ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง•ตอนที่ 5

อุบัติเหตุที่ทำให้ใจสั่น

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
ระยะห่างระหว่างปลายจมูกของดิฉันกับโครงหน้าเฉียบคมของคุณหญิงรินรดาในวินาทีนั้น... น่าจะเหลือไม่ถึงสามเซนติเมตรด้วยซ้ำค่ะ ความเย็นยะเยือกจากแวบแรกที่คุณหญิงผู้มารดาเปิดประตูก้าวเข้ามาในห้องประชุมราวกับถูกแช่แข็งไว้ด้วยไนโตรเจนเหลว แต่ในวินาทีที่สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน—ความหนาแน่นของอากาศรอบตัวกลับร้อนระอุขึ้นมาเสียดื้อๆ จนพริมาแทบจะลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ "เอ่อ... คือว่า..." พริมาอ้าปากเตรียมจะแก้ตัว สมองอันปราดเปรียวและรวดเร็วดั่งติดสปริงพยายามประมวลผลหาคำแถลงการณ์ที่ฟังดูสมเหตุสมผลที่สุดเพื่อกู้สถานการณ์เฉพาะหน้า แต่ทว่า... ยิ่งลนลาน ร่างกายเจ้ากรรมก็ยิ่งเกร็งจนเผลอขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว โดยลืมไปสนิทว่าด้านหลังของหล่อนคือขอบโต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อดี *กร๊อก!* สะโพกมนชนเข้ากับมุมโต๊ะอย่างจัง ส่งผลให้อ่างกาแฟเซรามิกสีขาวลวดลายวินเทจที่พริมาถือติดมือมาตั้งแต่ต้นเรื่อง ซึ่งบรรจุของเหลวสีดำเข้มข้นกำลังร้อนฉ่า เกิดอาการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงทันที "ระวัง!" เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปของรินรดาเป็นครั้งแรกในรอบหลายนาที ท่าทีเย่อหยิ่งและมาดมั่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ร่างเพรียวบางของท่านประธานสาวตัดสินใจพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือของเลขาฯ จำเป็นไว้ตามสัญชาตญาณ โดยไม่ทันได้คำนึงถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา *ฉ่า...* น้ำกาแฟร้อนจัดกระฉอกออกจากปากแก้ว หกเลอะลงบนเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวสะอาดตาของคุณหญิงรินรดาเต็มๆ แรง ความร้อนแผดเผาผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนเจ้าของร่างสะดุ้งสุดตัว เผลออุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ "อุ๊ย! คุณรินรดา!" พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่า สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์สั่งให้มืออีกข้างคว้าทิชชูบนโต๊ะมาซับให้อย่างลืมตัว แต่เพราะความรีบร้อนและแรงเหวี่ยงเมื่อครู่ ทำให้ร่างของทั้งคู่เสียการทรงตัวพร้อมๆ กัน โลกทั้งใบคล้ายจะหมุนควิ่งเคว้งคว้าง... ในเสี้ยววินาทีแห่งความชุลมุน ร่างระหงของคุณหญิงรินรดาก세ลล้มลงมาทับร่างของพริมาที่พิงติดอยู่กับขอบโต๊ะทำงาน เสียงอุทานตกใจของรินรดากลืนหายไปกับลำคอ เมื่อริมฝีปากและโครงหน้าของทั้งสองฝ่ายเฉียดผ่านกันไปอย่างฉิวเฉียด ชนิดที่ว่าหากองศาสเอียงไปมากกว่านี้เพียงนิดเดียว เหตุการณ์ในห้องทำงานส่วนตัวคงต้องบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่แน่นอนค่ะ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับความขมปร่าของกาแฟพุ่งปะทะเข้าใส่กันอย่างจัง ดวงตากลมโตของพริมาสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่ไหวระริกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในระยะประชิด ชนิดที่ขนตางอนงามของทั้งคู่แทบจะเกี่ยวติดกันได้อยู่แล้ว ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมพื้นที่รอบกายราวกับเวลาหยุดเดิน เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยคำรามเบาๆ กลับเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมคราม—ไม่แน่ใจว่าเป็นของใคร แต่มันดังเสียจนสะเทือนก้องอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งคู่ "อะแฮ่ม!" เสียงกระแอมไอจากบุคคลที่สามดังขึ้นทำลายบรรยากาศชวนฝันให้พังทลายลงในพริบตา