงน้ำแข็งถูกสร้างขึ้นกั้นกลางระหว่างพวกเธออีกครั้ง
“พอค่ะพริมา คุณอย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปใหญ่โตเลยนะคะ” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ เรียบจนน่าใจหาย
พริมาเบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อหู “คุณริน... นี่คุณกำลังบอกว่าฉันคิดไปเองเหรอคะ? ก็เห็นๆ กันอยู่ว่า...”
“ฉันบอกให้พอ!” รินรดาตัดบทเสียงแข็ง แววตาเย่อหยิ่งถูกฉาบด้วยความรำคาญใจที่แสดงออกมาอย่างไม่ปิดบัง “คุณเป็นแค่เลขา มีหน้าที่จัดการเอกสารตามคำสั่ง ไม่ใช่มาทำตัวเป็นนักสืบสวนสอบสวนจับผิดคนอื่นตามอำเภอใจ ศจีกับคีย์อาจจะมีเหตุผลอื่นในการเข้ามาในห้องนี้ ทำไมคุณถึงต้องปรักปรำพวกเขาขนาดนี้ด้วยคะ?”
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงกลางใจพริมา เลือดในกายเย็นเฉียบลงทันที ความหวังดี ความห่วงใย และความพยายามที่จะปกป้องเจ้านายจอมหยิ่งคนนี้ถูกเหยียบย่ำลงกับพื้นอย่างไร้ค่า พริมาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความเจ็บใจที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก
*โง่... เธอช่างโง่เขลาเสียจริงที่คิดว่าเจ้านายคนนี้จะฉลาดพอที่จะมองเห็นความจริง*
ศจีและคีย์สบตากันด้วยความพึง-พอใจ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งคู่ ศจีเชิดหน้าขึ้นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “เห็นไหมคะคุณรินรดา... แม้แต่เลขาส่วนตัวของคุณยังดูถูกสติปัญญาของคุณเลย ว่าคุณมันพวกหลอกง่าย ไร้น้ำus”
“หุบปากไปซะ! ศจี” รินรดารuตวาดกร้าว ความอดทนที่เหลืออยู่น้อยนิดขาดผึ่ง เธอยอมให้คนพวกนี้เหยียบย่ำเธอได้ แต่ไม่ใช่ต่อหน้าพริมา—ถึงแม้ในใจลึกๆ เธอจะกำลังสับสนกับความจริงตรงหน้าจนแทบจะควบคุมสติไม่อยู่ก็ตาม
“ฉันจะเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้ายนะคะ ออกไปจากห้องของฉันซะ ก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาโยนพวกคุณออกไปทั้งคู่!” รินรดาสั่งเสียงเฉียบขาด นิ้วเรียวชี้ไปที่ประตู
คีย์หัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่ห้อ “ได้ครับ... เราจะไป แต่จำคำพูดของคุณไว้นะริน วันนี้คุณเลือกปกป้องคนผิด แล้วอีกไม่นาน คุณจะรู้ว่านรกบนดินมันเป็นยังไง”
พูดจบ คีย์ก็โอบไหล่ศจีเดินออกไปจากห้องอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินรดายืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ลมหายใจเข้าออกหอบถี่ด้วยความโกรธระคนเครียดจัด เธอหันกลับมามองพริมาที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สีหน้าของเลขาวยังคงเรียบเฉย แต่แววตาที่มองเธอนั้นว่างเปล่าจนน่ากลัว
“พริมา...” รินรดาเอ่ยเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดบางเบาแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อเห็นสภาพของหญิงสาวตรงหน้า “ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะว่าคุณแรงขนาดนั้น แต่เรื่องนี้มัน...”
“ไม่ต้องอธิบายหรอกค่ะท่านประธาน” พริมาขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเคารพหรือประชดประชันอย่างที่เคยเป็น มันคือน้ำเสียงของคนหมดใจอย่างแท้จริง “ในเมื่อคุณเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นน้อยกว่าความจริงที่อยู่ตรงหน้า ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้วค่ะ”
“พริมา! นี่คุณกล้าประชดฉันเหรอคะ!” รินรดาสติหลุดขึ้นมาอีกครั้ง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเลขาสาวด้วยความโมโห
“ฉันไม่ได้ประชดค่ะ แต่ฉันกำลังจะลาออก”
คำพูดนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากของพริมาอย่างราบเรียบ แต่กลับทรงพลังราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงาน รินรดาชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกレイ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่นที่พุ่งทะยานขึ้นมาเกาะกุมหัวใจอย่างรวดเร็ว
“คุณ... ว่ายังไงนะ?” รินรดาถามเสียงสั่น ความเย่อหยิ่งทั้งมวลพังทลายลงในพริบตา
พริมาไม่ตอบ เธอเพียงแต่ก้มลงปลดป้ายชื่อพนักงานบนอกเสื้อออกอย่างใจเย็น วางมันลงบนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสงบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับรินรดาตรงๆ เป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาคู่นั้นไม่มีประกายความทะเล้นขี้เล่นเหมือนทุกที มีเพียงความผิดหวังและความเด็ดเดี่ยว
“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมานะคะคุณรินรดา... ขอให้คุณโชคดีกับบริษัทและ... กับความไว้ใจของคุณ”
พูดจบ พริมาก็หมุนตัวเดินหันหลังให้ทันที ร่างบางก้าวย่างอย่างมั่นคงมุ่งหน้าไปที่ประตู โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเจ้านายสาวที่ยืนตัวชาทำอะไรไม่ถูกอยู่เบื้องหลัง
“พริมา! หยุดเดี๋ยวนี้พริมา!” รินรดาร้องเรียกเสียงดังลั่น หัวใจบีบรัดแน่นจนเจ็บแปลบ ความกลัวที่จะสูญเสียคนคนนี้ไปพุ่งสูงจนเธอไม่สนใจศักดิ์ศรีใดๆ อีกต่อไป หญิงสาวรีบก้าวเท้าตามไปหมายจะคว้าแขนเลขาตัวแสบไว้
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของรินรดาจะเอื้อมไปถึงชายเสื้อของพริมา ประตูห้องทำงานที่ถูกปิดสนิทเมื่อครู่ก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างแรงด้วยฝีมือของใครบางคน
ร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตาคมกริบกวาดมองทั้งรินรดาและพริมาที่ยืนขวางกันอยู่ ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาดิ่งวูบลงสู่ก้นเหว
“ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ... แต่ดูเหมือนพวกคุณจะยังไม่รู้สินะครับ ว่าเอกสารชุดที่หลุดออกไปเมื่อกี้... ได้ถูกส่งถึงมืออัยการและคณะกรรมการบริหารชุดใหญ่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อสิบนาทีที่แล้วครับ”
—--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ แสบๆ ของยัยคุณหนูรินรดาและยัยเลขาพริมานะคะ ตอนหน้าเตรียมตัวรับแรงกระแทกครั้งใหญ่ได้เลยค่ะ! 💖
— สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง•ตอนที่ 30
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!