"คุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่ ธันวา"
น้ำเสียงของพริมาไม่ได้สั่นเครืออย่างที่เธอหวาดกลัว แต่กลับนิ่งสนิทและเฉียบคมราวกับใบมีดที่ถูกลับมาอย่างดี ในความสลัวของห้องประชุมใหญ่บนชั้นยี่สิบห้า ที่มีเพียงแสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าฝั่งตรงข้ามสาดส่องเข้ามาเป็นเส้นสายสีส้มสลัว ร่างเพรียวของนักวิจารณ์สาวก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวใหญ่ โดยมีเงาร่างสูงสง่าของสถาปนิกหนุ่มยืนค้ำอยู่เบื้องหลัง
หัวใจของเธอหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่มตั้งแต่เสี้ยววินาทีที่ตระหนักได้ว่า บุคคลปริศนาผู้คอยส่งอีเมลลับและให้คำปรึกษาเชิงวิศวกรรมแก่เธอมาตลอดหลายเดือนภายใต้นามแฝง ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่คือผู้ชายคนที่คอยตั้งแง่และทำสงครามประสาทกับเธอมาโดยตลอด
การปรากฏตัวของเขาในเวลานี้ และท่าทีเย็นชาแปลกๆ ที่เขาแสดงออกใส่เธอเมื่อไม่กี่วันก่อน มันเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ ชนิดที่เรียกว่าไม่ต้องเสียเวลาหาจิ๊กซอว์ตัวอื่นมาเติมเต็มอีกแล้ว
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับยืนนิ่งเป็นรูปปั้น เขายังคงรักษามาดนิ่งสนิทไว้ได้อย่างแนบเนียน ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้แสงเงาสลัวนั้นเรียบเฉยจนน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบกวาดมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะขยับเอื้อIนด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ทรงพลัง
"ผมไม่ได้เล่นตลกอะไรทั้งนั้น คุณพริมา... และผมคิดว่าดึกมากแล้ว คุณควรกลับไปพักผ่อนได้แล้วครับ งานวิจารณ์โครงการนี้ผมรับฟังความเห็นของคุณหมดแล้ว"
"อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง!" พริปมกระแทกเสียงใส่ทันควัน ดวงตากลมโตจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ความโกรธผสมผสานกับความสับสนตีรวนอยู่ในอกจนร้อนผ่าว "คุณทำแบบนี้ทำไม? ส่งข้อมูลวงในมาให้ฉันทำไม? คอยแก้ทางให้เวลาฉันโดนเล่นงานจากเบื้องบนทำไม? แล้วทำไม... ทำไมเวลาอยู่ต่อหน้า คุณถึงทำตัวเหมือนเกลียดขี้หน้าฉันนักหนา!"
ประโยคสุดท้ายหลุดจากปากด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานาน ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยคำถามที่เธอเองก็ไม่กล้าแม้แต่จะฟังคำตอบ
ธันวาไม่ตอบทันที เขาสบตากลับนิ่งสนิท ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองสั้นลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กลิ่นอายความเป็นผู้ชายเจือกลิ่นโคโลญจ์จางๆ ลอยปะทะจมูกยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องเงียบงันและกดดันยิ่งกว่าเดิม สถาปนิกหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาหาอีกหนึ่งก้าวอย่างเชื่องช้า จนพริมาต้องเผลอถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับขอบกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นทัศนียภาพยามราตรีของเมืองหลวงเบื้องล่าง
ทางตัน... ในทุกๆ ความหมาย
"คุณอยากรู้จริงๆ หรือครับว่าทำไม" ธันวาเอ่ยขึ้นในที่สุด เสียงทุ้มต่ำนั้นลอดไรฟันออกมาด้วยความกดดันบางอย่างที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้
"ใช่! ฉันอยากรู้! คนอย่างคุณ ธันวา สถาปนิกผู้เย่อหยิ่งและรักความสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าอะไร ทำไมถึงต้องมายุ่งเกี่ยวกับนักวิจารณ์ปากกล้าอย่างฉัน คอยตามเช็ดตามล้าง คอยปกป้อง... หรือว่าคุณแค่สงสาร? หรือเห็นฉันเป็นตัวตลกในเกมประสาทของคุณกันแน่!"
พริมาสวนกลับทันควัน ความรู้สึกน้อยใจบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นอย่างไม่มีเหตุผลทำให้เสียงของเธอกระด้างขึ้นเล็กน้อย มือบางทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
ธันวาหยุดยืนตรงหน้าเธอในระยะประชิด มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นท้าวกับขอบกระจกทั้งสองฝั่ง เป็นการกักตัวเธอให้อยู่ในอาณาเขตของเขาโดยสมบูรณ์ ดวงตาคมกริบที่มักจะเย็นชาเสมอในยามปกติ บัดนี้กลับลุกโชนด้วยประกายไฟบางอย่างที่ร้อนแรงเสียจนพริมาไม่กล้าสบตาตรงๆ
"สงสารเหรอ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอัดอั้น "คุณคิดว่าผู้ชายอย่างผม จะเสียเวลาเอาอนาคต เอาชื่อเสียง และความลับโปรเจกต์ร้อยล้านมาเดิมพัน เพื่อความสงสารผู้หญิงปากจัดอย่างคุณเนี่ยนะ พริมา... คุณนี่มันฉลาดแต่เรื่องงานจริงๆ"
พริมาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากร่างกายของอีกฝ่ายที่แผ่ซ่านเข้ามา "ถ้าไม่ใช่เพราะความสงสาร... แล้วเพราะอะไรล่ะ บอกฉันมาสิ!"
ธันวาจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ นัยน์ตาคู่นั้นไหววับชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวแก้มทำให้พริมาต้องหลับตาลงด้วยความตื่นตระหนก
"เพราะผมชอบคุณ... พอใจหรือยังครับ"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่ง ดังชัดเจนก้องกังวานอยู่ในความเงียบงัน พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สมองของเธอขาวโพลนไปหมด ชั่วขณะหนึ่งเธอคิดว่าตัวเองหูฝาดไป
"คุณ... ว่ายังไงนะ" เธอทวนคำเสียงสั่น
"ผมบอกว่าผมชอบคุณ..." ธันวาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ราวกับได้ปลดปล่อยโซ่ตรวนที่ล่ามหัวใจตัวเองมานานนับปี น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาที่ทอดมองเธอบัดนี้มีแต่ความเว้าวอนที่ถูกซ่อนไว้ใต้มาดหยิ่งผยองมาตลอด "ผมชอบคุณจนแทบจะบ้าอยู่แล้ว พริมา... ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่คุณยืนกรานเถียงผมเรื่องโครงสร้างอาคารนั่นแล้ว"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่หยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง พริมาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำสารภาพที่กะทันหันและตรงไปตรงมาจนน่าตกใจ หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนที่รู้ความจริงเสียอีก
ทว่า ก่อนที่พริมาจะได้เอื้อนเอยคำตอบใดๆ ออกไปเพื่อทำลายความเงียบงันนี้...
*คลิก!*
เสียงปลดล็อกประตูห้องทำงานกระจกบานใหญ่ด้านนอกดังขึ้นก้องกังวาน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ และน้ำเสียงคุ้นเคยที่เอ่ยทักทายอย่างไม่รู้กาลเทศะ
"คุณธันวาครับ เอกสารเซ็นสัปดาห์นี้... เฮ้ย!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอดนะครับ
สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า•ตอนที่ 16
คำสารภาพในความมืด
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!