เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับกลิ่นหอมฟุ้งของกาแฟอาราบิก้าคั่วเข้มในห้องวีไอพีของโรงแรมหรูใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศระหว่างคนสองคนที่นั่งเผชิญหน้ากันอยู่ ณ ตอนนี้ดูผ่อนคลายขึ้นมาเลยแม้แต่น้อยค่ะ
“คุณนี่มัน... ยังใจร้อนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ คีย์”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำของผู้หญิงที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ‘ศจี’ อดีตเลขาคนสนิทของรินรดา ซึ่งถูกเฉดหัวออกจากบริษัทตระกูลดังมาได้พักใหญ่แล้วด้วยข้อหายักยอกเงินและพยายามเล่นตุกติกเบื้องหลัง เธอยังคงความเฉี่ยวและสายตาคมกริบแบบนักล่าไว้ไม่เสื่อมคลาย โดยเฉพาะยามที่เธอมองไปยังชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นถึงอดีคนรักเก่าของเจ้านายสาวจอมหยิ่ง
คีย์ยิ้มมุมปาก นิ้วเรียหายาวเคาะโต๊ะกระจกใสเป็นจังหวะเนิบนาบ ดวงตาคมกวาดมองเอกสารลับในแฟ้มสีน้ำตาลที่ถูกผลักมาตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ
“ถ้าไม่ใจร้อน ป่านนี้ผมคงนั่งมองรินกับยัยเด็กบ้านั่นกอดคอกันมีความสุขบนกองมรดกไปนานแล้วล่ะค่ะ ศจี... คุณเองก็เถอะ โดนไล่ออกอย่างไม่เป็นท่าแถมยังเสียชื่อเสียงในวงสังคมขนาดนั้น ไม่คิดอยากจะทวงคืนอะไรบ้างเลยเหรอคะ”
คำพูดของคีย์เปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ ศจีแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นเมื่อนึกถึงวันที่เธอต้องเดินออกจากตึกใหญ่โดยมีสายตานับร้อยคู่มองมาด้วยความสมเพช โดยเฉพาะสายตาหยิ่งยโสของรินรดาที่มองเธอราวกับฝุ่นใต้รองเท้า
“อย่ามาทำเป็นรู้ดีหน่อยเลยค่ะคุณคีย์... รินรดามันไม่ใช่คนที่จะโค่นลงได้ง่ายๆ ยัยนั่นฉลาดเป็นกรด แถมตอนนี้ยังมีพริมา... ยัยเลขาหน้าเงินคนนั้นคอยปกป้องให้อยู่ไม่ห่าง คุณก็เห็นนี่คะว่าสองคนนั้นตัวติดกันแจขนาดไหน” ศจีแย้งขึ้นอย่างรู้ทัน พร้อมกับเลิกคิ้วมองเขาด้วยความท้าทาย
“นั่นแหละคือเหตุผลที่เราต้อง ‘ร่วมมือ’ กันค่ะ” คีย์โน้มตัวไปข้างหน้า สายตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ “คุณเกลียดรินรดาที่ทำให้คุณต้องอับอาย ส่วนผม... ต้องการรินรดาคืนมา... และต้องการกำจัดยัยพริมาออกไปให้พ้นทาง ความแค้นของคุณกับความต้องการของผม มันช่างลงตัวเสียยิ่งกว่าอะไรนะคะ”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ศจีหรี่ตามองอดีตคุณชายผู้เคยคบหากับเจ้านายเก่าอย่างพิจารณา สมองของเธอกำลังคำนวณความเสี่ยงและผลประโยชน์ที่จะได้รับอย่างรวดเร็ว สมกับที่เป็นอดีตมือขวาผู้กุมความลับทุกอย่างในบริษัท
ในขณะเดียวกัน ทางด้านของรินรดาและพริมา บรรยากาศภายในคอนโดมิเนียมหรูชั้นบนสุดกลับตึงเครียดเสียยิ่งกว่าเส้นลวดที่ถูกขึงจนตึงค่ะ
“ใครโทรมาคะพริมา...” รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น แต่แววตาคู่สวยกลับฉายชัดถึงความไม่มั่นคง เธอยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว มองดูเลขาตัวแสบที่เพิ่งกดวางสายจากโทรศัพท์มือถือด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
พริมาถอนหายใจเบาๆ เธอยังคงถือสมองกลในมือแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของห้องที่กำลังทำตัวเป็นเด็กดื้อเอาแต่ใจอีกแล้ว
“ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอกค่ะคุณริน... แค่... คนที่ไม่อยากให้ความสนใจเท่าไหร่” พริมาตอบปัด พยายามจะเดินเลี่ยงไปทางห้องนั่งเล่นเพื่อซ่อนพิรุธ แต่มีหรือที่คนอย่างรินรดาจะยอมปล่อยผ่านง่ายๆ
หมับ!