คุณหญิงผู้มารดายืนกอดอกมองภาพบุตรสาวคนเก่งที่กำลังคร่อมทับเลขาฯ สาวอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา มุมปากข้างหนึ่งยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย แต่แววตากลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก รินรดาสติหลุดลอยไปชั่วขณะ เพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้พวกเธออยู่ในท่าทางที่ส่อไปในทางลบขนาดไหน ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหูอย่างรวดเร็ว—ไม่ใช่เพราะความเขินอายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะความตกใจและสถานการณ์ที่ไร้ทางออกต่างหาก ท่านประธานสาวรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนตรงอย่างทุลักทุเล มือเรียวพยายามปัดเศษกระดาษและจัดเสื้อผ้าที่เปื้อนคราบกาแฟของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ ทว่าพวงแก้มที่ขึ้นสีแดงจัดจนปิดไม่มิดนั้นได้ทรยศความนิ่งขยับของเธอไปจนหมดสิ้นแล้วค่ะ "แม่คะ... คือมันเป็นอุบัติเหตุค่ะ" รินรดาเอ่ยเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย ซึ่งหาได้ยากยิ่งสำหรับผู้หญิงที่เคยปากคอเราะร้ายและมั่นใจในตัวเองสูงลิ่วคนนี้ พริมาที่ยังคงนั่งพิงขอบโต๊ะอยู่แอบลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะจากสัมผัสเมื่อครู่ "แม่ไม่ได้ตาบอดนะคะ รินรดา" คุณหญิงผู้เป็นมารดายิ้มรับบางๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย "แล้วก็ดูเหมือนว่า... เลขาฯ คนใหม่ของลูก จะมีความสามารถพิเศษในการสร้างความปั่นป่วนได้ดีเยี่ยมเสียจนแม่ต้องทึ่งเลยทีเดียว" พริมาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติอันกระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง หล่อนค่อยๆ ดันตัวเองลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม แม้สภาพเสื้อผ้าหน้าผมจะยุ่งเหยิงไปบ้างเล็กน้อยจากอุบัติเหตุเมื่อครู่ แต่แววตาที่ฉายความท้าทายและดื้อรั้นยังคงเปล่งประกายชัดเจนเช่นเดิม "ขอบพระคุณสำหรับคำชมค่ะคุณหญิง ดิฉันถือว่านั่นคือคำเยินยอจากท่านประธานกิตติมศักดิ์ก็แล้วกันนะคะ" พริมาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทและรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทไม่เบา สร้างความหมั่นไส้ให้รินรดาที่หันมาถลึงตาใส่แทบจะทันที บรรยากาศในห้องประชุมที่ควรจะตึงเครียดกลับกลายเป็นสนามอารมณ์ที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตระหว่างคนสามคน คุณหญิงหรี่ตามองพริมาอย่างพิจารณาอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งรินรดาและพริมาต้องชะงักกึก "ในเมื่อพวกเธอสองคนดูจะ... *ใกล้ชิด* กันดีเหลือเกินในช่วงเวลาทำงาน งั้นเย็นนี้ก็อยู่เคลียร์งานโปรเจกต์ใหญ่ร่วมกันสองคนที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของรินรดาก็แล้วกันค่ะ หวังว่าจะไม่มีข้ออ้างอะไรอีกนะจ๊ะ" สิ้นเสียงประกาศิตนั้น รินรดาหน้าถอดสีลงทันที ขณะที่พริมาแอบขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ—เพนต์เฮาส์ส่วนตัว? นี่มันไม่ใช่แค่การทำงานล่วงเวลาธรรมดาเสียแล้วค่ะ รินรดายังไม่ทันได้อ้าปากปฏิเสธ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องประชุมเสียก่อน พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท และร่างสูงโปรดของ "คีย์" อดีตคนรักเก่าที่รินรดาพยายามตัดขาด ก็ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เคลือบยาพิษ "สวัสดีครับทุกคน... ดูเหมือนผมจะมาทันเวลาสนุกพอดีเลยใช่ไหมครับ?" คีย์กวาดสายตามองรินรดาและพริมาสลับกันไปมาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนความร้ายกาจไว้เต็มเปี่ยม —ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%