คำว่า "หย่า" ยังคงแขวนลอยอยู่กลางอากาศ ราวกับเศษกระจกที่แหลมคมซึ่งพร้อมจะบาดลึกทุกครั้งที่ลมหายใจปะทะผ่าน ความเงียบงันภายในห้องทำงานกว้างขวางของธันวานั้นหนักอึ้งเสียจนพริมาต้องกำหมัดแน่นเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว เล็บคมจิกเข้าที่ฝ่ามือเพื่อดึงสติให้หลุดพ้นจากความชาหนึบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
เมื่อครู่... เมื่อครู่เขายังเป็นสถาปนิกหนุ่มผู้ดึงดันจะกักขังเธอไว้ด้วยข้อตกลงบ้าๆ และสายตาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนซ่อนเร้น แต่ตอนนี้ ดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับเรียบนิ่งสนิท ปราศจากระลอกคลื่นใดๆ ราวกับมหาสมุทรที่ถูกแช่แข็งด้วยความเย็นยะเยือก
"คุณพูดอะไรออกมานะ ธันวา" พริมาเค้นเสียงถาม รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก "เมื่อกี้หูฉันฝาดไปเอง หรือคุณแค่สติหลุดเพราะทำงานหนักเกินไปจนเพ้อเจ้อ"
ธันวาไม่ตอบทันที เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูทเนื้อดีอย่างใจเย็น ท่าทีที่เยือกเย็นและห่างเหินนั้นบาดลึกยิ่งกว่าคำพูดร้ายกาจใดๆ ที่เขาเคยพ่นใส่เธอเสียอีก
"ผมไม่ได้เพ้อเจ้อ และผมพูดชัดเจนแล้ว พริมา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างไร้ความรู้สึก ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองเลยผ่านเธอไปราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ "ในเมื่อแนวคิดของเรามันสวนทางกันตลอดเวลา และโปรเจกต์นี้ก็ใกล้จะสิ้นสุดสัญญาแล้ว การที่เราต่างคนต่างไป... น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด"
"ทางออกที่ดีที่สุด?" พริมาก้าวเข้าไปประชิด ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาเพื่อค้นหาพิรุธ "คุณพูดคำว่าหย่าออกมาได้หน้าตาเฉยแบบนี้เนี่ยนะ หลังจากที่เรา... หลังจากที่เรื่องทั้งหมดมัน..."
เธอชะงักไปชั่วขณะเมื่อนึกถึงสัมผัสอุ่นร้อนและอ้อมกอดเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เลือดในกายสูบฉีดด้วยความโกรธปนความน้อยใจที่ตีรวนขึ้นมาจนจุกอก
"เรื่องทั้งหมดที่ผ่านมา มันเป็นแค่ความผิดพลาดชั่วคราว" ธันวาตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งเยื่อใย เขาก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่างราวกับรังเกียจที่จะเข้าใกล้เธอ "อย่าเอาความรู้สึกชั่ววูบมาผูกติดกับอนาคตเลยครับ คุณเป็นนักวิจารณ์ชื่อดัง มีอนาคตที่สดใสรออยู่ การไม่มีผมเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตส่วนตัว น่าจะเป็นผลดีกับคุณมากกว่า"
คำว่า 'ผลดีกับคุณมากกว่า' ดังก้องอยู่ในหัวของพริมา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นี่น่ะหรือคือผู้ชายที่เคยปกป้องเธอจากคำครหา นี่น่ะหรือคือสถาปนิกมาดนิ่งที่แอบมองเธอด้วยสายตาคลั่งรักอยู่บ่อยครั้ง—หรือทั้งหมดเธอมันคิดไปเอง? ทฤษฎีที่เธอเคยวิเคราะห์ไว้ในหัวพังทลายไม่เป็นท่า ผู้ชายคนนี้อ่านยากเสียยิ่งกว่าแปลนตึกร้อยชั้น และตอนนี้เขากำลังสร้างกำแพงน้ำแข็งสูงเสียดขึ้นมาขวางกั้นระหว่างเขากับเธออีกครั้ง
"ถ้าคุณต้องการแบบนั้น..." พริมาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ เธอเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันฉาบบนใบหน้าสวยเฉี่ยวเพื่อซ่อนหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอเบ้า "ก็เชิญตามสบายเถอะค่ะ อ้อ ไม่สิ... เชิญตามสบายเถอะครับ ฉันไม่ใช่ประเภทที่จะรั้งผู้ชายใจจืดใจคอให้อยู่ต่ออยู่แล้ว"
เธอหมุนตัวกลับทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบ เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะหนักแน่น สะท้อนความเจ็บแปลบที่กัดกินหัวใจในทุกย่างก้าว ประตูห้องทำงานถูกกระชากเปิดออกและปิดลงด้วยแรงอารมณ์ จนชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านในสะท้อนใจ
ธันวาหลับตาลงช้าๆ เมื่อเสียงฝีค่อยๆ เลือนหายไป ความเยือกเย็นที่เขาฝืนแสดงออกมาก่อนหน้านี้พังทลายลงในเสี้ยววินาที มือหนาที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อกางเกงกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน หัวใจข้างซ้ายเจ็บแปลบราถูกบีบขยำ
*ขอโทษนะพริมา... แต่นี่คือวิธีเดียวที่จะปกป้องเธอจากเงาอดีตที่กำลังไล่ล่าผม*
วันเวลาผ่านไปสามวันเต็ม ทว่าความห่างเหินที่ธันวาแสดงออกนั้นราวกับกำแพงเหล็กกล้าที่เจาะไม่เข้า ในที่ทำงานเขาปฏิบัติต่อเธออย่างเป็นทางการและสุภาพจนน่ากลัว ไม่มีแม้แต่สายตาคมกริบที่เคยแอบมอง ไม่มีคำพูดกัดจิกกวนประสาท มีเพียงรอยยิ้มเจือจางแบบนักธุรกิจและการประชุมงานที่กระชับและเย็นชา
พริมานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในกองบรรณาธิการ กองเอกสารและแปลนอาคารมากมายกองอยู่ตรงหน้า แต่นสติเธอกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สมองเอาแต่วนเวียนถึงภาพแววตาที่ว่างเปล่าของธันวาเมื่อสามวันก่อน
"ยายพริส! เหม่ออะไรเนี่ย กาแฟเย็นหมดแก้วแล้วมั้งนั่น" เสียงของเพื่อนร่วมงานสาวดังขึ้น พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งถูกวางลงบนโต๊ะ
พริมาสะดุ้งเล็กน้อย ดึงสติกลับมาแล้วปั้นหน้าเรียบเฉย "เปล่า... แค่คิดงานไม่ออก"
"ไม่ออกหรือคิดถึงสถาปนิกหนุ่มมาดเนี้ยบคนนั้นกันแน่ เห็นช่วงนี้โปรเจกต์ใกล้เสร็จ ทำไมหน้าตาเธอยังกับคนอกหักล่ะ หืม?"
"พูดมากน่า" พริมากลบเกลื่อนด้วยการหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดดู "มีอะไร ว่ามาสิ"
"มีแขกพิเศษมาหาเธอน่ะสิ รออยู่ที่ห้องรับแขก V.I.P. ชั้นล่าง บอกว่าเป็นคนสำคัญที่เธอปฏิเสธไม่ได้"
พริมาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย คนสำคัญระดับที่เธอปฏิเสธไม่ได้งั้นหรือ? ในวงการนี้เธอก็ปะทะมาหมดแล้ว จะมีใครอีกที่ทำให้เธอต้องลงไปต้อนรับด้วยตัวเอง
เธอเดินลงมาชั้นล่างด้วยฝีเท้าที่ไม่เร่งรีบนัก ผลักประตูห้องรับแขกกระจกใสเข้าไป ดวงตากลมโตชะงักค้างทันทีเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษกำลังยืนหันหลังให้อยู่ ท่าทางและออร่ารอบตัวช่างคุ้นตาอย่างประหลาด และเต็มไปด้วยบรรยากาศอันตรายที่เธอจำได้ไม่มีวันลืม
ชายคนนั้นค่อยๆ หันกลับมา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... คุณนักวิจารณ์คนเก่ง จำผมได้หรือเปล่า"
หัวใจของพริมาหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อตระหนักได้ว่าบุคคลปริศนารายนี้คือใคร และการปรากฏตัวของเขาในเวลานี้ กำลังเชื่อมโยงกับท่าทีเย็นชาแปลกๆ ของธันวาเมื่อไม่กี่วันก่อนอย่างสมบูรณ์แบบ!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครทุกตัวด้วยกันนะครับ
สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า•ตอนที่ 15
ความเย็นชาที่กัดกินใจ
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!