มือเรียวคว้าเข้าที่ข้อแขนของพริมาไว้แน่นแรงเสียจนอีกฝ่ายต้องสะดุ้ง รินรดาก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเลขา
“ปล่อยค่ะคุณริน... เจ็บนะคะ” พริมาขมวดคิ้วประท้วงเบาๆ แต่ไม่ได้สะบัดออกอย่างรุนแรงเหมือนเคย
“เจ็บเหรอคะ? แล้วที่ฉันเจ็บอยู่ข้างในนี่ล่ะ... คุณเคยสนใจไหมพริมา!” รินรดาโพล่งออกมาด้วยความอัดอั้น ตวามหึงหวงและกลัวการสูญเสียที่สะสมมานานระเบิดออกมาในคราบของความเกรี้ยวกราด “คุณมีความลับอะไรปิดบังฉันอีก... ทำไมฉันจะต้องมารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอกเวลาที่คุณทำหน้าเครียดใส่โทรศัพท์เครื่องนั้นด้วย!”
พริมาชะงักไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นร่องรอยความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งและคำพูดจิกกัดของเจ้านายสาว หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งรินรดาแสดงอาการหึงหวงและห่วงหามากเท่าไหร่ มันยิ่งตอกย้ำให้เธอรู้ว่าผู้หญิงคนนี้สำคัญกับเธอมากแค่ไหน... และนั่นแหละคือสิ่งที่อันตรายที่สุด
“คุณริน... อย่าทำหน้าแบบนี้เลยค่ะ” พริมาผ่อนน้ำเสียงลงอย่างเผลอไผล มือเรียวยกขึ้นแตะที่หลังมือของรินรดาที่ยังจับแขนเธออยู่ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้รินรดานิ่งงัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ “ฉันไม่ได้มีใคร... และไม่มีความลับอะไรที่จะทำร้ายคุณได้ทั้งนั้นค่ะ”
“โกหก... สายตาของคุณมันฟ้องว่ากำลังกังวลเรื่องใหญ่” รินรดาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวพริมาทำให้สติของคนตัวสูงกว่ากระเจิดกระเจิง “ถ้าคุณยังเห็นฉันเป็น... เจ้านาย... หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ที่คุณรู้สึก... บอกความจริงฉันมาสิคะพริมา”
คำว่า ‘หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่’ แขวนลอยอยู่กลางอากาศ พร้อมกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะหลุดออกมานอกอก บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเสน่หาและความหวาดหวั่นที่ประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าใกล้กันมากกว่าเดิมเพื่อค้นหาคำตอบผ่านสัมผัสที่โหยหา
กริ๊งงงงง!
เสียงกริ่งหน้าห้องพักหรูดังขึ้นแทรกกลางความเงียบงัน ทำลายโมเมนต์ชวนใจสั่นลงอย่างไม่ไว้หน้า พริมาสะดุ้งสุดตัวรีบผละถอยหลังออกมาทันทีด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำ ขณะที่รินรดาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดจนแทบจะพ่นไฟใส่ประตูหน้าห้อง
ใครกันที่กล้ามาขัดจังหวะเวลานี้!
รินรดากัดฟันกรวด หันไปถลึงตาใส่ประตูห้องก่อนจะก้าวเท้าฉับๆ ไปกระชากเปิดออกด้วยความโมโห
ทว่า... ทันทีที่ประตูเปิดอ้ากว้าง รอยยิ้มเย็นเยียบและคำพูดที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากของแขกยามวิกาล ก็ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงจนแทบหยุดไหล
“เซอร์ไพรส์ค่ะคุณริน... ไม่คิดเหรอคะว่าเราจะได้เจอกันเร็วขนาดนี้... และดูเหมือนว่าฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทของคุณกับยัยเลขาคนโปรดเข้าซะแล้วสิคะ”
ศจีแย้มยิ้มหยันยืนอยู่หน้าประตู โดยมีร่างสูงของคีย์ยืนกอดอกส่งยิ้มมุมปากให้อย่างผู้ชนะอยู่ด้านหลัง...
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและติดตามความแสบสันปนฟินนี้ไปด้วยกันนะคะ หวังว่าจะหลงรักยัยตัวแสบคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ! — สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง•ตอนที่ 29
ศัตรูหัวใจร่วมมือกัน
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!