เสียงยางรถยนต์บดขยี้พื้นถนนดังเอี๊ยดสนั่นจนแทบจะกลายเป็นเสียงกรีดร้อง ทันทีที่เครื่องยนต์ดับลง รินรดาก็ผลุนผลันก้าวลงจากรถด้วยความเร็วระิด ระดับความร้อนรนในอกแผดเผาจนเธอแทบไม่สนใจว่ารองเท้าส้นสูงคู่แพงจะเหยียบย่ำลงบนพื้นคอนกรีตที่เปียกชื้นหรือไม่อีกต่อไป ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบบริเวณลานจอดรถของร้านกาแฟกึ่งสตรีทบาร์ริมแม่น้ำที่เงียบเชียบในยามวิกาล ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับร่างโปร่งของใครบางคนที่ยืนพิงอยู่ข้างเสาไฟสีส้มสลัว
นั่นคือพริมา... เลขาธิการแสบที่ทำให้หัวใจของเธอปั่นป่วนจนแทบเสียศูนย์มาหลายวัน และข้างกายของหญิงสาวก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคีย์—อดีตคนที่รินรดาไม่อยากแม้แต่จะชายตามอง
"พริมา!"
เสียงเรียกที่หลุดรอดจากริมฝีปากของรินรดาทั้งแข็งกร้าวและสั่นเครือในเวลาเดียวกัน เจ้าของชื่อสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววท้าทายและกวนประสาทเธอมาตลอด กลับราบเรียบจนน่าใจหาย ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดกลัว หรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยวที่มีให้เห็นในยามปกติ
"คุณริน..." พริมายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด "ตามมาเร็วจังนะคะ นึกว่าจะต้องรอนานกว่านี้เสียอีก"
"เธอคิดจะทำบ้าอะไรอยู่!" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวด้วยความเร็ว ระยะห่างระหว่างพวกเธอเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เธอแสนจะหลงใหลลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้ความรู้สึกบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอกจนจุกแน่น "ทำไมถึงมาอยู่กับมัน ทำไมไม่รับสาย ทำไมถึงบล็อกทุกช่องทางติดต่อ... เธอคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมอะไรอยู่พริมา!"
คีย์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ขยับตัวทำท่าจะก้าวเข้ามาแทรกกลาง แต่นิ้วเรียวของพริมากลับยกขึ้นห้ามไว้เพียงนิดเดียว ชายหนุ่มจึงทำได้แค่ถอยฉากออกไปยืนเว้นระยะอย่างรู้มารยาท
พริมาถอนหายใจเบาๆ สายตานิ่งสนิทที่มองตรงมายังรินรดามันช่างเย็นชาเสียจนคนฟังรู้สึกหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจ
"เกมเหรอคะ? หึ... คุณรินต่างหากค่ะที่กำลังเล่นเกมอยู่ เกมที่คุณคิดว่าคนอื่นเป็นแค่หมากในมือ อยากจะเหวี่ยงใส่ตอนไหนก็ได้ อยากจะผลักไสหรือดึงเข้ามาใกล้ตามแต่อารมณ์ของคุณจะอำนวย" พริมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทุกคำพูดกลับคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ "น่าเบื่อนะคะ... ฉันเหนื่อยแล้วค่ะคุณริน"
"เธอหมายความว่ายังไง..." รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก มือเรียวที่ตั้งใจจะยونคว้าแขนอีกฝ่ายไว้ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ความเย่อหยิ่งและถือดีที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เมื่อเห็นแววตาที่ว่างเปล่าของคนตรงหน้า "เหนื่อยอะไร... ฉันบอกให้เธอกลับบ้านก็คือกลับสิ อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อแบบนี้ใส่ฉันนะ!"
