เสียงปิดประตูห้องรับแขกชั้นบนสุดของบริษัทดังขึ้นเบาๆ แต่กลับก้องกังวานอยู่ในความรู้สึกของพริมาอย่างประหลาด
รินรดายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไหล่บางภายใต้เสื้อสูทแบรนด์ดังไหวสะท้อนเล็กน้อยตามจังหวะลมหายใจที่ถูกสะกดกลั้น ดวงตาสงคู่คมกริบที่มักจะใช้มองคนอื่นด้วยความเย่อหยิ่งและถือดี บัดนี้กลับไหวระริกยามกวาดสายตามองร่างสูงโปร่งของ 'คีย์' อดีตคนที่เคยทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในความทรงจำเมื่อหลายปีก่อน
"ไม่คิดว่าคุณจะกล้าโผล่หัวมาที่นี่อีกนะ... คีย์"
เสียงหวานติดจะเยزนชาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด รินรดายกแขนขึ้นกอดอกโดยอัตโนมัติ เป็นเกราะกำบังตามสัญชาตญาณของคนที่ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นง่ายๆ ทว่ามือเรียวที่จิกเข้าที่ต้นแขนตัวเองนั้นสั่นเทาเล็กน้อยจนคนสังเกตเห็นได้
คีย์แย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ครั้งหนึ่งรินรดาเคยคิดว่ามันอบอุ่นที่สุดในโลก แต่ในวันนี้มันกลับดูว่างเปล่าและน่าชังในสายตาของเธอ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ทว่ารินรดากลับถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ผมแค่อยากมาเคลียร์... เรื่องที่เรายังค้างคาใจกันอยู่ ริน" คีย์เอ่ยเสียงนุ่ม
"ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องเคลียร์ทั้งนั้นค่ะ" รินรดาสวนกลับทันควัน นัยน์ตาดุฉายแววเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที "อดีตมันก็คืออดีต และคุณก็เป็นแค่อดีตที่ฉันอยากจะลืม เลิกทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของหรือทำเป็นเดือดร้อนกับชีวิตฉันสักที!"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรม พริมาที่ยืนมองสถานการณ์อยู่เงียบๆ ริมขอบประตูสูดหายใจเข้าลึก ภายในอกข้างซ้ายรู้สึกหน่วงแปลกๆ เมื่อเห็นร่องรอยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกระด้างของคุณหนูจอมหยิ่ง แม้ปากจะบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่แววตาคู่สวยนั้นกลับฟ้องชัดเจนว่าแผลเป็นในอดีตนั้นไม่เคยจางหายไปไหนเลยจริงๆ
พริมาตัดสินใจก้าวแทรกตัวเข้ามาประชิดรินรดา มือเรียวคว้าท่อนแขนเรียวของเจ้านายสาวไว้เบาๆ เป็นการส่งสัญญาณเตือนทางกายสัมผัส รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย หันมามองเลขาตัวแสบด้วยสายตาดุๆ แต่พริมากลับส่งยิ้มเย็นเยียบให้คีย์แทน
"ดูเหมือนคุณคีย์จะความจำสั้นนะคะ ถึงได้ลืมไปว่าที่นี่คือบริษัทของฉันกับคุณรินรดา และที่สำคัญ..." พริมาเว้นจังหวะ ปรายตามองชายหนุ่มหัวจรดเท้าด้วยแววตาเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง "แขกที่ไม่ได้รับเชิญ... เขาไม่เดินเข้ามาป้วนเปี้ยนตามใจชอบแบบนี้หรอกค่ะ เชิญทางออกด้านนั้นนะคะ"
คีย์หรี่ตามองพริมาอย่างประเมิน ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะพริมา สมแล้วที่เป็นเลขาคนโปรด... หรือจริงๆ เป็นมากกว่านั้น?"
"หุบปากของคุณซะ!" รินรดาตวาดลั่น ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจี้ใจดำ พริมาหันไปสบตารินรดาแวบหนึ่ง ก่อนจะบีบกระชับมือที่จับแขนอีกฝ่ายแน่นขึ้นเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นที่เจ้าตัวไม่มีวันเอ่ยปากพูดออกมาตรงๆ
คีย์ยอมถอยหลังไปสองก้าวเมื่อเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากทั้งสองคน "ก็ได้... วันนี้ผมแค่แวะมาทักทาย แต่ผมมั่นใจว่ารินจะต้องเป็นคนติดต่อหาผมเอง... เรื่องราวเมื่อห้าปีก่อน ความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเข้าใจหريอกนะริน"
สิ้นคำพูดนั้น คีย์ก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องรับแขกอีกครั้ง เสียงประตูปิดลงพร้อมกับแรงฮึดฮัดหายใจแรงของรินรดาที่ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างคนหมดแรง
พริมายืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความเย่อหยิ่งและมาดมั่นของคุณหนูรินรดามลายหายไปสิ้น เหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังแบกรับความทรงจำอันเจ็บปวดไว้ลำพัง ร่างบางตัดสินใจเดินไปรินน้ำอุ่นใส่แก้วยื่นให้ โดยไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากที่ปกติมักจะมีคำพูดจิกกัดเสมอ
รินรดารับแก้วน้ำมาถือไว้ ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาจนน้ำกระฉอกเล็กน้อย เธอนั่งก้มหน้ามองพื้นอยู่นานนับนาที ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่แหบพร่าและเบาหวิวเสียจนพริมาต้องเงี่ยหูฟัง
"เธอคิดว่า... สิ่งที่ฉันทำมันน่าสมเพชไหมล่ะพริมา"
พริมาขยับเข้าไปนั่งลงบนโซฟาตัวข้างๆ ชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งแล้วมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเจ้านายสาว "เรื่องไหนล่ะคะ? เรื่องที่คุณเก๊กทำเป็นเข้มแข็ง ทั้งที่ข้างในแหลقเหลวเป็นจุล... หรือเรื่องที่คุณไม่เคยเปิดใจให้ใครจริงๆ สักคนกันแน่"
รินรดาหันขวับมามองหน้าเลขา ปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น "นี่เธอกล้าสั่งสอนฉันเหรอพริมา!"
