เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าสามครั้งดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัว ทำลายบรรยากาศตึงเครียดที่พริมาเพิ่งจะสร้างขึ้นด้วยสายตาร้ายกาจคู่นั้นลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี
"เอ่อ... คือ... เป็นคุณแม่ของคุณรินรดาเองค่ะ... และท่าน... กำลังขึ้นมาบนนี้แล้วค่ะ!"
เสียงของเลขาฯ หน้าห้องที่ดังลอดผ่านอินเตอร์คอมมาเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท รินรดาถึงกับชะงักค้าง มือเรียวที่กำลังจะเอื้อมไปคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานหรูหราสะดุดกึก ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและดุดันเมื่อวินาทีที่แล้ว บัดนี้เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนกที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยอย่างสุดความสามารถ
มารดาของเธอ... ผู้หญิงที่เปรียบเสมือนกฎระเบียบอันเคร่งครัดและคอยบงการชีวิตเธอมาตลอดตั้งแต่วัยเด็ก ไม่เคยปรากฏตัวที่บริษัทแห่งนี้ตามอำเภอใจ หากท่านมา นั่นหมายความว่าต้องมีเรื่องใหญ่มหาศาล หรือไม่ก็... มีใครบางคนจงใจจุดไฟเผาบ้านหลังนี้จากข้างใน
"คุณแม่เหรอ..." รินรดาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ความมั่นใจที่มักจะมีล้นเหลือเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูทางธุรกิจหรือแม้แต่กับพริมาเอง กลับระเหิดหายไปในอากาศราวกับหมอกควันยามเช้า
พริมาหรี่ตามองปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนั้น รอยยิ้มร้ายกาจที่แต้มอยู่บนมุมปากของหญิงสาวลดระดับลง เปลี่ยนเป็นความสงสัยระคนทึ่งในความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เกราะหนาเตอะของคุณหนูจอมหยิ่ง พริมาขยับตัวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ ลอยมาแตะจมูกรินรดา พร้อมกับเสียงกระซิบที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน
"ดูเหมือนว่าเกราะเหล็กของคุณหนูรินจะร้าวเร็วกว่าที่คิดนะคะ..." พริมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงความเย้าแหย่ "หรือว่าคุณแม่ผู้สูงส่งของคุณกำลังจะมาตรวจตราดูว่า... ลูกสาวตัวแสบกำลังทำอะไรลับหลังผู้ใหญ่กันแน่คะ?"
"หุบปากไปเลยนะพริมา!" รินรดาหันมาแหวใส่เสียงเบาแต่เฉียบขาด ดวงตาคู่สวยตวัดค้อนใส่เลขาฯ ส่วนตัวอย่างคาดโทษ แม้ในใจจะเริ่มปั่นป่วนจนแทบตั้งสติไม่อยู่ "เธอไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนฉัน สถานการณ์ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาเล่นสนุกนะ!"
"ใครเล่นกันล่ะคะ ฉันแค่เตือนด้วยความหวังดีในฐานะเพื่อนร่วมชะตากรรม... หรือเพื่อนร่วมรบต่างหาก" พริมาไวกว่า เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว จัดเสื้อสูทเข้ารูปให้เรียบร้อยอย่างใจเย็นราวกับไม่ได้สะิธสะท้านอะไรกับการมาเยือนของผู้ทรงอิทธิพลระดับประธานกิตติมศักดิ์เลยแม้แต่น้อย "แต่ก็นะ... ถ้าคุณแม่ของคุณเห็นเรายืนใกล้กันขนาดนี้ในห้องปิดตาย... ฉันเกรงว่าข้อหา 'ทำตัวไม่เหมาะสม' คงจะพุ่งชนเราสองคนทะลุกราฟแน่ๆ ค่ะ"
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันต่อปากต่อคำอะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่แฝงด้วยความเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะจะโคน ทรงอำนาจ และเด็ดขาดจนคนฟังต้องกลั้นหายใจ
*แอ๊ด...*
ประตูห้องถูกผลักเปิดออกโดยไม่จำเป็นต้องรอการอนุญาต ร่างเพิ่งระหงในชุดสูทผ้าไหมสั่งตัดพิเศษดูภูมิฐาน ใบหน้าเรียบเฉยที่ถอดแบบความหยิ่งทะนงมาจากรินรดาอย่างไร้ที่ติปรากฏขึ้นตรงหน้า 'คุณหญิงมณี' ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสายตากวาดมองสำรวจไปทั่ว ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของลูกสาวคนเก่งและเลขาฯ สาวที่ยืนเว้นระยะห่างกันไม่ถึงก้าว
