"คุณพูดว่าอะไรนะ... คีย์!"
เสียงตวาดแหลมสูงของรินรดาแทบจะกรีดแทงบรรยากาศตึงเครียดในห้องประชุมใหญ่ให้ขาดวิชาย ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เคยเชิดรั้น บัดนี้ซีดเผือดลงถนัดตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามกวาดมองเอกสารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของอดีตคนรัก
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น พริมาที่ยืนกอดอกอยู่มุมห้องขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา หัวใจของเลขาสาวเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อเห็นรินรดากำลังแสดงอาการตื่นตระหนกเพื่อปกป้องบางสิ่ง... หรือปกป้องใคร
"ก็ตามที่ได้ยินนั่นแหละค่ะคุณริน..." คีย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคยอบอุ่นในอดีต บัดนี้กลับแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมและคราบน้ำมือของผู้ชนะ "เอกสารบัญชีลับโครงการร่วมทุนระหว่างตระกูลของเรา... ถูกส่งตรงถึงโต๊ะท่านอัยการสูงสุดเรียบร้อยแล้ว และแน่นอนว่าคณะกรรมการบริหารกำลังเปิดวาระเร่งด่วนเพื่อถอดถอนคุณออกจากตำแหน่งประธานในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้"
"คุณทำแบบนี้ทำไม!" รินรดากระแทกมือลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น ร่างระหงสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยว ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง "เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือไงว่าเรื่องนี้จะเคลียร์กันภายใน! คุณกล้าดียังไงเอาเรื่องนี้ไปยุ่งกับอัยการ!"
"เคลียร์ภายในเหรอคะ?" คีย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย้ยหยันจนน่าหมั่นไส้ "คุณต่างหากริน... ที่พยายามจะเขี่ยฉันออกไปจากเกมนี้ตั้งแต่แรก คุณคิดว่าฉันไม่รู้หรือคะว่าคุณกำลังร่วมมือกับยัยเลขาหน้าจืดคนนี้ เพื่อขุดคุ้ยหลักฐานเล่นงานฉันลับหลังน่ะ!"
พริมาที่ยืนเงียบมาตลอดสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกพาดพิง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะก้าวเท้าออกมาจากมุมห้อง ยืนเผชิญหน้ากับคีย์ด้วยท่าทีนิ่งสงบแต่นัยน์ตากลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความท้าทาย
"ถ้าคุณคีย์พูดถึงหลักฐานการยักยอกเงินบริษัทเมื่อสามเดือนก่อนล่ะก็... ฉันเป็นคนหามาเองค่ะ" พริมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมจนคนฟังต้องหันขวับมามอง "และถ้าคุณฉลาดพอ คุณก็น่าจะรู้ว่าเอกสารที่ฉันถืออยู่ มันไม่ได้มีแค่ชุดเดียว และมันไม่ได้ส่งไปแค่อัยการหรอกนะคะ..."
รินรดาหันขวับมามองพริมาทันที ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
"พริมา! เธอพูดอะไรออกมา รู้ตัวหรือเปล่า!" รินรดาหันไปตวาดใส่เลขาคนสนิท น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความไม่เข้าใจ "เธอทำบ้าอะไรลงไป... เธอรู้ไหมว่าถ้าเรื่องนี้แดงออกมา บริษัทจะพังแค่ไหน!"
"แล้วคุณรินคิดว่าใครล่ะคะที่เป็นคนทำให้บริษัทมาถึงจุดนี้!" พริมาสวนกลับทันควัน ความอดทนที่สะสมมานานนับเดือนระเบิดออกมาในวินาทีนี้ น้ำเสียงของเลขาสาวสั่นระริกด้วยความอัดอั้นตันใจ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันคอยตามเช็ดตามล้างปัญหาที่คุณก่อไว้กับตระกูลคีย์! ฉันเตือนคุณแล้วว่าผู้ชายคนนี้ไว้ใจไม่ได้ แต่คุณเคยฟังฉันบ้างไหมคะ! คุณก็เอาแต่ใช้อารมณ์ เอาแต่ใจตัวเอง จนไม่สนว่าใครจะเดือดร้อนบ้าง!"
"นี่เธอกล้าขึ้นเสียงใส่ฉันเหรอ พริมา!" รินรดาปรี่เข้าไปประชิดตัวเลขาสาว ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำใสแห่งความโกรธและเสียใจ "เธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนฉัน! เธอเป็นแค่เลขา... เป็นแค่ลูกจ้างในบริษัทนี้!"