"ฉันไม่ได้เพ้อเจ้อค่ะ และที่สำคัญที่สุด..." พริมาเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกของรินรดา "ฉันจะไม่กลับไปกับคุณค่ะ และขอร้อง... เลิกตามฉันสักทีเถอะนะคะ"
คำว่า *'เลิกตามสักที'* ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของรินรดาซ้ำไปซ้ำมา ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจในวันที่ไม่มีแม้แต่ร่มกันฝน ร่างบางเซถอยหลังไปครึ่งก้าว หัวใจกระตุกวาบจนเจ็บแปลบแปลกประหลาด ความโกรธที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกอย่างรุนแรง นี่ไม่ใช่การประชดประชันแบบที่พริมาชอบทำ แต่นี่คือความจริงจัง... ความจริงจังที่ไร้เยื่อใยสิ้นดี
"เธอพูดบ้าอะไรออกมาพริมา! เธอกล้าไล่ฉันเหรอ กล้าปฏิเสธฉันเหรอ!" รินรดาขึ้นเสียง น้ำตาคลอเบ้าอย่างไม่รู้ตัวด้วยความคับแค้นใจ เธอยอมลดทิฐิ ขับรถฝ่าความมืดดึกดื่นเพื่อตามมาหา เพราะคิดว่าอีกฝ่ายตกอยู่ในอันตราย แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับเป็นการผลักไสอย่างไร้เยื่อใย
"ใช่ค่ะ ฉันกล้า" พริมาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "เพราะต่อให้ฉันพยายามทำความเข้าใจความเย่อหยิ่งของคุณมากแค่ไหน ต่อให้ฉันพยายามอดทนกับความเอาแต่ใจของคุณยังไง... ความพยายามของฉันมันก็ไร้ผลอยู่ดี ในเมื่อคุณไม่เคยเห็นค่าอะไรเลยนอกจากความสนุกที่จะได้เห็นฉันวิ่งตาม"
"ไม่ใช่แบบนั้นนะ..." รินรดาละล่ำละลักปฏิเสธ น้ำเสียงที่เคยทรงอำนาจและเย่อหยิ่งบัดนี้สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ มือเรียวยื่นไปคว้าข้อมือของพริมาไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา "ฉันไม่ได้มองเธอแบบนั้น... พริมา ฟังฉันก่อนสิ!"
"ปล่อยค่ะคุณริน" พริมาสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างเด็ดเดี่ยว แรงสะบัดนั้นไม่ได้รุนแรง แต่กลับหนักแน่นจนรินรดาไม่กล้าฝืนยื้อต่อ "คุณกลับไปเถอะค่ะ ไปใช้ชีวิตคุณแบบที่คุณคุ้นเคย ส่วนฉัน... ขอตัวนะคะ"
พูดจบ พริมาก็หันหลังให้ทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองกลับมาอีก ปล่อยให้รินรดายืนนิ่งค้างอยู่กับที่ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาจนหายใจไม่ออก ภาพแผ่นหลังบางที่ก้าวเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ทำให้หัวใจของเธอเหมือนกำลังจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ
"พริมา... อย่าไป..." รินรดากระซิบแผ่วเบา หยดน้ำใสไหลรินอาบแก้มอย่างไม่อาจควบคุม ภาพความทรงจำทั้งหมดที่พวกเธอเคยปะทะคารมกัน วินาทีที่แอบมองรอยยิ้มของอีกฝ่าย หรือแม้แต่ความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้คำพูดร้ายกาจ—ทุกอย่างกำลังพังทลายหายไปในความมืด
แต่ทว่า... ในวินาทีที่พริมากำลังจะก้าวขึ้นไปบนรถอีกคันที่จอดรออยู่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้น พร้อมกับมือปริศนาที่คว้าหมับเข้าที่ข้อศอกของพริมาไว้เสียก่อน!
พริมาอุทานด้วยความตกใจ หันขวับกลับไปมอง และเมื่อแสงไฟจากเสาฟุ้งส่องกระทบใบหน้าของผู้มาใหม่ ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ไม่ใช่แค่พริมา... แม้แต่รินรดาก็ยังต้องผงะ ถอยหลังไปสองก้าวด้วยความคาดไม่ถึง เมื่อบุคคลที่ปรากฏตัวขึ้นในยามวิกาลเช่นนี้ คือคนที่พวกเธอไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นมากที่สุดในรอบหลายปี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งแสบและซึ้งของพวกเธอนะคะ ❤️—สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง•ตอนที่ 36
ความพยายามที่ไร้ผล
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับฉบับคุณหนูจอมหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!