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันทีราวกับเปิดเครื่องปรับอากาศติดลบสิบองศา
"คุณแม่..." รินรดาต้องฝืนเปล่งเสียงออกมาด้วยความยากลำบาก รอยยิ้มฝืนๆ ถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้า "ลมอะไรหอบมาถึงนี่คะ? ทำไมไม่โทรบอกรินก่อนล่ะคะ จะได้ให้คนลงไปรับที่ชั้นล่าง"
คุณหญิงมณียังไม่ตอบทันที ดวงตาคู่คมกวาดตามองพริมาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการประเมินค่าและความไม่ไว้วางใจ ก่อนจะหันกลับมามองลูกสาว "ถ้าแม่ไม่มาเซอร์ไพรส์แบบนี้... แม่คงไม่มีทางรู้เลยสินะคะว่าลูกสาวตัวดีของแม่ กำลังบริหารบริษัทไปถึงไหน หรือเอาเวลาทั้งหมดไปวุ่นวายกับเรื่องไร้สาระอะไรอยู่"
"รินทำงานบริหารบริษัทอย่างเต็มที่มาตลอดนะคะคุณแม่..." รินรดาพยายามแย้ง เสียงเริ่มแข็งขึ้นตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "ท่านพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ?"
"หมายความว่าอะไรเหรอ?" คุณหญิงมณีแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเชิงเยาะหยัน "แปลกจดนะ ทั้งที่บริษัทกำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ แต่ลูกกลับมีเวลามาเคลียร์พื้นที่ส่วนตัว... และต้อนรับ 'แขกคนสำคัญ' ที่แม่ไม่ได้เชิญเข้ามาในครอบครัวเราด้วยซ้ำ!"
คำพูดประโยคสุดท้ายของคุณหญิงมณีทำให้ทั้งรินรดาและพริมาขมวดคิ้วพร้อมกัน แขกคนสำคัญอะไรกัน? ในห้องนี้มีแค่นាងกับพริมาเท่านั้น หรือว่า...
ราวกับเสียงสะท้อนจากความคิด เสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากด้านนอกทางเดิน พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่กรอบประตูที่เปิดกว้างอยู่
รินรดาหันขวับไปมองทันที และในเสี้ยววินาทีนั้น ลมหายใจของเธอก็คล้ายจะติดขัดอยู่ที่ลำคอ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบกริบ เส้นผมเซ็ตเข้ารูปอย่างดี ใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพแต่แฝงแววเจ้าเล่ห์และคุ้นเคยเป็นอย่างดี ก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเธออย่างถือวิสาสะ
"สวัสดีครับคุณแม่... สวัสดีครับริน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คิดถึงผมกันบ้างหรือเปล่า?"
เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกมานั้นทำลายความเงียบทั้งหมดลงอย่างราบคาบ 'คีย์' กลับมาแล้ว... อดีตคนรักเก่าผู้เป็นต้นเหตุของรอยร้าวทั้งหมดในอดีต และบادนี้ เขากลับมาเหยียบที่นี่อีกครั้งตามคำเชิญของคุณหญิงมณี เพื่อสร้างความปั่นป่วนและพังทลายทุกอย่างที่รินรดากับพริมาเพิ่งจะช่วยกันประคับประคองขึ้นมาใหม่!
พริมาหรี่ตามองชายหนุ่มผู้มาใหม่ด้วยแววตาคมกริบ เธอกวาดตามองรอยยิ้มจอมปลอมนั่นทีหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปมองรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ สังเกตเห็นมือเรียวที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาวซีด
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ เมื่อเกมการแย่งชิงและความสัมพันธ์ที่พัน0กันอีรุงตุงนังกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง โดยมีคีย์เป็นตัวแปรสำคัญที่พร้อมจะเขย่าทุกอย่างให้พังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา!
* * * * * * * * * *
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแสบและความฟินมาจนถึงตอนนี้ค่ะ - สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง•ตอนที่ 21
คนเก่าที่กลับมา
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!