"ใช่ค่ะ! ฉันเป็นแค่เลขา!" พริมาตอกกลับเสียงดังลั่น น้ำตาคลอเบ้าแต่ไม่มีวันไหลร่วงลงมาให้ใครเห็น หญิงสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเจ้านายสาว ปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดที่อัดอั้นตันใจออกมาจนหมดสิ้น "ฉันเป็นแค่เลขาที่ต้องคอยมารองรับอารมณ์บ้าๆ ของคุณ คอยตามแก้ปัญหาให้คุณอย่างไร้ค่า ทั้งๆ ที่ฉัน... ทั้งๆ ที่ฉันหวังดีกับคุณมากที่สุดแท้ๆ!"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาพร้อมกับความเงียบที่เข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง รินรดาชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นแววเจ็บปวดในดวงตาของพริมา คำพูดมากมายที่เตรียมจะต่อว่าจุกอยู่ที่ลำคอจนเปล่งเสียงไม่ออก
"หวังดีงั้นเหรอคะ..." คีย์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดปรบมือช้าๆ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนใบหน้าคมคาย "ช่างเป็นฉากดราม่าที่น่าประทับใจเสียจริงนะคะ... แต่ความจริงก็คือความจริงค่ะคุณรินรดา ต่อให้คุณจะทะเลาะกันจนคอแตกตายตรงนี้ เอกสารชุดนั้นก็ไม่ได้บินกลับมาอยู่ในมือคุณหรอกนะคะ"
คีย์หันหลังเตรียมก้าวเดินออกจากห้องประชุม ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยซากปรักหักพังของความสัมพันธ์ที่พังทลายลงต่อหน้าต่อตา
รินรดายืนนิ่งค้าง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินอาบแก้มเงียบๆ หญิงสาวหันกลับมามองพริมาที่ยืนหันหลังให้ ไหล่บางสั่นเทาเบาๆ จากแรงสะอื้นที่ถูกกลั้นไว้
"เพราะเธอ... ทุกอย่างมันถึงพังหมดเพราะความรั้นของเธอนั่นแหละ พริมา" รินรดากระซิบเสียงพร่า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตัดพ้อและเจ็บปวด
พริมาสูดหายใจเข้าลึก ค่อยๆ หันกลับมามองหน้าเจ้านายสาวเป็นครั้งสุดท้าย แววตาที่เคยมีความรู้สึกซับซ้อนซ่อนอยู่ บัดนี้กลับว่างเปล่าและเย็นชาจนน่าใจหาย
"ถ้าการที่ฉันพยายามปกป้องคุณมันทำให้คุณมองว่าฉันคือตัวปัญหา..." พริมาเว้นจังหวะ กลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก "งั้นเราก็คงไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้วล่ะค่ะ... ฉันขอลาออก"
สิ้นคำพูดนั้น พริมาก็หมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องประชุมไปทันที โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองรiนรดาที่ยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
รินรดาก้าวขาไม่ออก หัวใจดวงน้อยร้าวรานจนแทบแหลกสลาย หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประชุมอย่างไร้เรี่ยวแรง ท่ามกลางความเงียบงันและความจริงอันโหดร้ายที่ถาโถมเข้าใส่
ทว่า... ในวินาทีที่ความมืดมนกำลังกลืนกินทุกสิ่ง ประตูห้องประชุมที่ปิดสนิทไปแล้ว กลับถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง!
ร่างสูงของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก พร้อมกับแท็บเล็ตในมือที่ฉายภาพวิดีโอสดจากห้องทำงานใหญ่ของประธานบริษัท
"ขอโทษทีนะครับที่ต้องขัดจังหวะฉากอำลาอันแสนเศร้า..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตาคมกริบที่กวาดมองรินรดาด้วยความสมเพชระคนสะใจ "แต่ดูเหมือนว่า... พวกคุณจะยังไม่รู้สินะครับ ว่าบัญชีลับอีกบัญชีหนึ่งที่ซ่อนไว้ในเซฟห้องทำงานของคุณ... ตอนนี้กำลังถูกถ่ายทอดสดให้ผู้ถือหุ้นทุกคนดูอยู่ ณ วินาทีนี้เลยล่ะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครของเราในตอนนี้นะคะ
"สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี"
ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง•ตอนที่ 31
จุดแตกหัก
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!