"ฉันไม่ได้สั่งสอนค่ะ ฉันแค่พูดความจริง" พริมาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าแววตากลับอ่อนโยนลงอย่างประหลาดจนรินรดาชะงัก "คนที่เอาแต่กอดอดีตไว้แน่นจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ... น่าสงสารมากกว่าน่าสมเพชนะคะคุณรินรดา"
คำพูดนั้นจี้เข้ากลางใจดำ รินรดาเม้มปากแน่น น้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาที่หน่วยตาคู่สวยอย่างห้ามไม่อยู่ แต่นิสัยทิฐิสูงก็ทำให้เธอพยายามเงยหน้าขึ้นเพื่อกลั้นมันไว้ "เธอไม่รู้อะไรพริมา... เธอไม่รู้หรอกว่าฉันต้องเจออะไรมาบ้างกว่าจะก้าวข้ามผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ วันที่ฉันไว้ใจที่สุด วันที่ฉันรักที่สุด... เขากลับเป็นคนผลักฉันลงเหวเองกับมือ"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้น พริมาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนไหล่ชนกัน ความอบอุ่นจากร่างของเลขาตัวแสบส่งผ่านเข้ามาทางเนื้อผ้า ทำให้เกราะป้องกันอันเปราะบางของรินรดาพังทลายลง
"ถ้าอดีมันหนักหนาขนาดนั้น..." พริมาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตมองลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดา "ทำไมถึงไม่ยอมปล่อยให้มันตายไปล่ะคะ? ในเมื่อปัจจุบัน... คุณก็ไม่ได้ตัวคนเดียวเสียหน่อย"
รินรดาหันขวับมาสบตา ประโยคนั้น น้ำเสียงนั้น และแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจแบบที่พริมาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น ทำให้หัวใจของคนเป็นเจ้านายกระตุกวูบ ไอร้อนผ่าวตีตื้นขึ้นมาที่พวงแก้มขาวเนียน
"เธอ... หมายความว่ายังไง" รินรดาถามเสียงสั่น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"หมายความตามที่พูดนั่นแหละค่ะ" พริมาหลบสายตาไปทางอื่นชั่วขณะเพื่อซ่อนรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะหันกลับมาสบตาตรงๆ "เลิกทำตัวเป็นเด็กดื้อที่ชอบผลักไสคนที่หวังดีออกไปสักทีเถอะค่ะ... คุณรินรดา"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ ชั่วขณะหนึ่งที่เสียงเครื่องปรับอากาศดูจะเงียบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ผสานกันอย่างใกล้ชิด รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนเจ็บแปลบ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากอดีต... แต่มันคือความหวั่นไหวที่รุนแรงจนตั้งรับไม่ทัน
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าใกล้กันมากกว่าเดิมเพื่อค้นหาคำตอบในใจ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานตัวนอกก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ทลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ ให้แตกกระเจิง
รินรดาสะดุ้งเฮือก ผนкตัวถอยห่างจากพริมาทันทีด้วยความตกใจ ใบหน้าสวยแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดแล้วหันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ
พริมาลอบถอนหายใจยาวด้วยความเสียดายแกมขัดใจเล็กน้อย ก่อนจะมองรินรดาที่กำลังกดรับสายด้วยสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาฉับพลัน
"ว่ายังไงนะ..." เสียงของรินรดาทวนซ้ำ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น สีหน้าซีดเผือดลงจนพริมาต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสังหรณ์ใจ
รินรดาวางสายลงอย่างช้าๆ มือเรียวเย็นเฉียบจนน่าใจหาย เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับพริมาด้วยแววตาที่สั่นระริกเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
"มีอะไรคะคุณริน?" พริมาถามเสียงเครียด
"พนักงานข้างล่างโทรมาบอกว่า..." รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนหอบหายใจถี่ "คนที่ยืนรอพบฉันอยู่ที่ล็อบบี้ชั้นล่างตอนนี้... คือ **'คุณปู่'** ที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศกะทันหัน... และท่านกำลังขึ้นลิฟต์มาที่นี่แล้วค่ะ!"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนที่ 25 ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะใจเต้นแรงไปพร้อมกับรินรดาและพริมานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง•ตอนที่ 25
คำสัญญาใต้แสงดาว
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!